กรมส่งเสริมสหกรณ์ คิกออฟศูนย์กระจายสินค้า ดันของดี 77 จังหวัดสู่ตลาด
กรมส่งเสริมสหกรณ์มั่นใจศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ช่วยเพิ่มช่องทางกระจายผลผลิตสมาชิกสหกรณ์ทั่วไทย พร้อมชูดาวเด่นสินค้าประจำจังหวัดเตรียมคิกออฟวันอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่รัฐสภา ผจก.สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด มั่นใจสินค้าเด่นร้อยเอ็ดข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาไม่เป็นสองรองใคร
การพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ยกระดับสหกรณ์ให้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการรวบรวม คัดแยก เก็บรักษาและกระจายสินค้าเกษตรควบคู่การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงเครือข่ายการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดสากล ถือเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงที่กรมส่งเสริมสหกรณ์กำลังขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน
“ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ในการแก้ไขปัญหาผลผลิตล้านตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาผลผลิตสินค้าเกษตรให้เกิดความเป็นธรรม สร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร ตลอดจนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ช่วงหนึ่งที่นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวกับตัวแทนสหกรณ์การเกษตรจาก 20 จังหวัดภาคอีสานกว่า 600 คน ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสหกรณ์การเกษตรฯ ที่จังหวัดร้อยเอ็ดเร็ว ๆ นี้
ในขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์นั้น นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังได้มีการประชุมไปหลายรอบแล้ว ล่าสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 122 แห่ง เฉลี่ยจังหวัด 1-2 แห่ง ตามความพร้อมของสหกรณ์จังหวัดนั้น ๆ คาดว่าสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 นี้น่าจะได้ยอดสรุปที่ชัดเจน ขณะที่บางจังหวัดได้ดำเนินการแล้ว อย่างเช่นจังหวัดเลยขณะนี้มีผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ได้มีการกระจายไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของแต่ละจังหวัด
“รัฐมนตรีมีนโยบายให้มีสินค้าดาวเด่นในแต่ละจังหวัดด้วย อย่างน้อยศูนย์ฯละ 1 ชนิดสินค้า ที่อยู่ในศูนย์ฯ จุดเด่นของศูนย์เราจะมีผลิตภัณฑ์ต้นทางมีอะไร ปลายทางก็เช่นกัน อย่างเช่นรับสินค้าจากทางเหนือ ทางอีสานมา เราจะไปขายให้ใคร ต้องมีตลาดที่ชัดเจน มีกลุ่มเป้าหมายที่เราจะขายตรงนั้นตรงนี้เพื่อที่จะไม่ให้เป็นภาระกับสหกรณ์ ส่งสินค้ามาปุ๊บ มีตลาดแน่นอนขายได้ โดยเราร่วมกับทางไปรษณีย์ในการจัดส่งสินค้าไปยังปลายทาง” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เผยความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายนิรันดร์ ระบุอีกว่า สำหรับการตรวจสอบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากต้นทางว่ามีสินค้าเด่นอะไรบ้างนั้น ลูกค้าผู้บริโภคสามารถตรวจสอบจากเว็บไซต์ “โคออป อีซี่ (Co-op Eazy)” ซึ่งเป็นข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าจากสหกรณ์ทั่วไทยได้โดยตรงในทันที
“เรามีนักวิชาการที่คอยดูแลสินค้าในแต่ละจังหวัด รวมทั้งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ที่คอยดูแลประจำอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มลูกค้านอกจากสหกรณ์แล้ว ประชาชนทั่วไปก็สั่งซื้อได้ ไม่เฉพาะเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน เพราะศูนย์นี้ มีทั้งค้าปลีกและส่ง” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวย้ำ
นางพิชญ์สิณี สว่างโรจน์ สหกรณ์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวถึงความพร้อมการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ของจังหวัดว่า มีทั้งหมด 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ฯ ของสหกรณ์วัดจันทร์ จำกัด และสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พิษณุโลก จำกัด ซึ่งขณะนี้มีความพร้อมแล้วสำหรับการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ
“ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของเรามีมานานแล้วแต่เดิมเราขายสินค้าให้กับเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกัน แต่จากนี้ไปจะเริ่มขยายช่องทางจำหน่ายไปถึงภาคเอกชนอื่น ๆ ด้วย รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ จะพยายามดึงพวกนี้มาเป็นเครือข่ายลูกค้าของเรา”นางพิชญ์สิณี เผย
สกจ.พิษณุโลก ยังกล่าวถึงสินค้าดาวเด่นของจังหวัดว่า มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ ข้าวและมะม่วงน้ำดอกไม้ ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่ได้รับความนิยมของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน และเป็นผลไม้ตามฤดูกาล
แต่อย่างไรก็ตามพยายามจะเฟ้นหาผลิตภัณฑ์เด่น ๆ ของจังหวัดเข้ามาในระบบของศูนย์กระจายสินค้าฯ เพิ่มขึ้นอีก
“ยอมรับว่าที่ผ่านมาศูนย์กระจายสินค้าฯพิษณุโลกเน้นรับสินค้าจากสหกรณ์ในพื้นที่อื่นมาจำหน่าย ตัวเราเอง ไม่ค่อยนำสินค้าของเราไปจำหน่ายให้เพื่อนบ้านหรือเครือข่ายสหกรณ์จังหวัดอื่น ก็เลยมาคิดวางแผนกันใหม่ เพราะเรามีข้าวเรามีมะม่วงจีไอ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ทำยังไงเราจะขายสินค้าออกไปได้ด้วย” นางพิชญ์สิณีเผย
ด้านนางบุญเกิด ภานนท์ ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ของสหกรณ์ว่า ทุกวันนี้ก็ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่จะต้องเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพื่อตอบลูกค้าและผู้บริโภค ที่ผ่านมามีแต่ข้าวหอมมะลิเพียงอย่างเดียว
“ศูนย์กระจายสินค้าฯของร้อยเอ็ด เริ่มมาตั้งแต่ปี 2555 แต่ว่าระยะหลังหายไป บางสหกรณ์เขาทิ้งไปเลย แต่เราไม่ได้ทิ้งทำอยู่ตามปกติ บางสหกรณ์เขาไม่ไหวไม่ไปต่อ แต่เราไปต่อ เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเราเน้นช่วยเครือข่ายสหกรณ์ด้วยกันมากกว่า”นางบุญเกิด เผย
ผู้จัดการสหกรณ์ฯเกษตรวิสัย ระบุอีกว่า สำหรับจังหวัดร้อยเอ็ดนั้นมีศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด และสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินสุวรรณภูมิสาม จำกัด แต่มีสินค้าดาวเด่นที่แตกต่างกัน โดยสหกรณ์ฯเกษตรวิสัยจะเน้นข้าวเป็นดาวเด่น ส่วนสหกรณ์ฯปฏิรูปที่ดินสุวรรณภูมิสามจะมีผักและผลไม้ แต่ทั้งสองสหกรณ์เราก็ได้มีการเชื่อมโยงกันตลอด
“สินค้าดาวเด่นเราเป็นข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้เป็นตัวเอกเลย ส่วนของสหกรณ์ฯสุวรรณภูมิสามจะเด่นผักผลไม้”นางบุญเกิดกล่าว พร้อมเรียกร้องรัฐบาลต้องการให้เข้ามาช่วยดูแลส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ ในการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ ทั้งในแง่ของพื้นที่และตัวสินค้า เพราะรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมดจะตกถึงเกษตรกรสมาชิกโดยตรง
“สิ่งที่ขาดตอนนี้อยากได้งบประมาณมาสร้างศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์แห่งใหม่ในพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น เพราะว่าสมาชิกเรามากขึ้น แต่ตอนนี้พื้นที่แคบเกินไป อยากให้รัฐช่วยในเรื่องงบประมาณมาสนับสนุนหรือเงินกู้ปลอดดอกเบี้ย เพราะบางช่วงอย่างช่วงผลไม้ล้นตลาด เราต้องช่วยรับผลไม้มาที่ศูนย์ฯ เพื่อเร่งกระจายกับสมาชิกและเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่ให้เร็วที่สุด ฉะนั้น เราต้องมีที่เก็บและวางสินค้าได้ในปริมาณมาก” นางบุญเกิดกล่าวย้ำ
อย่างไรก็ตามกรมส่งเสริมสหกรณ์ เตรียมคิกออฟศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์อย่างเป็นทางการในช่วงระหว่างวันอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช เป็นประธานในพิธี ณ บริเวณหน้ารัฐสภา ซึ่งในวันนั้นจะมีสินค้าดาวเด่นจากหลาย ๆ สหกรณ์ และเปิดบูธจำหน่ายสินค้าจำนวน 15 บูธด้วย