โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” ยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล อิสราเอลโต้กลับทันที สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 มิ.ย. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. เวลา 02.32 น.

สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ทันที

วันที่ 8 มิถุนายน 2569 เวลา 09.16 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางทหารเช่นกัน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเผชิญความเสี่ยงที่จะล่มสลาย

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า การปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐ และการละเมิดข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในเลบานอน ถือเป็นการละเมิดเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง

ทำเนียบขาวยืนยันว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้รับรายงานสถานการณ์การสู้รบที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิง โดยรายงานของ Axios ระบุว่า ทรัมป์เตรียมโทรศัพท์หารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เพื่อขอให้หลีกเลี่ยงการตอบโต้ทางทหาร อย่างไรก็ตามอิสราเอลได้เดินหน้าปฏิบัติการโจมตีกลับในเวลาต่อมา

กาลิบาฟยังระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนและการปิดล้อมของสหรัฐ ทำให้ฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ รวมถึงอิสราเอลในภูมิภาค กลายเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับการโจมตี

ด้านกองทัพอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านและเปิดใช้งานระบบป้องกันทางอากาศ ก่อนจะประกาศในช่วงเช้าวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า กองทัพได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของรัฐบาลอิหร่านในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของประเทศ

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งนี้"ไม่ได้ช่วยให้การเจรจาเดินหน้าได้เลย"

ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ระบุผ่านแถลงการณ์ต่อหนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า ข้อตกลงหยุดยิงมีผลภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องมีการหยุดยิงในทุกแนวรบ

"ปฏิบัติการในคืนนี้เป็นเพียงคำเตือน และหากยังมีการรุกรานเกิดขึ้นอีก การตอบโต้จะขยายวงกว้างยิ่งกว่าเดิม" แถลงการณ์ระบุ

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์ประเมินความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะกลับมาจุดชนวนความขัดแย้งต่ำเกินไป

"การเจรจากับอิหร่านที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นถึงการคำนวณที่ผิดพลาดครั้งสำคัญของทรัมป์และทำเนียบขาว" เจ้าหน้าที่กล่าว พร้อมระบุว่า พฤติกรรมที่คาดเดาได้ยากของอิหร่านทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และยังไม่เห็นทางออกในระยะใกล้

อย่างไรก็ตาม ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ Financial Times ทรัมป์ยืนยันว่า เนทันยาฮูไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องยอมรับข้อตกลงที่สหรัฐฯ จะเจรจากับอิหร่าน เพราะสหรัฐเป็นผู้กำหนดเกม

แต่ฝั่งอิหร่านดูเหมือนจะมีท่าทีแข็งกร้าวมากขึ้น โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านที่เกี่ยวข้องกับการเจรจากับสหรัฐให้สัมภาษณ์ว่า "ข้อตกลงกับประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกต่อไปในเวลานี้" พร้อมกล่าวโทษทรัมป์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้นในเลบานอนและการยกระดับความขัดแย้งในปัจจุบัน

ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่การสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามสร้างสันติภาพในภูมิภาค

อิหร่านเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน และยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือและการขนส่งทางทะเลของอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านส่งมอบวัสดุนิวเคลียร์ทั้งหมด และให้คำมั่นว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสหรัฐกำลังพิจารณานำทรัพย์สินของอิหร่านไปใช้สนับสนุนประเทศพันธมิตรในอ่าวอาหรับ เพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากการโจมตีของอิหร่าน

ด้านคาเซ็ม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า รัฐบาลในภูมิภาคไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยจากอิหร่าน พร้อมย้ำว่าทรัพย์สินของอิหร่านไม่ใช่ของรางวัลสงครามสำหรับสหรัฐ และไม่ใช่กองทุนสำหรับจ่ายให้พันธมิตรของสหรัฐ

อ้างอิง : cnbc.com

เกาะติดสถานการณ์ สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน ตึงเครียดสะเทือนรอบโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...