โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใครควรเลี่ยง "หน่อไม้" พืชที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาหารแสลง วิธีกินไม่ให้อันตราย

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ใครควรเลี่ยง

ใครควรเลี่ยง "หน่อไม้" พืชที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาหารแสลง คน 4 กลุ่มเสี่ยงต้องระวังหนักๆ กินอย่างไรไม่ให้อันตราย

แกงหน่อไม้ ซุปหน่อไม้ ผัดเผ็ดหน่อไม้ หรือหน่อไม้ต้มจิ้มน้ำพริก ล้วนเป็นเมนูโปรดของหลายคน ด้วยรสชาติเป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน แต่แม้หน่อไม้จะเป็นวัตถุดิบพื้นบ้านที่คุ้นเคยกันดี ก็ยังมีข้อควรระวัง โดยเฉพาะหากกินดิบ ปรุงไม่สุก หรือเลือกหน่อไม้ดอง หน่อไม้ปี๊บที่ไม่ได้มาตรฐาน

ความจริงแล้ว “หน่อไม้” ไม่ใช่อาหารต้องห้ามสำหรับทุกคน คนทั่วไปสามารถกินได้หากปรุงให้สุกและกินในปริมาณเหมาะสม แต่สำหรับบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยเกาต์ ผู้มีปัญหาไต ผู้มีประวัตินิ่ว หรือผู้ที่ระบบย่อยอาหารไว ควรระวังมากกว่าคนทั่วไป

หน่อไม้มีประโยชน์ไหม?

หน่อไม้สดเป็นอาหารที่ให้พลังงานไม่สูง มีน้ำและใยอาหาร จึงช่วยเพิ่มกากใยในมื้ออาหารได้ นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส รวมถึงสารประกอบจากพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในระดับหนึ่ง ขึ้นอยู่กับชนิดของหน่อไม้และวิธีปรุง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรมองว่าหน่อไม้เป็นอาหารรักษาโรค หรือกินมากเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะอาหารทุกชนิดควรกินอย่างสมดุล โดยเฉพาะหน่อไม้ดองหรือหน่อไม้ปี๊บที่อาจมีโซเดียมสูง และมีความเสี่ยงด้านความสะอาดหากผลิตหรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี

ทำไมหน่อไม้ต้องปรุงให้สุกก่อนกิน?

ข้อควรระวังสำคัญของหน่อไม้สด คือมีสารธรรมชาติกลุ่มไซยาโนเจนิกไกลโคไซด์ ซึ่งสามารถสลายเป็นไฮโดรเจนไซยาไนด์ได้ หากกินหน่อไม้ดิบหรือปรุงไม่สุก อาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ โดยเฉพาะเมื่อกินในปริมาณมาก

ดังนั้น ก่อนนำหน่อไม้สดไปทำอาหาร ควรปอกเปลือก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น และต้มในน้ำเดือดให้สุก จากนั้นควรเทน้ำต้มทิ้ง ไม่ควรนำน้ำต้มหน่อไม้ไปใช้ปรุงอาหารต่อ เพราะความร้อนและการต้มช่วยลดสารที่ไม่พึงประสงค์ในหน่อไม้ได้

ใครบ้างที่ควรระวังการกินหน่อไม้?

  • ผู้ป่วยโรคเกาต์ หรือผู้ที่มีกรดยูริกสูง

หลายคนเข้าใจว่าผู้ป่วยเกาต์ต้องห้ามกินหน่อไม้เด็ดขาด เพราะหน่อไม้มีพิวรีนสูงมาก แต่ข้อมูลที่แม่นกว่าคือ หน่อไม้แต่ละชนิดมีปริมาณพิวรีนไม่เท่ากัน บางชนิดอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และการต้มสามารถช่วยลดพิวรีนลงได้บางส่วน

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยโรคเกาต์หรือผู้ที่มีกรดยูริกสูงยังควรระวัง โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการกำเริบ เช่น ปวด บวม แดง ร้อนตามข้อ ควรหลีกเลี่ยงหน่อไม้ไปก่อน หรือกินในปริมาณน้อยตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะเมื่อร่างกายย่อยพิวรีน จะเกิดกรดยูริก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดอาการของโรคเกาต์

  • ผู้ป่วยโรคไต ผู้มีประวัตินิ่ว หรือผู้ที่ต้องจำกัดโซเดียม

คนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ผู้มีประวัตินิ่วในไต หรือผู้ที่แพทย์สั่งให้จำกัดโซเดียม ควรระวังหน่อไม้ดอง หน่อไม้ปี๊บ หรือหน่อไม้ปรุงรสเป็นพิเศษ เพราะอาหารกลุ่มนี้อาจมีเกลือสูง ทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป

