โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชี้ “TH-AI Passport” ยังเจรจาเอกชนปรับสัญญาจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง

เดลินิวส์

อัพเดต 08 ก.ค. เวลา 18.21 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. เวลา 09.09 น. • เดลินิวส์
รัฐ-เอกชน ประชุมเคลียร์ปรับสัญญา โครงการไทย -เอไอ พาสปอร์ต” รื้อระบบซื้อเหมาจ่าย เปลี่ยนมาเป็น การจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง ชี้ ต้องจัดทำเอกสารและเงื่อนไขประกอบให้รอบคอบ การเปิดตัวต้องรอข้อสรุปจากการปรับรายละเอียดสัญญาและประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารกระทรวง

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทย -เอไอ พาสปอร์ต (TH-AI Passport) ว่า คณะกรรมการของโครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนการประชุมร่วมกันกับเอกชนคู่สัญญาเพื่อเร่งพิจารณาปรับรายละเอียดเงื่อนไขสัญญา ในประเด็นสำคัญคือ การเปลี่ยนหลักการจ่ายเงินแก่บริษัทเอกชนผู้ให้บริการ จากเดิมที่เป็น ระบบซื้อเหมาจ่าย เปลี่ยนมาเป็น การจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริง (เพย์ -เพอร์-ยูส) ซึ่งจะช่วยควบคุมให้การใช้งบประมาณ ลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้สูงกว่า 1,621 ล้านบาท โดยตัวเลขงบสุทธิที่ต้องจ่ายให้เอกชนจะขึ้นอยู่กับสถิติการเข้ามาใช้งานจริงของประชาชน และระบบจะมีการตัดสิทธิ์ผู้ที่ลงทะเบียนทิ้งไว้แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวใช้งาน เพื่อนำสิทธิ์ดังกล่าวไปหมุนเวียนให้แก่ผู้ใช้รายอื่น

“ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้มีการประชุมหารือกับเดอกชนคู่สัญญาณอย่างเป็นทางการแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งการหารือเป็นไปด้วยดี เอกชนทราบในหลักการเรื่องการจ่ายตามยอดใช้งานจริง แต่การคุยกันยังมีรายละเอียดปลึกย่อยจำนวนมาก ที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบครอบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจรับกับเอกชน กำลังคุยปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับสัญญา ระบบคิดเงิน และรูปแบบการให้บริการจริง เนื่องจากการเปลี่ยนจากการซื้อเหมาทั้งก้อนมาเป็นการจ่ายตามผู้ใช้งานรายเดือน จำเป็นต้องจัดทำเอกสารและเงื่อนไขประกอบให้รอบคอบ ทั้งในมิติทางกฎหมาย การตรวจรับ และระบบการคำนวณค่าใช้จ่าย”

นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า สำหรับกำหนดเปิดให้ประชาชนใช้งานโครงการ ไทย- เอไอ พาสปอร์ต ก่อนหน้านี้มีการวางเป้าหมายเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ค. อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอข้อสรุปจากการปรับรายละเอียดสัญญาและประกาศอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารกระทรวง เนื่องจากกระบวนการยังมีรายละเอียดที่ต้องดำเนินการให้รอบคอบ โดยเฉพาะการปรับเงื่อนไขการจ่ายเงินให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง ซึ่งตราบใดที่ยังไม่มีการลงนามหรือจัดทำเอกสารอย่างเป็นทางการ ก็ยังไม่สามารถถือว่ากระบวนการเจรจากับเอกชนคู่สัญญาเสร็จสิ้นสมบูรณ์ได้

สำหรับโครงการ เฟส 2 กรอบงบประมาณ จำนวน 900 ล้านบาท ถูกวางไว้เพื่อรองรับการดำเนินโครงการต่อเนื่อง หลังจากเฟสแรกสิ้นสุดลง โดยยังยึดเป้าหมายเชิงนโยบายเดิมที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ เอไอ ประมาณ 5 ล้านคน อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าเฟสต่อไปยังต้องพิจารณาจากจำนวนผู้ใช้งานจริง งบประมาณที่ได้รับ และความเหมาะสมของรูปแบบการให้บริการในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...