โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤต “แอกโซลอเติล” ดาวเด่นฟุตบอลโลกในเม็กซิโก แต่ในธรรมชาติกลับแทบไม่เหลือ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
จากสัตว์ใกล้สูญพันธุ์สู่สัญลักษณ์ระดับโลก “แอกโซลอเติล” สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกเอกลักษณ์ของเม็กซิโก กำลังกลายเป็นภาพจำของการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่กรุงเม็กซิโกซิตีใช้ตกแต่งทั่วเมือง แต่เบื้องหลังความน่ารักสดใสกลับซ่อนวิกฤตการอนุรักษ์ เมื่อประชากรในธรรมชาติลดลงอย่างหนักจนแทบไม่เหลือให้พบเห็น นักอนุรักษ์จึงตั้งคำถามว่าการนำสัตว์ใกล้สูญพันธุ์มาเป็นสัญลักษณ์ของมหกรรมกีฬาโลก จะช่วยสร้างการตระหนักรู้ หรือเป็นเพียงการกลบปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขกันแน่?

ขณะที่กรุงเม็กซิโกซิตีกำลังเตรียมความพร้อมต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก หนึ่งในภาพที่นักท่องเที่ยวและแฟนบอลจะได้พบเห็นทั่วเมืองคือ “แอกโซลอเติล” (Axolotl) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกหน้าตาคล้ายซาลาแมนเดอร์ที่มีถิ่นอาศัยเฉพาะในประเทศเม็กซิโก ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการจัดการแข่งขันครั้งนี้

ภาพของแอกโซลอเติลถูกนำไปตกแต่งตามกำแพงเมือง ขบวนรถไฟใต้ดิน และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ในรูปแบบสีสันสดใส รวมถึงประติมากรรมขนาดใหญ่ในท่ากำลังเลี้ยงลูกฟุตบอล เพื่อสร้างบรรยากาศต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยกรุงเม็กซิโกซิตีจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 5 นัด รวมถึงนัดเปิดสนามในวันที่ 11 มิถุนายนนี้

อย่างไรก็ตาม การนำสัตว์ชนิดนี้มาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกลับสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเมืองจำนวนไม่น้อย หลายคนมองว่าภาพลักษณ์น่ารักสดใสของแอกโซลอเติลกำลังถูกใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ที่ยังขาดประสิทธิภาพ

แอกโซลอเติลมีชื่อมาจากภาษานาวัตล์ ซึ่งแปลว่า “สัตว์ประหลาดแห่งสายน้ำ” เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่ใช้ชีวิตอยู่ในน้ำตลอดวงจรชีวิต และถือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของเม็กซิโก ด้วยรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการ รอยยิ้มบนใบหน้า และความสามารถพิเศษในการงอกอวัยวะใหม่ได้

ในอดีต แอกโซลอเติลเคยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณทะเลสาบและพื้นที่เกษตรกรรมแบบ “ชินัมปัส” หรือแปลงเพาะปลูกบนเกาะลอยน้ำ ซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของนครเตนอชตีตลัน เมืองหลวงของอาณาจักรแอซเท็กโบราณ ก่อนจะกลายมาเป็นกรุงเม็กซิโกซิตีในปัจจุบัน

แต่ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบจำนวนมากถูกระบายน้ำออกเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ทำให้ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของแอกโซลอเติลหดหายลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเผชิญปัญหามลพิษและคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม

ปัจจุบัน เขตโซชีมิลโก (Xochimilco) ทางตอนใต้ของกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งมีเครือข่ายคลองโบราณและเรือท่องเที่ยวสีสันสดใส ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่หลบภัยแห่งสุดท้ายของแอกโซลอเติลในธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังสำรวจประชากรแอกโซลอเติลในพื้นที่เปิดเผยว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมา พวกเขายังไม่พบแอกโซลอเติลตามธรรมชาติแม้แต่ตัวเดียว ทำให้เกิดความกังวลว่าสัตว์ชนิดนี้อาจใกล้สูญพันธุ์จากธรรมชาติอย่างสมบูรณ์

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติอิสระเม็กซิโก หรือ UNAM ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2541 พื้นที่โซชีมิลโกมีแอกโซลอเติลมากถึงประมาณ 6,000 ตัวต่อตารางกิโลเมตร แต่เมื่อสำรวจในปี พ.ศ. 2557 จำนวนลดลงเหลือเพียงประมาณ 36 ตัวต่อตารางกิโลเมตรเท่านั้น สะท้อนการลดลงอย่างรุนแรงของประชากรสัตว์ชนิดนี้

การสำรวจประชากรรอบล่าสุดเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2567 และจนถึงปัจจุบันนักวิจัยยังไม่สามารถพบแอกโซลอเติลในธรรมชาติได้เลย

นายมิเชล บาลัม นักข่าวและสมาชิกองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม Independent Environmental Management Community กล่าวว่า ภาพลักษณ์สดใสของแอกโซลอเติลที่ถูกนำมาใช้ประชาสัมพันธ์การแข่งขันฟุตบอลโลก ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่สัตว์ชนิดนี้กำลังเผชิญวิกฤตการสูญพันธุ์อย่างหนัก

เขาระบุว่า หากไม่มีมาตรการอนุรักษ์ที่จริงจัง แอกโซลอเติลอาจหายไปจากถิ่นอาศัยตามธรรมชาติภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี พร้อมวิจารณ์ว่าภาครัฐใช้งบประมาณไปกับการตกแต่งเมืองมากกว่าการฟื้นฟูแหล่งอาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้

กระแสความไม่พอใจดังกล่าวยังนำไปสู่การรณรงค์ต่อต้านสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Axolotlization” หรือการใช้ภาพแอกโซลอเติลเพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก โดยมีการเผยแพร่ภาพตัดต่อและมีมบนโลกออนไลน์ที่แสดงให้เห็นแอกโซลอเติลขนาดยักษ์คล้ายสัตว์ประหลาดบุกทำลายเมือง เพื่อสะท้อนความไม่พอใจต่อแนวทางของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการและนักอนุรักษ์บางส่วนที่มองว่าการนำแอกโซลอเติลมาเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันฟุตบอลโลกอาจช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานะใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดนี้ให้กับผู้คนทั่วโลก

นายเออร์เนสโต เวลาซเกซ วัย 19 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายตุ๊กตาแอกโซลอเติลในสวนสาธารณะชาปุลเตเปก กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเริ่มสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้มากขึ้น และหวังว่ากระแสฟุตบอลโลกจะช่วยผลักดันการอนุรักษ์ในระยะยาว ซึ่งแม้ประชากรในธรรมชาติจะลดลงอย่างน่าเป็นห่วง แต่แอกโซลอเติลยังคงถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการและสถานเพาะพันธุ์จำนวนมากทั่วโลก เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสามารถพิเศษในการงอกแขน ขา และแม้แต่เนื้อเยื่อสมองบางส่วนใหม่ได้ อาจนำไปสู่การค้นพบทางการแพทย์ที่สำคัญในอนาคต รวมถึงงานวิจัยด้านโรคมะเร็งและเวชศาสตร์ฟื้นฟู

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...