โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แนะเปิดตลาดอินเดีย ดาวรุ่ง รับโอกาส 1.4 พันล้านคน ตั้งเป้าศูนย์กลางนวัตกรรมอาหาร

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มิถุนายน 2569 เวลา 17.36 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สถาบันอาหาร–หอการค้าไทย ผนึกกำลังยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร สู่เศรษฐกิจนวัตกรรม ร่วมลงนามให้ความรู้นวัตกรรม ตั้งเป้าศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของภูมิภาค

สถาบันอาหาร และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจนวัตกรรมและความยั่งยืน โดยมี นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร และ และ ดร.วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคต

“ไปยดา หาญชัยสุขสกุล” ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี งานวิจัย และเครือข่ายภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย ความยั่งยืน และโภชนาการมากขึ้น

“ปัจจุบันอินเดียกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจและการบริโภคที่สำคัญที่สุดของโลก ด้วยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยราว 7.6% ต่อปี และคาดว่าภายในปี 2030 จะมี GDP สูงกว่า 7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันยังมีจุดแข็งด้านโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาว โดยมีอายุเฉลี่ยเพียง 28.4 ปี ทำให้เกิดกำลังซื้อใหม่จากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับสินค้าอาหารคุณภาพสูง อาหารสุขภาพ และนวัตกรรมอาหารมากขึ้น” นางสาวไปยดากล่าว

ทั้งนี้อินเดียกำลังก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางการบริโภคใหม่ของโลก” จากแรงขับเคลื่อนสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การเติบโตของรายได้และชนชั้นกลาง (Income Growth) การขยายตัวของเมือง (Urbanization) โครงสร้างประชากรวัยแรงงานขนาดใหญ่ (Favorable Demographics) การเติบโตของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัล (Technology & Innovation) และการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค (Evolving Consumer Attitudes) ซึ่งล้วนสนับสนุนการเติบโตของตลาดอาหารมูลค่าสูงและสินค้า Premium Food ในระยะยาว

จากข้อมูล PwC’s Voice of the Consumer 2025: India Perspective พบว่า ผู้บริโภคอินเดียให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านราคา รสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัยอาหาร และความสะดวกในการบริโภค โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า Ready-to-Eat, Convenience Food, Functional Food และ Personalized Nutrition ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับระบบ Food Safety และ Traceability มากขึ้น จนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า

อย่างไรก็ตาม อินเดียยังเป็นตลาดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง มีภาษาหลักกว่า 121 ภาษา และกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 705 กลุ่มทั่วประเทศ ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ Localized Marketing หรือการพัฒนาสินค้าและการสื่อสารให้เหมาะกับแต่ละภูมิภาค ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานอาหาร ความปลอดภัย และความยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันระยะยาว

สำหรับความร่วมมือระหว่างสถาบันอาหารและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุม 7 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาวิชาการ งานวิจัย และการถ่ายทอดองค์ความรู้ การผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อลดอุปสรรคทางการค้า การส่งเสริมตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ การยกระดับมาตรฐานและพัฒนาศักยภาพบุคลากร การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารตามแนวคิดเศรษฐกิจ BCG การสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมอาหาร (Food Innovation Ecosystem) เพื่อส่งเสริม Startup และ SMEs ให้เข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ตลาด และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

“วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา” รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการอาหารแปรรูปและอาหารแห่งอนาคตกล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสถาบันอาหาร ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยจากฐานการผลิต ไปสู่ฐานนวัตกรรมอาหาร ของภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากความผันผวนทางเศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้อุตสาหกรรมอาหารจำเป็นต้องปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยี งานวิจัย และนวัตกรรมเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอาหารไทย ปัจจุบันประเทศไทยยังมีศักยภาพสูงในฐานะผู้ผลิตและผู้ส่งออกอาหารสำคัญของโลก

ทั้งจากความเข้มแข็งของภาคเกษตร วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ความหลากหลายทางชีวภาพ และจุดแข็งด้านอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่สิ่งสำคัญในระยะต่อไป คือ การต่อยอดศักยภาพดังกล่าวสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต หรือ Future Food ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน อาหารทางการแพทย์ โปรตีนทางเลือก ตลอดจนการนำ Food Tech และ AI เข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน

สถาบันอาหาร และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จะร่วมผลักดันให้ ประเทศไทย ไม่เป็นเพียงครัวของโลกในเชิงปริมาณ แต่ต้องก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารของโลกที่สามารถสร้างมูลค่า สร้างเทคโนโลยี และสร้างแบรนด์อาหารไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...