โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

บอลโลก ดราม่าไม่หยุด จัดฉาก-ล็อกผลการแข่ง?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
การแข่งขันฟุตบอลโลกเจอกับดราม่าต่อเนื่อง ล่าสุด โค้ชทีมชาติอียิปต์บอกว่าถูกโกง ล็อกผลการแข่ง ให้ทีมชาติอาร์เจนตินาชนะ เพราะเจอกรรมการในสนามตัดสินเข้าข้างอาร์เจนตินาอย่างออกนอกหน้า

ดราม่าที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสกให้ใบแดงของ โฟลาริน บาโลกัน หายวับไปยังไม่ทันจางหาย บอลโลกก็เจอกับดราม่าร้อนแรงใหม่ล่าสุด เมื่อการแข่งขันระหว่างทีมชาติอียิปต์และอาร์เจนตินา ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เกิดดราม่าใหม่ โดย ฮอสซัม ฮัสซัน โค้ชทีมชาติอียิปต์ออกมาระบายความในใจว่าทีมเขาถูก “โกง” โดยกรรมการในสนามตัดสินเข้าข้างอาร์เจนตินาอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ต้องการให้อาร์เจนตินา ที่เป็นแชมป์เก่า และมีซูเปอร์สตาร์อย่าง ลีโอเนล เมสซี ต้องตกรอบไปก่อน จนทำให้ทีมอียิปต์ที่แม้จะยิงประตูนำไปก่อนถึง 2 ลูก และป้องกันการบุกของอาร์เจนตินาได้อย่างเหนียวแน่นจนถึง 15 นาทีสุดท้าย แต่กลับถูกยิงคืนถึง 3 ลูก ภายในเวลาไม่ถึง 15 นาที จนกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้อาร์เจนตินาไป 3-2

แม้การพลิกล็อกในเกมการแข่งขันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่ในกรณีการแข่งขันระหว่างอียิปต์กับอาร์เจนตินา มีการตัดสินหลายจังหวะที่คาใจอียิปต์ จนโค้ชของอียิปต์ถึงขนาดต้องออกมาบอกว่าผู้จัดการแข่ง ไม่อยากให้อาร์เจนตินาต้องตกรอบไปก่อน และพยายามช่วยให้อาร์เจนตินาชนะอย่างเต็มที่

จังหวะที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คือการยิงประตูของอียิปต์ ในนาทีที่ 57 ที่ถูกกรรมการริบคืนเนื่องจากจังหวะฟาวล์ก่อนหน้า ซึ่งทาง ฮอสซัม ฮัสซัน โค้ชอียิปต์ออกมาโวยวายทันที ว่านี่เป็นการปล้นประตูของอียิปต์อย่างชัดเจน เพราะเป็นการปะทะกันเบา ๆ ระหว่างผู้เล่นของทั้งสองทีม ที่บริเวณด้านหน้าประตูฝั่งอียิปต์ แล้วในตอนแรก กรรมการก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้เล่นกันต่อได้ แต่พอผู้เล่นของอียิปต์ลากบอลมาถึงหน้าประตูฝั่งอาร์เจนตินา แล้วทำประตูได้ ผู้ตัดสินจึงค่อยตัดสินให้จังหวะนั้นเป็นลูกฟาวล์ จึงทำให้การยิงประตูของผู้เล่นอียิปต์กลายเป็นโมฆะ ซึ่งโค้ชอียิปต์บอกว่า มองยังไง นี่มันก็เป็นการตัดสินที่เข้าข้างฝ่ายอาร์เจนตินา ชัด ๆ

เรื่องนี้ ก็ทำให้ความน่าเชื่อถือของฟีฟ่า ในฐานะผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือไม่ โดยหลังจากที่ ทรัมป์เข้ามาขอให้ประธานฟีฟ่าช่วยจัดการเรื่องใบแดงของบาโลกัน จนทำให้บาโลกันกลับมาลงแข่งต่อได้ทันที ก็ทำให้ฟีฟ่าสูญเสียความน่าเชื่อถือไปอย่างมากแล้วในตอนนั้น เมื่อมีการตั้งข้อสงสัยใหม่ เรื่องผู้ตัดสินในสนามตัดสินเกมเข้าข้างอาร์เจนตินาอย่างชัดเจน เพราะต้องการให้อาร์เจนตินา ซึ่งเป็นทีมแชมป์เก่าและมีชื่อเสียงมากกว่าทีมอียิปต์ ได้อยู่ในการแข่งขันต่อ ก็เป็นเรื่องที่ดูมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะหากทีมอาร์เจนตินาลงสนามได้ต่อ ก็จะช่วยเรียกคนดูได้มากกว่าทีมชาติอียิปต์

อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีคนตั้งข้อสังเกตคือ ฮอสซัม ฮัสซัน โค้ชอียิปต์ เป็นคนที่แสดงออกว่าสนับสนุนปาเลสไตน์อย่างออกนอกหน้า ซึ่งเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดความลำเอียงในหมู่ผู้ตัดสินที่อาจสนับสนุนอิสราเอล เรื่องการทำสงครามกาซา

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ฟุตบอลจำนวนหนึ่งก็มองว่า การใช้คำว่า “โกง” หรือ “ปล้นชัยชนะ” อาจจะเป็นคำพูดที่รุนแรงเกินไป เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการตัดสินฟุตบอลส่วนหนึ่ง ก็มาจากความรู้สึกส่วนตัวของผู้ตัดสินที่อาจลำเอียงเข้าข้างทีมใดทีมหนึ่ง โดยที่ไม่รู้ตัว แม้ฟุตบอลจะเป็นกีฬาที่มีกฎกติกาชัดเจน แต่การตัดสินหลาย ๆ ครั้ง ในสนามก็ต้องใช้สายตาและความรู้สึกของกรรมการ ซึ่งในบางครั้งอาจจะค้านความรู้สึกของผู้เล่นหรือผู้ชม แต่ก็คงไม่สามารถใช้คำว่า “โกง” ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

อย่างผลการแข่งขันระหว่าง อียิปต์และอาร์เจนตินา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การทำประตู 3 ลูกของอาร์เจนตินา ในช่วงท้ายของการแข่งขันก็มาจากฝีมือของผู้เล่นอาร์เจนตินาจริง ๆ

ในส่วนของการบริหารงานของฟีฟ่า ก็มีเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป เกี่ยวกับเรื่องที่ถูก โดนัลด์ ทรัมป์ แทรกแซงการดำเนินการตัดสินให้ใบแดงบาโลกัน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ฟีฟ่าสูญเสียความน่าเชื่อไปมาก และคงต้องใช้เวลานานกว่าที่จะกอบกู้ความน่าเชื่อถือได้ใหม่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...