“ละครซีรีส์ขนาดสั้นความยาวเพียง 1-5 นาทีกำลังแพร่ออกจากจีนสู่ผู้ชมทั่วโลก”
“ละครซีรีส์ขนาดสั้นความยาวเพียง 1-5 นาทีกำลังแพร่ออกจากจีนสู่ผู้ชมทั่วโลก”
โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
วันนี้จะมาชวนผู้อ่านคุยเรื่องสนุก ๆ เกี่ยวกับละครซีรีส์ของจีนที่กำลังแซงโค้งซีรีส์เกาหลีด้วยความเร็วที่คาดไม่ถึง แล้วแพร่ออกสู่ตลาดต่าง ๆ ด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อในเวลาเพียงไม่กี่ปี คนจีนเรียกละครแนวนี้ว่า “ตว่านจวี๋” แปลว่าละครสั้นหรือ mini drama ความยาวไม่เกิน 10 นาที เป็นส่วนใหญ่ หากสั้นกว่านั้นเพียงไม่กี่นาทีจะเรียกว่า micro drama แต่ชื่อที่เท่ที่สุดล้ำสมัยที่สุด เห็นจะต้องยกให้กับชื่อที่รู้จักกันว่า “ละครแนวตั้ง”
“ทำไมจึงเป็นละครแนวตั้ง” เพราะละครสั้นเหล่านี้นำเสนอสู่ผู้ชมผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งออกแบบมาให้ผู้ใช้ถือมือถือในแนวตั้งซึ่งเป็นท่าที่สะดวกที่สุด เจ้าของมือถือสามารถดูละครจากมือถือในมือได้ทุกเวลา ทุกโอกาส ทุกสถานที่ เดินไปมาในถนนก็ดูได้ ขณะรอรถเมล์ก็ดูได้ นั่ง หรือ ยืนอยู่ในรถไฟใต้ดินก็ดูได้ ดูได้ทุกที่ทุกโอกาส โดยสายตาไม่ต้องละจากเนื้อหาของละครในมือถือได้ตลอดเวลา
Micro-drama หรือ mini-drama เหล่านี้ออกแบบมาให้มีความยาวแต่ละตอนสั้นมาก เพียง 1-5 นาทีเท่านั้น รวมทั้งซีรีส์อาจมีได้ตั้งแต่ 40 ตอนถึง 100 ตอน ความยาวโดยรวมจึงพอ ๆ กับภาพยนตร์ที่ฉายตามโรงหนัง ผู้ชมจะชมตอนแรก ๆ ได้ฟรี แต่หากติดใจอยากดูต่อก็ต้องจ่ายเงิน “ค่าปลดล็อค” ตอนที่เหลือ หรือดูโฆษณาคั่นตอนแทนก็ได้ สถิติชี้ว่า ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ชมจะปลดล็อค เสียค่าปลดล็อคประมาณ 11-50 หยวนต่อเดือน ตัวเลขในปี 2024 ผู้ผลิตได้ค่าปลดล็อคสูงถึง 50.44 พันล้านหยวน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปีต่อปี จนเริ่มแซงหน้ารายได้จากภาพยนตร์ตามโรงหรือ Box Office ได้แล้วในขณะนี้
“เนื้อหาของละครมินิซีรีส์
การดำเนินเรื่องอย่างฉับไวทันใจผู้ชมเป็นจุดเด่นประการหนึ่งของละครเรื่องสั้นเหล่านี้ ส่วนพล็อตเรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมเพื่อความสะใจของคนดู เช่นความขัดแย้งภายในครอบครัวที่สับสนอลหม่าน ความระหองระแหงระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ ความสุขที่ได้จากการแต่งงานกับคนรวย การยั่วยวนทางเพศที่เกินงาม การแก้แค้นอย่างสุดโต่ง ภาษาที่ใช้บางครั้งเข้าขั้นหยาบคาย พูดง่าย ๆ เป็นละครแบบที่คนไทยเรียกกันว่า “ละครน้ำเน่า” เป็นส่วนใหญ่ มีบ้างที่ให้ความคิดความอ่านดี ๆ กับผู้ชม แต่จากระแสการแข่งขันที่ดุเดือด ทำให้เรื่องราวที่สะใจแซงหน้าเรื่องราวสะท้อนคุณธรรม ซีรีส์สั้นของจีนพากันเติบโตแบบก้าวกระโดด จากมูลค่า 1,000 ล้านหยวน ในปี 2020 พุ่งทะยานสู่นับแสนล้านหยวนในขณะนี้