ในผู้ที่มีประวัตินิ่ว โดยเฉพาะนิ่วแคลเซียมออกซาเลต ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน หากต้องกินหน่อไม้บ่อย ๆ เพราะการดูแลเรื่องนิ่วไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารชนิดเดียว แต่เกี่ยวข้องกับน้ำดื่ม โซเดียม แคลเซียม ออกซาเลต และสุขภาพโดยรวมของแต่ละคน

  • ผู้ที่ท้องอืดง่าย หรือระบบย่อยอาหารไว

หน่อไม้มีใยอาหารและเนื้อสัมผัสค่อนข้างแข็ง หากกินมาก เคี้ยวไม่ละเอียด หรือระบบย่อยอาหารไม่ดี อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้อง หรือไม่สบายท้องได้ โดยเฉพาะคนที่มีลำไส้ไว หรือมีปัญหาทางเดินอาหารเป็นประจำ

กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องงดหน่อไม้ทุกกรณี แต่ควรเริ่มจากปริมาณน้อย เลือกหน่อไม้ที่ต้มสุกดี เคี้ยวให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงเมนูรสจัด เค็มจัด หรือเผ็ดจัด เพราะอาจกระตุ้นอาการทางเดินอาหารได้มากขึ้น

  • หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรระวังหน่อไม้ดองหรือหน่อไม้ปี๊บ

กลุ่มนี้ควรระวังอาหารหมักดองหรืออาหารบรรจุภาชนะปิดสนิทที่ไม่ทราบแหล่งผลิต โดยเฉพาะหน่อไม้ปี๊บหรือหน่อไม้ดองที่เก็บรักษาไม่ถูกสุขลักษณะ เพราะอาจมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อหรือสารพิษจากเชื้อแบคทีเรียบางชนิด เช่น คลอสตริเดียม โบทูลินัม ซึ่งก่อให้เกิดโรคโบทูลิซึมได้

ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าหญิงตั้งครรภ์หรือผู้สูงอายุห้ามกินหน่อไม้สุกสะอาดทุกชนิด แต่ควรเลือกแหล่งที่เชื่อถือได้ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่บรรจุภัณฑ์บวม รั่ว บุบบี้ มีกลิ่นผิดปกติ หรือดูไม่สะอาด และควรนำมาต้มให้เดือดก่อนกินเสมอ

วิธีกินหน่อไม้ให้ปลอดภัย

  • ไม่กินหน่อไม้ดิบ: หน่อไม้สดควรต้มให้สุกก่อนนำไปปรุงอาหารทุกครั้ง

  • เทน้ำต้มทิ้ง: หลังต้มหน่อไม้ ควรเทน้ำต้มทิ้ง ไม่ควรนำไปทำแกงหรือน้ำซุปต่อ

  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ: หลีกเลี่ยงหน่อไม้ที่สีขาวผิดธรรมชาติ มีกลิ่นแรง บรรจุภัณฑ์บวม รั่ว หรือผิดปกติ หากมีโรคประจำตัวและไม่ได้ปรุงอาหารเองควรเลี่ยง

  • ระวังหน่อไม้ดองและหน่อไม้ปี๊บ: ควรต้มให้เดือดก่อนกิน และไม่ควรกินบ่อยหากต้องควบคุมโซเดียม

  • กินแต่พอดี: แม้เป็นคนสุขภาพดี ก็ไม่ควรกินหน่อไม้ปริมาณมากหรือกินซ้ำทุกวัน

สรุป หน่อไม้กินได้ แต่ต้องกินให้ถูกวิธี

หน่อไม้ไม่ใช่อาหารอันตรายสำหรับทุกคน แต่เป็นอาหารที่ต้องปรุงให้ถูกวิธี โดยเฉพาะหน่อไม้สดที่ไม่ควรกินดิบ และหน่อไม้ดองหรือหน่อไม้ปี๊บที่ต้องเลือกแหล่งผลิตให้มั่นใจ หากเป็นผู้ป่วยโรคเกาต์ โรคไต มีประวัตินิ่ว หรือระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ควรจำกัดปริมาณและสังเกตอาการตัวเองหลังรับประทาน

สำหรับคนทั่วไป หากเลือกหน่อไม้สะอาด ต้มให้สุก เทน้ำต้มทิ้ง และกินในปริมาณเหมาะสม ก็ยังสามารถอร่อยกับเมนูหน่อไม้ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  • Food Standards Australia New Zealand: Cassava and bamboo shoots
  • Current Applied Science and Technology: Physical and Antioxidant Properties of Bamboo Shoot: Impact of Boiling on Purine Content and Antioxidant Activity
  • Mayo Clinic: Gout diet: What’s allowed, what’s not
  • National Kidney Foundation: Calcium Kidney Stones
  • CDC: Botulism from Home-Canned Bamboo Shoots
  • รายงานการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาประจำสัปดาห์: การระบาดของโรคโบทูลิซึมสาเหตุจากหน่อไม้ต้มบรรจุถุงพลาสติก
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...