“อิหร่าน” ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล อิสราเอลโต้กลับทันที สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิง
สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ทันที
วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 09.16 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางทหารเช่นกัน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญความเสี่ยงที่จะล่มสลาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ และการละเมิดข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในเลบานอน ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง
ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับรายงานสถานการณ์การสู้รบที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิง โดยรายงานของ Axios ระบุว่า ทรัมป์เตรียมโทรศัพท์หารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เพื่อขอให้หลีกเลี่ยงการตอบโต้ทางทหาร อย่างไรก็ตามอิสราเอลได้เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกลับในเวลาต่อมา
กาลิบาฟยังระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนและการปิดล้อมของสหรัฐ ทำให้ฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ รวมถึงอิสราเอลในภูมิภาค กลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับการโจมตี
ด้านกองทัพอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านและเปิดใช้งานระบบป้องกันทางอากาศ ก่อนจะประกาศในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า กองทัพได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของรัฐบาลอิหร่านในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของประเทศ
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งนี้"ไม่ได้ช่วยให้การเจรจาเดินหน้าได้เลย"
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ระบุผ่านแถลงการณ์ต่อหนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า ข้อตกลงหยุดยิงมีผลภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องมีการหยุดยิงในทุกแนวรบ
"ปฏิบัติการในคืนนี้เป็นเพียงคำเตือน และหากยังมีการรุกรานเกิดขึ้นอีก การตอบโต้จะขยายวงกว้างยิ่งกว่าเดิม" แถลงการณ์ระบุ
เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์ประเมินความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะกลับมาจุดชนวนความขัดแย้งต่ำเกินไป
"การเจรจากับอิหร่านที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงการคำนวณที่ผิดพลาดครั้งสำคัญของทรัมป์และทำเนียบขาว" เจ้าหน้าที่กล่าว พร้อมระบุว่า พฤติกรรมที่คาดเดาได้ยากของอิหร่านทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และยังไม่เห็นทางออกในระยะใกล้
อย่างไรก็ตาม ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ Financial Times ทรัมป์ยืนยันว่า เนทันยาฮูไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับข้อตกลงที่สหรัฐฯ จะเจรจากับอิหร่าน เพราะสหรัฐเป็นผู้กำหนดเกม
แต่ฝั่งอิหร่านดูเหมือนจะมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการเจรจากับสหรัฐให้สัมภาษณ์ว่า "ข้อตกลงกับประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกต่อไปในเวลานี้" พร้อมกล่าวโทษทรัมป์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นในเลบานอนและการยกระดับความขัดแย้งในปัจจุบัน
ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาค
อิหร่านเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน และยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือและการขนส่งทางทะเลของอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านส่งมอบวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมด และให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสหรัฐกำลังพิจารณานำทรัพย์สินของอิหร่านไปใช้สนับสนุนประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับ เพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของอิหร่าน
ด้านคาเซ็ม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า รัฐบาลในภูมิภาคไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากอิหร่าน พร้อมย้ำว่าทรัพย์สินของอิหร่านไม่ใช่ของรางวัลสงครามสำหรับสหรัฐ และไม่ใช่กองทุนสำหรับจ่ายให้พันธมิตรของสหรัฐ
อ้างอิง : cnbc.com