โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตความยั่งยืนโลก! UN ชี้ 17 เป้าหมาย SDGs ไม่มีแม้แต่เป้าหมายเดียวที่สำเร็จ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แม้ประชาคมโลกจะร่วมกันประกาศเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) มานานกว่า 10 ปี แต่รายงานล่าสุดพบว่า ไม่มีเป้าหมายใดจากทั้งหมด 17 เป้าหมายที่อยู่บนเส้นทางสู่ความสำเร็จภายในปี 2573 ขณะที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และข้อจำกัดด้านเงินทุน ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วโลก

รายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2569 (Sustainable Development Report 2026) เปิดเผยว่า โลกยังคงห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยไม่มีเป้าหมายใดจากทั้งหมด 17 เป้าหมายที่อยู่บนเส้นทางสู่ความสำเร็จภายในปี 2573 ตามกำหนด

รายงานดังกล่าวจัดทำโดยเครือข่ายวิชาการด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (Sustainable Development Solutions Network: SDSN) ซึ่งปีนี้นับเป็นฉบับที่ 11 หลังจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติร่วมกันรับรองเป้าหมาย SDGs เมื่อปี 2558 เพื่อใช้เป็นกรอบการพัฒนาที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ผลการประเมินพบว่า จากเป้าหมายย่อยทั้งหมด 169 เป้าหมาย มีเพียง 16% เท่านั้นที่มีแนวโน้มบรรลุผลได้ทันภายในปี 2573 ขณะที่อีก 16% กลับมีสถานการณ์ถดถอยลง และความคืบหน้าโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ “ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก”

เป้าหมายที่มีความคืบหน้าน่ากังวลเป็นพิเศษ ได้แก่ เป้าหมายที่ 11 เมืองและชุมชนยั่งยืน เป้าหมายที่ 14 การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน และเป้าหมายที่ 16 สันติภาพ ความยุติธรรม และสถาบันที่เข้มแข็ง ซึ่งหลายด้านแทบไม่มีความก้าวหน้าที่ชัดเจนนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2558

รายงานระบุว่า แม้ตัวเลขเฉลี่ยระดับโลกจะสะท้อนภาพรวมของความคืบหน้า แต่ยังมีความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างภูมิภาคและประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุน การลงทุน และความเปราะบางเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

สำหรับการจัดอันดับประเทศที่มีความก้าวหน้าด้าน SDGs สูงที่สุด พบว่า 19 จาก 20 อันดับแรกเป็นประเทศในยุโรป โดยฟินแลนด์ครองอันดับหนึ่ง ตามด้วยสวีเดนและเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศกลุ่มนี้จะมีผลการดำเนินงานดีที่สุด แต่ก็ยังประสบปัญหาในการบรรลุเป้าหมายด้านการบริโภคและการผลิตอย่างรับผิดชอบ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ขณะที่ประเทศในเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้เป็นภูมิภาคที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 โดยอินเดียและจีนเป็นสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่มีอันดับดีขึ้นอย่างโดดเด่นในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

ในด้านความมุ่งมั่นต่อความร่วมมือพหุภาคีภายใต้กรอบสหประชาชาติ บาร์เบโดสได้รับการจัดอันดับสูงสุด ตามด้วยแอนติกาและบาร์บูดา อุรุกวัย ตรินิแดดและโตเบโก มัลดีฟส์ จาเมกา มอริเชียส ชิลี ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ขณะที่สหรัฐอเมริกาอยู่ในอันดับสุดท้ายของดัชนีดังกล่าวเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

รายงานระบุว่า ในช่วงการดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐฯ ได้ถอนตัวจากองค์กร อนุสัญญา และข้อตกลงระหว่างประเทศรวม 66 ฉบับ รวมถึงข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกระบวนการความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศหลายด้านของสหประชาชาติ พร้อมทั้งแสดงจุดยืนคัดค้านวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 อย่างเปิดเผย

รายงานฉบับนี้ใช้ตัวชี้วัดมากกว่า 100 รายการในการประเมินผลการดำเนินงานของแต่ละประเทศ ตั้งแต่อัตราการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด ระดับการรู้หนังสือ อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ไปจนถึงจำนวนผู้สูบบุหรี่ โดยอาศัยข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และสหประชาชาติ รวมถึงข้อมูลจากภาคประชาสังคม งานวิจัยทางวิชาการ และระบบภูมิสารสนเทศ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดด้านข้อมูล ทำให้มี 24 ประเทศที่ไม่สามารถนำมารวมอยู่ในการจัดอันดับของปีนี้ได้

รายงานสรุปว่า แม้เวลาจะเหลืออีกเพียง 4 ปีก่อนถึงเส้นตายปี 2573 แต่โลกยังต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังในทุกมิติ ทั้งการลดความยากจน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการลดความเหลื่อมล้ำ หากต้องการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ประชาคมโลกได้ร่วมกันให้คำมั่นไว้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...