“อ.จ๊ะ” ชี้ 'ทักษิณ' ไม่เคยวางมือ! ชูวาทะ 'พลเมือง' ส่งสัญญาณลุยการเมืองเต็มตัว เตือนค่ายสีน้ำเงินตาอย่ากะพริบ
“อ.จ๊ะ” ชี้ 'ทักษิณ' ไม่เคยวางมือ! ชูวาทะ 'พลเมือง' ส่งสัญญาณลุยการเมืองเต็มตัว เตือนค่ายสีน้ำเงินตาอย่ากะพริบ
วันที่ 28 มิ.ย.69 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้สัมภาษณ์ถึงปรากฏการณ์ที่นายทักษิณ ชินวัตร ปรากฏตัวในการไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่ากทม.และให้สัมภาษณ์ถึงสถาณการณ์ทางการเมือง ว่า เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่งกว่าผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เสียอีก โดยพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า นายทักษิณ ไม่มีเซลล์ของความคิดที่จะวางมือทางการเมืองอย่างแน่นอน และเรื่องการวางมือคงเลิกพูดกันได้เลย คำสัมภาษณ์ที่นายทักษิณ ระบุว่าตนเอง ไม่ใช่คนการเมือง แต่เป็นพลเมือง นั้น นับว่าเป็นคำพูดที่มีความเฉียบคมและแฝงนัยทางการเมืองถึง 2 ประเด็น
ประเด็นแรกคือทำให้นึกถึงเมื่อปี 2544 ที่นายทักษิณ เคยประกาศว่าตนไม่ใช่คนการเมืองแต่เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นชั้นเชิงที่เหนือชั้นมาก การกลับมาใช้คำพูดลักษณะนี้เป็นการส่งสัญญาณว่านายทักษิณพร้อมจะเดินหน้าทางการเมืองในรูปแบบเดียวกับเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว
ประเด็นที่สอง คำว่า "พลเมือง" ย่อมมาพร้อมกับหน้าที่ต่อประเทศชาติ ซึ่งแปลว่านับจากนี้เราจะได้เห็นบทบาทหน้าที่ในฐานะพลเมืองของนายทักษิณ ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านการแสดงความห่วงใยเรื่องหนี้สิน ปัญหาภายใน และแรงกดดันจากภายนอกประเทศ ซึ่งจะทำให้กลุ่มผู้สนับสนุน หรือ FC กลับมาฮือฮาและเชื่อมั่นว่านายทักษิณยังคงเป็นมือหนึ่งด้านการจัดการเศรษฐกิจที่หาตัวจับยาก
"นายทักษิณเป็นคนคลุกวงในและอยู่เบื้องหลังไม่เป็น หากถึงช่วงใกล้เลือกตั้ง นายทักษิณ อาจจะลงมาสวมบทบาทเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยด้วยตนเอง ซึ่งจะเข้ามาอุดช่องโหว่ของพรรคเพื่อไทยที่มีแต่ "นักรบห้องแอร์" ให้สามารถลงสนามต่อสู้ในสมรภูมิเลือกตั้งระบบเขตได้อย่างสูสีและดุเดือดมากยิ่งขึ้น การออกมาเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือว่ามาถูกที่ถูกเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่ พรรคภูมิใจไทย (ค่ายสีน้ำเงิน) กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และมีอาการเซไปมา จึงฝากคำเตือนไปยังพลพรรคสีน้ำเงินว่า "ตาอย่ากะพริบ" มิเช่นนั้นอาจจะได้เจอทีเด็ดของนายใหญ่แน่ๆ"รศ.ดร.ธนพร กล่าว
รศ.ดร.ธนพร ระบุว่า นอกจากนี้ แม้นายทักษิณจะเคยให้สัมภาษณ์ในวันแรกๆ หลังออกจากเรือนจำว่าลืมเรื่องอดีตไปหมดแล้ว แต่จากท่าทีล่าสุดที่ยังพาดพิงถึงเหตุการณ์โมฆะการเลือกตั้งปี 2549 แสดงให้เห็นว่านายทักษิณ. ยังไม่เลอะเลือน และมีความมุ่งมั่นที่จะจดจำเรื่องราวที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในอดีต เหมือนช่วงเวลาที่นายทักษิณอยู่ในเรือนจำว่าเหมือนการ "เข้าถ้ำจำศีล" เพื่อออกมาพร้อมวิทยายุทธที่แก่กล้าขึ้น สังเกตได้จากการมีระเบียบวินัยในการตัดผมสั้นมาโดยตลอด
เชื่อว่าหลังจากนี้ ลีลาทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยและนายทักษิณจะมีความแหลมคมและอ่านเกมได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น แม้ปัจจุบันจะยังรักษามารยาทด้วยการให้กำลังใจรัฐบาลไปก่อน แต่ในอนาคตจะได้เห็นการออกมาทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ในฐานะ "พลเมือง" อย่างเต็มรูปแบบแน่นอน