โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กรมศุลกากร เดินหน้าโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้ารุ่นใหม่

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมศุลกากร เดินหน้าโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้ารุ่นใหม่ งบ 3 พันล้าน หวังสกัดสิ่งผิดกฎหมาย ย้ำ ไม่มีประเทศไหนเอกซเรย์ตู้สินค้าหรือผู้โดยสารได้

กรมศุลกากร เดินหน้าโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้ารุ่นใหม่ งบ 3 พันล้าน หวังสกัดสิ่งผิดกฎหมาย ย้ำ ไม่มีประเทศไหนเอกซเรย์ตู้สินค้าหรือผู้โดยสารได้

(8 ก.ค. 2569) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงโครงการจัดหาเครื่องเอกซเรย์ตู้สินค้าหรือตู้คอนเทนเนอร์รุ่นใหม่ วงเงิน 2,900 ล้านบาท ว่า เป็นการทดแทนเครื่องเอกซเรย์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งใช้งานมานานกว่า 18 ปี และผู้ผลิตยืนยันว่าไม่มีอะไหล่รองรับแล้ว ทางกรมศุลกากรจึงได้รับงบประมาณเมื่อปีที่ผ่านมา และเริ่มกระบวนการจัดหาในปีนี้ โดยยึดแนวทางขององค์การศุลกากรโลก เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับการลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย

อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า การที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ท. เข้ามาร่วมให้คำแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำ TOR และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ทำให้การจัดซื้อเป็นไปตามกฎหมาย มีความโปร่งใส ได้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและคุ้มค่ากับงบประมาณ

ส่วนประสิทธิภาพของเครื่องเอกซเรย์รุ่นใหม่ อธิบดีกรมศุลกากร อธิบายว่า เครื่องไม่ได้ระบุได้ทันทีว่าเป็นยาเสพติดชนิดใด แต่สามารถแสดงความผิดปกติของวัตถุที่ซุกซ่อนอยู่ได้ เปรียบเหมือนเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยให้แพทย์เห็นความผิดปกติ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์ต่อ อีกทั้งยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใส เพราะภาพจากการเอกซเรย์สามารถเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ ทั้งการตรวจสินค้าขาเข้าและขาออก

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการมีวงเงินสูงถึง 2,900 ล้านบาท ทำให้กรมศุลกากรดำเนินการด้วยความรอบคอบ แม้เวลาจะผ่านมากว่า 9 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถลงนามในสัญญาจัดซื้อได้ ซึ่งอธิบดีฯ ยอมรับว่ากังวลเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันเวลา แต่หลังได้รับข้อเสนอแนะจาก สตง. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ก็ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถเดินหน้าโครงการได้อย่างถูกต้องตามระเบียบ

สำหรับโครงการดังกล่าวจะจัดหาเครื่องเอกซเรย์ทั้งหมด 4 เครื่อง วงเงินรวม 2,900 ล้านบาท แบ่งติดตั้งที่ท่าเรือแหลมฉบัง 2 เครื่อง และที่ด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก อีกแห่งละ 1 เครื่อง โดยแต่ละพื้นที่จะใช้เทคโนโลยีแตกต่างกันตามปริมาณงาน ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังในฐานะท่าเรือหลักของประเทศ มีตู้สินค้าผ่านเกือบ 10 ล้านตู้ จากทั้งหมดประมาณ 13 ล้านตู้ต่อปี จึงจำเป็นต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยไม่เป็นทางผ่านของยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล

ส่วนการติดตั้งเครื่องที่ด่านแม่สอดนั้น เพราะอาจเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือไม่ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า พื้นที่ชายแดนยังคงเป็นจุดเฝ้าระวังสำคัญ เช่นเดียวกับด่านแม่สาย ที่เพิ่งตรวจยึดยาบ้ากว่า 600,000 เม็ด และยาไอซ์กว่า 100 กิโลกรัม เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดขนาดใหญ่ การมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่ดีจึงอาจถูกนำไปใช้ลักลอบขนสินค้าผิดกฎหมาย จำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ทันสมัยรองรับ ซึ่งทางกรมศุลกากรตรวจสอบทั้งสินค้าขาเข้าและขาออก แต่ให้ความสำคัญกับขาเข้ามากกว่า ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติของศุลกากรทั่วโลก เพราะต้องป้องกันสิ่งผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ ขณะที่การตรวจสินค้าขาออกจะใช้ระบบบริหารความเสี่ยงเป็นหลัก

กรณีพบกัญชาซุกซ่อนในอิฐแดงถูกตรวจยึดที่ประเทศเยอรมนีนั้น อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า ไม่ใช่เหตุการณ์ใหม่ โดยในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กรมศุลกากรจับกุมคดีกัญชาได้กว่า 3,300 คดี ของกลางรวมกว่า 37 ตัน ซึ่งในประเทศไทยกัญชาจะใช้เพื่อการแพทย์ได้เท่านั้น แต่การนำไปใช้เพื่อสันทนาการยังผิดกฎหมาย และหลายประเทศในยุโรปยังจัดเป็นยาเสพติด พร้อมระบุว่า ความต้องการกัญชาในยุโรปยังมีสูง โดยเฉพาะ จึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติเดินทางมาลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศ กรมศุลกากรจึงเตรียมเพิ่มมาตรการ ทั้งการปรับหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบปรับ และการขึ้นบัญชีดำผู้กระทำผิดไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ

สำหรับข้อสงสัยว่าเหตุใดกัญชาที่ซุกซ่อนในอิฐแดงจึงหลุดรอดการตรวจสอบออกนอกประเทศ อธิบดีกรมศุลกากร ชี้แจงว่า ไม่มีประเทศใดสามารถเอกซเรย์สินค้าทุกตู้ได้ ทั้งขาเข้าและขาออก เนื่องจากปริมาณสินค้ามีจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังที่มีตู้สินค้ากว่า 10 ล้านตู้ต่อปี จึงต้องใช้ระบบบริหารความเสี่ยงในการคัดเลือกตู้สินค้าที่จะตรวจ ซึ่งตู้สินค้าดังกล่าวคาดว่าไม่ได้ผ่านการเอกซเรย์

อธิบดีกรมศุลกากร ย้ำว่า การตรวจสอบของศุลกากรอาศัยทั้งข้อมูลข่าวกรองและการจัดทำโปรไฟล์ความเสี่ยง เช่น ประเทศต้นทาง ปลายทาง ผู้ส่ง ผู้รับ รูปแบบการจองการขนส่ง หรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ เพื่อนำมาวิเคราะห์ก่อนคัดเลือกตรวจ โดยไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดได้ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดนำไปปรับเปลี่ยนวิธีการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ

"ไม่มีประเทศไหนสามารถเอกซเรย์ขาเข้า ขาออกได้ทุกตู้ แล้วก็ผู้โดยสารเข้าออกได้ทุกคน เราต้องใช้การบริหารความเสี่ยง คือการที่เราจะเอกซเรย์ใคร หรือว่าตรวจสอบใคร ต้องมีข้อมูลว่าตู้สินค้านั้นหรือบุคคลนั้นมีความเสี่ยงที่จะนำของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศ" อธิบดีกรมศุลกากร กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...