ของจริง..ไม่ขี้หมา!
ในบ้าน..เลี้ยงหมาใหญ่ 3 ตัว หมาน้อย 1 ตัว!
นอกรั้ว-หน้าบ้าน..มีสุนัขจรจัดอยู่ 2 ตัว อาศัยอยู่ใต้โพรงพุ่มต้นเทียนดัดมาร่วมปี และดูทีท่าว่าจะไม่ยอมย้ายสำมะโนครัวไปไหน?
ซึ่งผมก็ไม่ขัดข้องหรือเดือดร้อนอะไร เมื่อทั้งคู่อยากอยู่ก็อยู่ไปแต่ต้องหากินกันเอาเองนะ..คิดเพียงเท่านี้ เพราะไม่อยากไปผูกพันธะ-เป็นภาระให้ตัวเอง!
แต่แล้ว..2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา ความเดือดร้อนก็เดินเข้ามาหา ด้วยมีผู้ใจบุญ-รักหมาได้ขี่มอเตอร์ไซค์จากไหนก็ไม่รู้ นำข้าวใส่ชามมาวางให้หมากินที่ริมรั้วหน้าบ้าน!
แกคงอิ่มสุข-อิ่มบุญกับการให้อาหารหมาจรจัดได้อิ่มท้อง แต่แกน่าจะลืมคิด-ลืมมองไปว่า การทำเช่นนั้น เท่ากับส่งเสริมให้สุนัข 2 ตัวได้ปักหลัก-ลงฐานอยู่หน้าบ้านผมต่อไป..
โดยไม่คิดจะพาตัวเองไปหากิน-หลับนอนที่อื่น เพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์ มีคนใจบุญคอยนำข้าวปลาอาหารมาวางให้กินตรงหน้าทุกวัน!
แล้วผมต้องเดือดร้อนอะไร? อย่างแรกไอ้ 3 ตัวในบ้านก็จะส่งเสียงเห่าเหมือนไม่พอใจเมื่อเห็นหมาจรจัดกินข้าวหมับๆ อยู่หน้าบ้าน..รำคาญ-หนวกหู!
อย่างสอง..ฝูงนกพิราบจากไหนต่อไหนก็จะบินว่อนลงมาร่วมแย่งข้าวหมา หลายตัวอิ่มท้องแล้วก็ไม่ยอมกลับบ้านกลับคอน หลบอาศัยชายคาบ้านผมพักผ่อนกายา..ขี้เพ่นพ่าน!
ตอนนี้ ผมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการพูดกับผู้ใจบุญตรงๆ ไปว่า..อย่านำข้าวมาวางตรงนี้เลย เข้าใจล่ะว่าคุณเป็นคนใจบุญสุญทาน..
แต่ถ้าสร้างความเดือดร้อน-รำคาญกับผู้อื่นมันจะเป็นบาป!
แกก็ไม่ได้ตอบโต้อะไร ได้แต่ยกมือไหว้ขอโทษผงกๆ เล่นเอาผมทำตัวไม่ถูก ด้วยตัวแกอายุอานามน่าจะอ่อน-แก่กว่าผมไม่มากนัก!
และนี่ที่บ่นมายืดยาว ก็ด้วยอยากปรึกษาท่านผู้อ่าน จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรถึงจะไม่ให้เดือดร้อนทั้งคนและหมา จะร้องทุกข์ไปยังผู้ว่าฯ ชัชชาติรึ?
ก็..เกรงใจ ไม่รู้ว่าจะเป็นหน้าที่-ความรับผิดชอบของท่านรึเปล่า แต่หากเป็นความรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ของ กทม.โดยตรง..
แล้วไหง “หมาจรจัด” ถึงยังมีเพ่นพ่านอยู่ทุกซอกซอยถนนล่ะ..หือ?
เนี่ย..ถ้าแค่ปัญหาเรื่อง “หมาหมา” ยังแก้ไขไม่ได้ แล้วนโยบาย (ยากๆ) ที่ประกาศตอนหาเสียง จะไปหวังความสำเร็จอะไรได้..
จะไม่เป็นการพูด “ขี้หก-ขี้หมา” ทั้งเพ อย่างนั้นรึ?
เออ..แต่นี่ไม่ขี้หมา เรื่องจริง ก็ข่าว (วันก่อนนู้น) ที่ “เวิร์คพอยท์ 23 ออนไลน์” รายงาน.. “กรมการท่องเที่ยว เผยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569
มีกองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศขออนุญาตเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย 302 เรื่อง สร้างมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 4,025 ล้านบาท
คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ตลอดปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุดกว่า 7,000 ล้านบาท
พร้อมคาดว่าปีนี้มีโอกาสสร้างสถิติใหม่ หลังยังมีโครงการขนาดใหญ่เตรียมเข้ามาถ่ายทำในช่วงครึ่งปีหลัง
กรมการท่องเที่ยวระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ไทยยังเป็นจุดหมายสำคัญของกองถ่ายต่างชาติ มาจากความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำ ทีมงานที่มีคุณภาพ ระบบบริการมาตรฐานสากล
รวมถึงมาตรการ Thailand Film Incentive ที่สนับสนุนการคืนเงินแก่กองถ่ายต่างประเทศสูงสุด 30% ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย
นอกจากนี้ การเติบโตของแพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลก โดยเฉพาะ Netflix ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทำให้เกิดการลงทุนผลิตคอนเทนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง
สร้างการจ้างงานและเม็ดเงินหมุนเวียนตั้งแต่ธุรกิจภาพยนตร์ โรงแรม การเดินทาง ไปจนถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น
อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตาคือ การเติบโตของ Vertical Drama หรือภาพยนตร์แนวตั้ง ซึ่งได้รับความนิยมในจีนและหลายประเทศในเอเชีย
ส่งผลให้ผู้ผลิตคอนเทนต์รูปแบบนี้เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำเพิ่มขึ้น
กรมการท่องเที่ยวเชื่อว่า แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมคอนเทนต์โลกและมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ จะช่วยผลักดันประเทศไทย
สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับนานาชาติ สร้างรายได้และการจ้างงานให้ประเทศอย่างต่อเนื่อง”
นี่..ประเทศกูมี (ของจริง)!.
สันต์ สะตอแมน