“รัฐบาลจีนเดินหน้าจัดระเบียบครั้งใหญ่”
ในที่สุดเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง หน่วยงานบริหารวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติของจีน (NRTA) จึงได้เดินหน้าตรวจสอบและปราบปรามซีรีส์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม สั่งการเชิงรุกให้ซีรีส์ทุกเรื่องก่อนถ่ายทำต้องได้รับการตรวจสอบเนื้อหาจากรัฐบาลก่อน ซึ่งเดิมจะเป็นมาตรการเซ็นเซอร์ซึ่งเป็นมาตรการตามหลัง สั่งให้แพลตฟอร์มใหญ่อย่าง WeChat DouYin (TikTok) Kuaishou ต้องตรวจสอบเนื้อหากันเอง ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้หันมาสนับสนุนงบประมาณเพื่อผลักดันให้มีการผลิต “ซีรีส์คุณภาพสูง 1,000 เรื่อง” ให้ทำหน้าที่ถ่ายทอดเนื้อหาของคนธรรมดา การสู้ชีวิต และถ่ายทอดเรื่องราวที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ดีงามของชาติแทน
“ความแพร่หลายในประเทศไทย” มินิซีรีส์จีนเข้ามาในประเทศไทยอย่างเงียบ ๆ ราว 1-2 ปีก่อน ในจังหวะที่ละครโทรทัศน์ไทยที่เคยเฟื่องฟูกำลังอยู่ในภาวะเสื่อมถอยเงียบสนิท คนไทยหันไปดูซีรีส์เกาหลีและญี่ปุ่นแทน แต่สุดท้ายก็สู้ “ละครแนวตั้ง” จากจีนที่แพร่เข้ามาไม่ได้ ผู้ชมสามารถเข้าถึงละครเหล่านี้ได้ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TikTok YouTube Facebook หรือ Google ได้ตลอดเวลา ผู้ชมติดใจที่สามารถดูละครเหล่านี้ในเวลาที่สั้น ๆ เนื้อเรื่องดำเนินไปเร็วมากเพียงไม่กี่นาทีก็จบตอน วิธีการนำเสนอสำหรับผู้ชมชาวไทยมีหลากหลายแบบ เช่น แปลเรื่องทั้งหมดเป็นไทย แล้วให้ AI คนเดียวอ่านเหมือนอ่านไทย ไม่แยกแม้แต่เสียงพูดของผู้ชายกับผู้หญิง อ่านไปเรื่อย ๆ ด้วยเสียงแบบที่เรียกว่า monotone ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ใส่อารมณ์ความรู้สึก แต่จะมี subtitle ภาษาจีนขึ้นมาให้อ่านสำหรับคนที่อ่านภาษาจีนได้ บางเรื่องก็ใช้วิธีกลับกัน คือ ไม่แปล ปล่อยเสียงตัวละครภาษาจีนไปตลอด แต่ขึ้น subtitle เป็นภาษาไทยให้คนที่ไม่รู้ภาษาจีนสามารถเข้าถึง
เมื่อวานนี้เองเป็นครั้งแรกที่ผู้เขียนได้เห็น”ละครแนวตั้ง” ที่คนไทยพยายามเลียนแบบ minidramaของจีนด้วยต้นทุนที่ต่ำสุด ๆ ท่านผู้อ่านลองเปิดไปที่ YouTube จะเห็นว่านอกจากข่าวคราวการเมือง เช่น “สุทธิชัย live” ที่มาเป็นประจำแล้ว เป็นครั้งแรกที่เริ่มมีรายการใหม่ภายใต้หัวเรื่องว่า “นิยายรัก” บ้าง “นิยายผี” บ้าง เปิดเข้าไปจะพบกับละครสั้นต้นทุนต่ำที่มีเนื้อหาคล้าย ๆ กัน คือ มีเพียงผู้ดำเนินรายการหนึ่งคน ตัวละครหนึ่งคน ปิดด้วย mask หรือทำ blur ไม่ให้เห็นหน้าชัด ๆ มาเล่าเรื่องราวความรักที่ผิดหวังหรือผิดปกติต่าง ๆ ที่พวกเธอประสบมา ส่วนใหญ่ใช้เสียง AI พากย์เช่นกัน
ในความเห็นของผู้เขียน จุดเริ่มต้นของ minidrama ต้นทุนต่ำก็กำลังพัฒนาขึ้นแล้วในประเทศไทยเช่นกัน !!