โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวไกลไร้เอฟเฟกต์ ฝรั่งเศรษฐีหนีสงครามซุกไทยดันยอดจองหนาวนี้ฉลุย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. เวลา 05.17 น.

บรรยากาศโลก Wait & See ราคาน้ำมันดันต้นทุนพุ่ง บีบฝรั่งเปลี่ยนพฤติกรรมหั่นเวลาจองล่วงหน้าเหลือ 4 เดือน ส่องอินไซต์ไฮเอนด์: ตลาดแมสอาหรับวูบ แต่กลุ่ม Ultra Luxury หนีความรุนแรงหอบเงินมาพำนักระยะยาวในไทย การบินขยับทิศเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลาง สายการบินแห่เพิ่มเที่ยวบินตรงดอนเมืองรับดีมานด์ High Season

21 พฤษภาคม 2569 มรสุมความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ยังคงทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคตะวันออกกลาง กำลังกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก บรรยากาศการเดินทางในภาพรวมตกอยู่ในภาวะ "Wait & See" หรือรอดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนรอบด้าน

ซ้ำร้าย วิกฤตการณ์ครั้งนี้ยังส่งแรงกระเพื่อมโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของฝั่งผู้ประกอบการ (Supply Side) ให้พุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบซึ่งเป็นหัวใจหลักของต้นทุนการขนส่งและการบิน ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินและค่าบริการทางการท่องเที่ยวทั่วโลกขยับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ต่างชาติยังเชื่อมั่นไทย นั่งเครื่องบินอ้อมโลกหนีสมรภูมิ

แม้โลกจะเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน แต่จากการเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบอินไซต์ที่น่าสนใจว่า ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่เดินทางมาจากอเมริกาและยุโรปในช่วงเดือนมกราคม – เมษายน 2569 ยังคงรักษาระดับจำนวนนักท่องเที่ยวไว้ได้เหนียวแน่นใกล้เคียงกับปี 2568

ที่น่าสนใจคือ ตลาดกลุ่มยุโรปตะวันออกและสแกนดิเนเวียยังคงทำสถิติตัวเลขเติบโตสวนกระแส แม้ว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มปะทุรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าในมุมมองของชาวตะวันตก ประเทศไทยยังคงเป็น "Holiday Destination" ที่ปลอดภัย สงบ และคุ้มค่าเชิงประสบการณ์มากที่สุดในเวลานี้

ปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวระยะไกลไม่ทรุดฮวบ เกิดจากการปรับตัวของฝั่งสายการบินและผู้บริโภค โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยอมเลือกใช้วิธีเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่ (Rerouting) เพื่อหลีกเลี่ยงน่านฟ้าที่มีปัญหาแล้วบินอ้อมผ่านฮับการบินอื่นเพื่อมาให้ถึงประเทศไทย ประกอบกับอานิสงส์ความร่วมมือตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาของหน่วยงานไทย ทั้ง ททท. ทอท. และสำนักงานการบินพลเรือนฯ ที่ร่วมกันปลดล็อกเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ๆ จากยุโรปและอเมริกา ทำให้การเดินทางมีความยืดหยุ่นและมีทางเลือกมากขึ้น

อาหรับระดับบนหนีร้อนมาพึ่งเย็น

เมื่อเอ็กซเรย์ลึกเข้าไปใน "ตลาดตะวันออกกลาง" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้ง พบว่าโครงสร้างตลาดได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการปิดสนามบินและยกเลิกเที่ยวบิน ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางพักผ่อนทั่วไป (Leisure) พากันชะลอหรือยกเลิกการเดินทางไปเป็นจำนวนมาก

แต่ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวกลุ่ม Ultra Luxury หรือเศรษฐีระดับบนจากตะวันออกกลางกลับเลือกเดินทางสวนกระแส เข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ความไม่สงบในบ้านเกิด ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายต่อคนในระดับสูงมาก

นอกจากนี้ ททท. ยังประเมินสัญญาณบวกว่า หากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในไทยเพื่อหนีสภาพอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนนี้แน่นอน สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของสายการบินยักษ์ใหญ่ เช่น Flydubai ที่เตรียมเปิดบินตรงสู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน และ Etihad Airways ที่จ่อเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป

พฤติกรรมฝรั่งเปลี่ยน "จองกระชั้นชิด" ป้องกันความเสี่ยง

“ปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้าน Supply Side และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน… บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะ Wait & See นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้ฉายภาพใหญ่ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ TUI ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกที่ระบุว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนของนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% จากความกังวลเรื่องค่าครองชีพและสงคราม ส่งผลให้พฤติกรรมการจองทริปเปลี่ยนจากเดิมที่เคยจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน หดสั้นลงเหลือเฉลี่ยเพียง 16 สัปดาห์ (ประมาณ 4 เดือน) ก่อนออกเดินทาง เพื่อขอดูสถานการณ์ให้ชัวร์ที่สุดก่อนควักเงินจ่าย

อย่างไรก็ตาม เม็ดเงินดีมานด์การเดินทางระยะไกลไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ย้ายตะกร้าจากพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก มาลงในประเทศที่มีภาพลักษณ์ความปลอดภัยสูง ซึ่งประเทศไทยติดโผกลุ่มประเทศเป้าหมายร่วมกับสเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยเฉพาะกลุ่มแพ็กเกจทัวร์คุณภาพและตลาดเรือสำราญที่ยังคงแข็งแกร่ง

แผนรับมือฤดูหนาว 2569: ยอดจองล่วงหน้ายังแน่น

แม้ว่าในช่วงเดือนพฤษภาคม – สิงหาคมนี้ ตัวเลข Capacity ที่นั่งบนเครื่องบินเข้าไทยอาจจะลดลงไปบ้างตามฤดูกาล (Low Season) ที่ฝรั่งนิยมเที่ยวกันเองในยุโรป แต่สำหรับแนวโน้มยอดจองล่วงหน้าในฤดูหนาวปลายปี 2569 ลากยาวไปจนถึงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่ยังส่งสัญญาณว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก และหากสงครามสงบลง ตลาดกลุ่ม Quality Leisure จะดีดตัวกลับมาอย่างรวดเร็วแน่นอน

สิ่งที่ประเทศไทยต้องระวังและเตรียมรับมือต่อจากนี้ คือสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่าอย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งเน้นขยี้ตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อ่อนไหวเรื่องราคา (Price Sensitive) ดังนั้น กลยุทธ์ในการชูจุดแข็งเรื่องคุณภาพ มาตรฐาน และประสบการณ์ที่คุ้มค่าเงิน จึงเป็นคาถาสำคัญที่จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวไทยยืนระยะได้อย่างมั่นคงท่ามกลางโลกที่ผันผวนสลับขั้วในปัจจุบัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...