วิกฤต “แอกโซลอเติล” ดาวเด่นฟุตบอลโลกในเม็กซิโก แต่ในธรรมชาติกลับแทบไม่เหลือ
ขณะที่กรุงเม็กซิโกซิตีกำลังเตรียมความพร้อมต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก หนึ่งในภาพที่นักท่องเที่ยวและแฟนบอลจะได้พบเห็นทั่วเมืองคือ “แอกโซลอเติล” (Axolotl) สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกหน้าตาคล้ายซาลาแมนเดอร์ที่มีถิ่นอาศัยเฉพาะในประเทศเม็กซิโก ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของการจัดการแข่งขันครั้งนี้
ภาพของแอกโซลอเติลถูกนำไปตกแต่งตามกำแพงเมือง ขบวนรถไฟใต้ดิน และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ในรูปแบบสีสันสดใส รวมถึงประติมากรรมขนาดใหญ่ในท่ากำลังเลี้ยงลูกฟุตบอล เพื่อสร้างบรรยากาศต้อนรับการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยกรุงเม็กซิโกซิตีจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 5 นัด รวมถึงนัดเปิดสนามในวันที่ 11 มิถุนายนนี้
อย่างไรก็ตาม การนำสัตว์ชนิดนี้มาเป็นสัญลักษณ์ของเมืองกลับสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากชาวเมืองจำนวนไม่น้อย หลายคนมองว่าภาพลักษณ์น่ารักสดใสของแอกโซลอเติลกำลังถูกใช้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ที่ยังขาดประสิทธิภาพ
แอกโซลอเติลมีชื่อมาจากภาษานาวัตล์ ซึ่งแปลว่า “สัตว์ประหลาดแห่งสายน้ำ” เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกที่ใช้ชีวิตอยู่ในน้ำตลอดวงจรชีวิต และถือเป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดของเม็กซิโก ด้วยรูปร่างคล้ายสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการ รอยยิ้มบนใบหน้า และความสามารถพิเศษในการงอกอวัยวะใหม่ได้
ในอดีต แอกโซลอเติลเคยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณทะเลสาบและพื้นที่เกษตรกรรมแบบ “ชินัมปัส” หรือแปลงเพาะปลูกบนเกาะลอยน้ำ ซึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญของนครเตนอชตีตลัน เมืองหลวงของอาณาจักรแอซเท็กโบราณ ก่อนจะกลายมาเป็นกรุงเม็กซิโกซิตีในปัจจุบัน
แต่ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา พื้นที่ชุ่มน้ำและทะเลสาบจำนวนมากถูกระบายน้ำออกเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ทำให้ถิ่นอาศัยตามธรรมชาติของแอกโซลอเติลหดหายลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเผชิญปัญหามลพิษและคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม
ปัจจุบัน เขตโซชีมิลโก (Xochimilco) ทางตอนใต้ของกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งมีเครือข่ายคลองโบราณและเรือท่องเที่ยวสีสันสดใส ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่หลบภัยแห่งสุดท้ายของแอกโซลอเติลในธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ที่กำลังสำรวจประชากรแอกโซลอเติลในพื้นที่เปิดเผยว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมา พวกเขายังไม่พบแอกโซลอเติลตามธรรมชาติแม้แต่ตัวเดียว ทำให้เกิดความกังวลว่าสัตว์ชนิดนี้อาจใกล้สูญพันธุ์จากธรรมชาติอย่างสมบูรณ์
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติอิสระเม็กซิโก หรือ UNAM ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2541 พื้นที่โซชีมิลโกมีแอกโซลอเติลมากถึงประมาณ 6,000 ตัวต่อตารางกิโลเมตร แต่เมื่อสำรวจในปี พ.ศ. 2557 จำนวนลดลงเหลือเพียงประมาณ 36 ตัวต่อตารางกิโลเมตรเท่านั้น สะท้อนการลดลงอย่างรุนแรงของประชากรสัตว์ชนิดนี้
การสำรวจประชากรรอบล่าสุดเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2567 และจนถึงปัจจุบันนักวิจัยยังไม่สามารถพบแอกโซลอเติลในธรรมชาติได้เลย
นายมิเชล บาลัม นักข่าวและสมาชิกองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม Independent Environmental Management Community กล่าวว่า ภาพลักษณ์สดใสของแอกโซลอเติลที่ถูกนำมาใช้ประชาสัมพันธ์การแข่งขันฟุตบอลโลก ขัดแย้งกับความเป็นจริงที่สัตว์ชนิดนี้กำลังเผชิญวิกฤตการสูญพันธุ์อย่างหนัก
เขาระบุว่า หากไม่มีมาตรการอนุรักษ์ที่จริงจัง แอกโซลอเติลอาจหายไปจากถิ่นอาศัยตามธรรมชาติภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี พร้อมวิจารณ์ว่าภาครัฐใช้งบประมาณไปกับการตกแต่งเมืองมากกว่าการฟื้นฟูแหล่งอาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ชนิดนี้
กระแสความไม่พอใจดังกล่าวยังนำไปสู่การรณรงค์ต่อต้านสิ่งที่ถูกเรียกว่า “Axolotlization” หรือการใช้ภาพแอกโซลอเติลเพื่อสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก โดยมีการเผยแพร่ภาพตัดต่อและมีมบนโลกออนไลน์ที่แสดงให้เห็นแอกโซลอเติลขนาดยักษ์คล้ายสัตว์ประหลาดบุกทำลายเมือง เพื่อสะท้อนความไม่พอใจต่อแนวทางของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ประกอบการและนักอนุรักษ์บางส่วนที่มองว่าการนำแอกโซลอเติลมาเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันฟุตบอลโลกอาจช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถานะใกล้สูญพันธุ์ของสัตว์ชนิดนี้ให้กับผู้คนทั่วโลก
นายเออร์เนสโต เวลาซเกซ วัย 19 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายตุ๊กตาแอกโซลอเติลในสวนสาธารณะชาปุลเตเปก กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเริ่มสนใจเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้มากขึ้น และหวังว่ากระแสฟุตบอลโลกจะช่วยผลักดันการอนุรักษ์ในระยะยาว ซึ่งแม้ประชากรในธรรมชาติจะลดลงอย่างน่าเป็นห่วง แต่แอกโซลอเติลยังคงถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการและสถานเพาะพันธุ์จำนวนมากทั่วโลก เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าความสามารถพิเศษในการงอกแขน ขา และแม้แต่เนื้อเยื่อสมองบางส่วนใหม่ได้ อาจนำไปสู่การค้นพบทางการแพทย์ที่สำคัญในอนาคต รวมถึงงานวิจัยด้านโรคมะเร็งและเวชศาสตร์ฟื้นฟู
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ทั่วโลก-ชาติอาเซียน ซื้อลิขสิทธิ์ “ฟุตบอลโลก” เท่าไหร่ หลัง สปป.ลาว ประกาศถ่ายทอดสดฟรีแล้ว
- 5 มิ.ย. “วันสิ่งแวดล้อมโลก” เมื่อโลกเดือด ป่าหาย ทะเลป่วย สัญญาณเตือนที่ทุกคนต้องรับฟัง
- “บอลโลก” สู้วิกฤตอากาศ! FIFA ทุ่มเทคโนโลยีหญ้าไฮบริด คุมมาตรฐานสนาม 3 ประเทศ
- 28 พ.ค. “วันผีเสื้อโลก” แมลงตัวเล็กผู้ค้ำจุนสมดุลธรรมชาติ
- ยิ่งร้อน ยิ่งไร้ที่หนี! สัตว์บนยอดเขา เผชิญวิกฤตสูญพันธุ์