ท่องเที่ยวไกลไร้เอฟเฟกต์ ฝรั่งเศรษฐีหนีสงครามซุกไทยดันยอดจองหนาวนี้ฉลุย
บรรยากาศโลก Wait & See ราคาน้ำมันดันต้นทุนพุ่ง บีบฝรั่งเปลี่ยนพฤติกรรมหั่นเวลาจองล่วงหน้าเหลือ 4 เดือน ส่องอินไซต์ไฮเอนด์: ตลาดแมสอาหรับวูบ แต่กลุ่ม Ultra Luxury หนีความรุนแรงหอบเงินมาพำนักระยะยาวในไทย การบินขยับทิศเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง สายการบินแห่เพิ่มเที่ยวบินตรงดอนเมืองรับดีมานด์ High Season
21 พฤษภาคม 2569 มรสุมความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก บรรยากาศการเดินทางในภาพรวมตกอยู่ในภาวะ "Wait & See" หรือรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนรอบด้าน
ซ้ำร้าย วิกฤตการณ์ครั้งนี้ยังส่งแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของฝั่งผู้ประกอบการ (Supply Side) ให้พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นหัวใจหลักของต้นทุนการขนส่งและการบิน ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินและค่าบริการทางการท่องเที่ยวทั่วโลกขยับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ต่างชาติยังเชื่อมั่นไทย นั่งเครื่องบินอ้อมโลกหนีสมรภูมิ
แม้โลกจะเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน แต่จากการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบอินไซต์ที่น่าสนใจว่า ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่เดินทางมาจากอเมริกาและยุโรปในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2569 ยังคงรักษาระดับจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ได้เหนียวแน่นใกล้เคียงกับปี 2568
ที่น่าสนใจคือ ตลาดกลุ่มยุโรปตะวันออกและสแกนดิเนเวียยังคงทำสถิติตัวเลขเติบโตสวนกระแส แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มปะทุรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าในมุมมองของชาวตะวันตก ประเทศไทยยังคงเป็น "Holiday Destination" ที่ปลอดภัย สงบ และคุ้มค่าเชิงประสบการณ์มากที่สุดในเวลานี้
ปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวระยะไกลไม่ทรุดฮวบ เกิดจากการปรับตัวของฝั่งสายการบินและผู้บริโภค โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยอมเลือกใช้วิธีเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่ (Rerouting) เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าที่มีปัญหาแล้วบินอ้อมผ่านฮับการบินอื่นเพื่อมาให้ถึงประเทศไทย ประกอบกับอานิสงส์ความร่วมมือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาของหน่วยงานไทย ทั้ง ททท. ทอท. และสำนักงานการบินพลเรือนฯ ที่ร่วมกันปลดล็อกเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ๆ จากยุโรปและอเมริกา ทำให้การเดินทางมีความยืดหยุ่นและมีทางเลือกมากขึ้น
อาหรับระดับบนหนีร้อนมาพึ่งเย็น
เมื่อเอ็กซเรย์ลึกเข้าไปใน "ตลาดตะวันออกกลาง" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง พบว่าโครงสร้างตลาดได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการปิดสนามบินและยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางพักผ่อนทั่วไป (Leisure) พากันชะลอหรือยกเลิกการเดินทางไปเป็นจำนวนมาก
แต่ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวกลุ่ม Ultra Luxury หรือเศรษฐีระดับบนจากตะวันออกกลางกลับเลือกเดินทางสวนกระแส เข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ความไม่สงบในบ้านเกิด ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายต่อคนในระดับสูงมาก
นอกจากนี้ ททท. ยังประเมินสัญญาณบวกว่า หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพื่อหนีสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนนี้แน่นอน สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของสายการบินยักษ์ใหญ่ เช่น Flydubai ที่เตรียมเปิดบินตรงสู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน และ Etihad Airways ที่จ่อเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป
พฤติกรรมฝรั่งเปลี่ยน "จองกระชั้นชิด" ป้องกันความเสี่ยง
“ปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้าน Supply Side และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน… บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะ Wait & See นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้ฉายภาพใหญ่ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ TUI ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกที่ระบุว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนของนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% จากความกังวลเรื่องค่าครองชีพและสงคราม ส่งผลให้พฤติกรรมการจองทริปเปลี่ยนจากเดิมที่เคยจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน หดสั้นลงเหลือเฉลี่ยเพียง 16 สัปดาห์ (ประมาณ 4 เดือน) ก่อนออกเดินทาง เพื่อขอดูสถานการณ์ให้ชัวร์ที่สุดก่อนควักเงินจ่าย
อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินดีมานด์การเดินทางระยะไกลไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ย้ายตะกร้าจากพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก มาลงในประเทศที่มีภาพลักษณ์ความปลอดภัยสูง ซึ่งประเทศไทยติดโผกลุ่มประเทศเป้าหมายร่วมกับสเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยเฉพาะกลุ่มแพ็กเกจทัวร์คุณภาพและตลาดเรือสำราญที่ยังคงแข็งแกร่ง
แผนรับมือฤดูหนาว 2569: ยอดจองล่วงหน้ายังแน่น
แม้ว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคมนี้ ตัวเลข Capacity ที่นั่งบนเครื่องบินเข้าไทยอาจจะลดลงไปบ้างตามฤดูกาล (Low Season) ที่ฝรั่งนิยมเที่ยวกันเองในยุโรป แต่สำหรับแนวโน้มยอดจองล่วงหน้าในฤดูหนาวปลายปี 2569 ลากยาวไปจนถึงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ยังส่งสัญญาณว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก และหากสงครามสงบลง ตลาดกลุ่ม Quality Leisure จะดีดตัวกลับมาอย่างรวดเร็วแน่นอน
สิ่งที่ประเทศไทยต้องระวังและเตรียมรับมือต่อจากนี้ คือสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าอย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งเน้นขยี้ตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวเรื่องราคา (Price Sensitive) ดังนั้น กลยุทธ์ในการชูจุดแข็งเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และประสบการณ์ที่คุ้มค่าเงิน จึงเป็นคาถาสำคัญที่จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยยืนระยะได้อย่างมั่นคงท่ามกลางโลกที่ผันผวนสลับขั้วในปัจจุบัน