สภาฯ ลงมติ 306 ต่อ 141 เสียง เห็นชอบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข นิรโทษกรรมคดีการเมือง ไม่รวม ม.112 ทุกกรณี
วันนี้ (8 สิงหาคม 2569) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณาแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. …. ตามข้อเสนอของวุฒิสภา มีมติเห็นด้วย 306 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ให้นิรโทษกรรมคดีสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง ที่ไม่รวมคดีมาตรา 112 ทุกกรณี
การนิรโทษกรรมครั้งนี้ จะนิรโทษกรรมให้แก่ผู้เข้าร่วมหรือแสดงออกทางการเมืองที่มีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง โดยครอบคลุมการกระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2548 (ก่อนเริ่มชุมนุมคนเสื้อเหลือง) – วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 (วันที่สภามีมติรับหลักการร่างกฎหมายนี้)
กฎหมายนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด ประกอบหลักประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ
โดยมีกรอบเวลาทำงานต้องดำเนินงานให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากประชุมครั้งแรก (ขยายเวลาได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน)
ผลของการนิรโทษกรรมครั้งนี้ การกระทำที่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดพ้นจากความรับผิดทางอาญา หากอยู่ระหว่างสอบสวนหรือฟ้องร้องให้ระงับคดี หากอยู่ในชั้นศาลให้จำหน่ายคดี หากรับโทษอยู่ให้ปล่อยตัวทันที และให้ทำการลบประวัติอาชญากรรม ด้านหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจทางแพ่งเป็นอันยุติลง แต่ไม่กระทบสิทธิเรียกร้องทางแพ่งของเอกชนหรือประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบ
ส่วนมาตรการพิเศษสำหรับเยาวชน ในกรณีผู้กระทำผิดอายุต่ำกว่า 18 ปีขณะนั้น และเป็นความผิดที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม (ยกเว้น มาตรา 112) คณะกรรมการฯ สามารถจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูส่งให้อัยการหรือศาลเพื่อใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาได้
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องขังคดีทางการเมืองขณะนี้มีทั้งหมด 55 คน อาจมีผู้ต้องขังที่ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรมตามร่างกฎหมายฉบับนี้เพียง 10 คนเท่านั้น
จากสถิติของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 - 30 มิถุนายน 2569 มีผู้ถูกกล่าวหาในคดีมาตรา 112 อย่างน้อย 291 คน ใน 321 คดี ในจำนวนนี้พบว่ามีเยาวชนอย่างน้อย 20 รายใน 24 คดี โดยคดีบางส่วนยังไม่สิ้นสุดลง