โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สิ้นฤทธิ์ชายคลั่งท่อนเหล็กหวดตำรวจสระบุรีเย็บ 5 เข็ม จนมุมคาริมทางหนองแซง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8 ก.ค. 69) จากกรณีที่เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ผู้ใช้เฟซบุ๊ก มาดามแหม่ม ได้โพสต์คลิป Reels โดยมีข้อความว่า “ออกมานั่งกินข้าวต้มกำลังอร่อยๆ เรย มีมวยให้ดูซะงั้น # ของดีคลองชลสระบุรี” โดยจุดเริ่มของคลิปจะเห็นได้ว่า มีรถสายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระบุรี เข้ามาจอดริมถนน จากนั้นจะเห็นว่า ชายคลั่งที่สวมกางเกงขาสั้นไม่สวมเสื้อ ได้วิ่งหลบหนีไปอีกฝั่งถนน (ลักษณะเหมือนไปหยิบอาวุธมา) จากนั้นได้วิ่งกลับไปหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจที่มาด้วยกัน 2 นาย โดยมีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ จากนั้นได้ไล่ตีจนเจ้าหน้าที่ตำรวจล้มลงไป 1 นาย และต่อสู้กันไล่ตีเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคน จนต้องหลบหนีออกไปตั้งหลัก คาดว่าน่าจะเรียกกำลังเสริม เนื่องจากว่าชายคนดังกล่าวน่าจะอยู่ในอาการคุ้มคลั่งยังคงยืนอยู่ท้ายรถและขว้างปาสิ่งของ ซึ่งกว่าทางเจ้าหน้าที่จะเข้ามาเสริมกำลัง ชายที่คุ้มคลั่งได้หลบหนีไปกับความมืด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหน้าร้านจิ๊กโก๋สระบุรี (ขายข้าวต้ม) บนถนนพิชัยฯ (เลียบคลองชลประทานไป อ.เสาไห้) ต.ปากเพรียว อ.เมือง จ.สระบุรี

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองสระบุรี ได้ออกไล่ล่าติดตามชายคุ้มคลั่งผู้ก่อเหตุทั่วพื้นที่เมืองสระบุรี พร้อมแจ้งประชาสัมพันธ์ในเพจ สภ.เมืองสระบุรี ว่า “ผู้ใดพบเห็น นายบี ชายอายุประมาณ 42 ปี สูงประมาณ 160 เซนติเมตร รูปร่างสันทัด เมื่อคืนได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปปฏิบัติหน้าที่ระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บแล้วหลบหนีไป การแต่งกายมักชอบถอดเสื้อ สวมใส่แต่กางเกงขาสั้น ชอบพักอาศัยอยู่บริเวณในเขตเทศบาล หากพบเห็นกรุณาแจ้ง สภ.เมืองสระบุรี” พร้อมขอหมายศาลเพื่อจับกุมตัว

ต่อมาช่วงค่ำของวันที่ 7 กรกฎาคม ได้มีประชาชนอินบ็อกซ์เข้ามาในเพจของ สภ.เมืองสระบุรี ว่าพบชายต้องสงสัยที่ไปก่อเหตุใช้ท่อนเหล็กตีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินอยู่ในพื้นที่ อ.หนองแซง จ.สระบุรี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสระบุรี จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดจนพบว่าชายต้องสงสัย เดินสวมกางเกงวอร์มขายาว ไม่สวมเสื้อ มีเสื้อคลุมอยู่บนหัว และทราบว่าเป็นชายคนเดียวกันกับผู้ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ไล่ล่าติดตามตัวจนพบผู้ก่อเหตุพักอาศัยอยู่ศาลาริมทางในเขต อ.หนองแซง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว และสอบถามชื่อผู้ก่อเหตุจนทราบชื่อว่า นายบี (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งตรงกับหมายศาล ซึ่งในระหว่างควบคุมตัวผู้ก่อเหตุให้การวกไปวนมา พูดคุยไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระบุรี พร้อมนำตัวไปตรวจปัสสาวะ ซึ่งผลการตรวจไม่พบว่ามีสารเสพติด โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่, ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธ และทำให้เสียทรัพย์

ทางด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย ผกก.สภ.เมืองสระบุรี เผยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ทางเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถึง 2 นาย คือ ร.ต.ต.บุญเฉลี่ยว ได้รับบาดเจ็บถูกท่อนเหล็กตีเข้าที่ปากจนแตกต้องเย็บถึง 5 เข็ม และ ส.ต.ต.ปรเมต ได้รับบาดเจ็บถูกตีบริเวณใบหน้า และได้รับการรักษาตัว โดยแพทย์ได้อนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านได้ ต่อจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายศาล และได้ประชาสัมพันธ์ในเพจ สภ.เมืองสระบุรี เพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่ จ.สระบุรี รับรู้ถึงพฤติกรรมของชายดังกล่าว พร้อมแจ้งเบาะแสให้ประชาชนได้รับรู้ว่าชายคนดังกล่าวเป็นบุคคลอันตราย หากพบเห็นให้แจ้งมาที่ สภ.เมืองสระบุรี

จากนั้นได้มีประชาชนแจ้งมาว่าพบเห็นชายมีลักษณะใกล้เคียงกับชายดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ อำเภอหนองแซง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบจนทราบว่าเป็นชายที่ก่อเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จัดกำลังไล่ล่าพร้อมเข้าจับกุม โดยสามารถจับกุมตัวได้ประมาณเวลา 23.00 น. ของคืนวันที่ 7 กรกฎาคม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ซึ่งชายผู้ก่อเหตุเคยก่อเหตุและมีประวัติถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งในบางครั้งก็พูดจารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง จะไปก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนในพื้นที่เมืองสระบุรีอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่มีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว ทำร้ายเจ้าหน้าที่ หรือทำร้ายประชาชนทั่วไปเหมือนครั้งนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคิดว่าคงจะไม่มีการทำร้ายเจ้าหน้าที่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้กลับเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่เลย ซึ่งผู้ก่อเหตุจะมีอุปนิสัยที่เมื่อเวลาไปไหนมาไหนจะชอบเดินไป และไม่สวมเสื้อ สวมใส่แต่กางเกงเดิน ซึ่งผลการตรวจสารเสพติดไม่พบ ส่วนว่าผู้ก่อเหตุจะป่วยจิตเวชหรือไม่นั้น ยังประเมินไม่ได้ ต้องให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาประเมินต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...