ส่องตลาดที่อยู่อาศัย EEC อนุญาตจัดสรรที่ดินลด แนวราบขยายตัวสวนทาง
เจาะภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัย EEC ชะลอตัวด้านอุปทาน โครงการและจำนวนหน่วยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลง ใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบขยายตัวสวนทาง
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดทำบทวิเคราะห์ เรื่อง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยใน EEC ชะลอตัวด้านอุปทาน ส่งผลให้จำนวนโครงการและจำนวนหน่วยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินลดลง แต่อุปทานข้อมูลการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยเป็นการเพิ่มขึ้นของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบแต่ไม่พบการออกใบอนุญาตก่อสร้างของอาคารชุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ด้านอุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วยและมูลค่า ส่วนหนึ่งมีแรงหนุนของมาตรการรัฐ อาทิ การลดค่าธรรมเนียมการโอนและการจดจำนองเหลือประเภท 0.01% รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ทุกระดับราคา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สถานการณ์ด้านอุปทานที่อยู่อาศัย
1. ใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน
ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีโครงการที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุญาตจัดสรรที่ดินจากกรมที่ดินจำนวน 21 โครงการและจำนวน 1,433 หน่วย จำนวนโครงการลดลง 30% และมีจำนวนหน่วยลดลง 45.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวนโครงการ 30 โครงการ และจำนวน 2,629 หน่วย
เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC ไตรมาส 1 ปี 2569 จังหวัดที่มีใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุดเรียงลำดับได้ ดังนี้
อันดับ 1 จังหวัดชลบุรี มีจำนวน 844 หน่วย คิดเป็น 58.9% ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ซึ่งลดลง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภทบ้านแฝดมากที่สุด จำนวน 436 หน่วย รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 292 หน่วย และเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 116 หน่วย
อันดับ 2 จังหวัดระยอง มีจำนวน 323 หน่วย คิดเป็น 22.5% ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ซึ่งลดลง 66.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุด จำนวน 156 หน่วย รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 105 หน่วย และเป็นบ้านแฝด จำนวน 62 หน่วย
อันดับ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 266 หน่วย คิดเป็น 18.6% ของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั้งหมด ซึ่งลดลง 23.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นใบอนุญาตจัดสรรประเภทบ้านแฝดมากที่สุด จำนวน 152 หน่วย รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 64 หน่วย และเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 50 หน่วย
2. การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัย
ไตรมาส 1 ปี 2569 มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยใน EEC ทั้งที่เป็นที่อยู่อาศัยที่ปลูกสร้างเองและที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรและอาคารชุด มีจำนวน 6,116 หน่วย เพิ่มขึ้น 5.1% ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งหมด ส่วนอาคารชุดไม่พบการออกใบอนุญาตก่อสร้าง
เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดใน EEC ไตรมาส 1 ปี 2569 จังหวัดที่มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยมากที่สุด เรียงลำดับได้ดังนี้
อันดับ 1 จังหวัดชลบุรี มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 3,398 หน่วย คิดเป็น 55.6% ของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 3,398 หน่วย โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุดจำนวน 2,139 หน่วย รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 1,134 หน่วย และเป็นบ้านแฝดจำนวน 86 หน่วย ส่วนอาคารชุดไม่พบการออกใบอนุญาตก่อสร้าง
อันดับ 2 จังหวัดระยอง มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 1,729 หน่วย คิดเป็น 28.3% ของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 1,729 หน่วย โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุด จำนวน 1,070 หน่วย รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์จำนวน 460 หน่วย และเป็นบ้านแฝด จำนวน 132 หน่วย ส่วนอาคารชุดไม่พบการออกใบอนุญาตก่อสร้าง
อันดับ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยประมาณ 989 หน่วย คิดเป็น 16.1% ของการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 989 หน่วย โดยส่วนใหญ่เป็นประเภทบ้านเดี่ยวมากที่สุด จำนวน 870 หน่วย รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ จำนวน 92 หน่วย และเป็นบ้านแฝด จำนวน 22 หน่วย ส่วนอาคารชุดไม่พบการออกใบอนุญาตก่อสร้าง
ด้านอุปสงค์ที่อยู่อาศัย
1. การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย
ในไตรมาส 1 ปี 2569 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยใน EEC มีจำนวน 10,644 หน่วย มูลค่า 25,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้งจำนวนหน่วย 11.6% และมูลค่าเพิ่มขึ้น 6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวน 9,535 หน่วย และมูลค่า 23,626 ล้านบาท โดยเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยประเภทที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 7,434 หน่วย มีมูลค่า 18,105 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีจำนวน 3,210 หน่วย มูลค่า 6,942 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายจังหวัดที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยมากที่สุด โดยเรียงตามมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เรียงลำดับ ดังนี้
อันดับ 1 จังหวัดชลบุรี มีจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ 7,078 หน่วย เพิ่มขึ้น 6.9% แต่มีมูลค่า 17,418 ล้านบาท ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 6,621 หน่วย และมูลค่า 17,453 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 4,119 หน่วย มูลค่า 10,823 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ทาวน์เฮ้าส์มากที่สุด จำนวน 1,778 หน่วย มูลค่า 3,168 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์จำนวน 2,959 หน่วย มูลค่า 6,595 ล้านบาท
อันดับ 2 จังหวัดระยอง มีจำนวน 2,691 หน่วย เพิ่มขึ้น 24% และมีมูลค่า 5,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 2,171 หน่วย และมูลค่า 4,588 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 2,491 หน่วย มูลค่า 5,446 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมากที่สุด จำนวน 1,178 หน่วย มูลค่า 2,966 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอนกรรมสิทธิ์ จำนวน 200 หน่วย มูลค่า 299 ล้านบาท
อันดับ 3 จังหวัดฉะเชิงเทรา มีจำนวน 875 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.8% และมีมูลค่า 1,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีจำนวน 763 หน่วย และมีมูลค่า 1,584 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยแนวราบ จำนวน 824 หน่วย มูลค่า 1,836 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์บ้านเดี่ยวมากที่สุด จำนวน 370 หน่วย มูลค่า 957 ล้านบาท ส่วนอาคารชุด มีการโอนกรรมสิทธิ์ จำนวน 51 หน่วย มูลค่า 49 ล้านบาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ตลาดที่อยู่อาศัย กทม.-ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 69 ขอจัดสรรที่ดิน-โครงการสร้างเสร็จ ลดลง
- ตลาดที่อยู่อาศัย ไตรมาส 1 ปี 2569 ชะลอตัว ทั้งขอจัดสรรที่ดิน-ขอก่อสร้างลดฮวบ
- ส่องตลาดที่อยู่อาศัยปี 69 ดีมานด์หาย ซัพพลายหด ลากยาวปีที่ 4
ติดตามเราได้ที่