โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความรัก ความตาย และหัวใจแหลกสลาย รู้จักกับ ‘ภาวะหัวใจสลาย’ เมื่อความรู้สึกทางใจส่งผลกระทบทางกาย

The Momentum

อัพเดต 14 ก.พ. 2566 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2566 เวลา 04.00 น. • กนกวรรณ เชียงตันติ์ (Intern)

‘เมื่อคุณเปิดใจรักใครสักคน หัวใจของคุณได้แตกสลายไปแล้ว’

‘เวลาที่คุณเสียใจ มันราวกับว่าโลกทั้งใบแตกสลายเลย’

บทกวีช้ำรักหลายศตวรรษ รวมถึงบทเพลงอกหักเกือบทั้งหมด ล้วนพรรณนาถึงความเจ็บปวดจากการไม่สมหวังในความรัก ว่าสามารถทำให้หัวใจเราบาดเจ็บ แตกสลาย หรือแม้กระทั่งทำให้ตายได้

ท่อนหนึ่งในเพลง Love the Way You Lie ของเอ็มมิเน็ม (Eminem) แรปเปอร์ชาวอเมริกัน ฟีเจอร์ริ่งกับนักร้องสาวชื่อดัง ริฮานนา (Rihanna) ที่พูดถึงความเจ็บปวดจากความรักและความสัมพันธ์ที่เป็นพิษว่า

“And right now, there’s a steel knife in my windpipe. I can’t breathe, but I still fight while I can fight”

(และตอนนี้เหมือนมีมีดปักลงที่หลอดลมของฉัน หายใจไม่ออก แต่ฉันยังคงสู้ในขณะที่ยังสู้ได้)

แม้ดูเหมือนเนื้อเพลงพยายามอธิบายและเปรียบเทียบความเจ็บปวดทางจิตใจ ให้เห็นภาพในเชิงกายภาพ ทว่าสิ่งที่น่าคิดตาม ในความเป็นจริงแล้ว เวลาที่เราอกหักหรือเสียใจ ความรู้สึกเจ็บปวดในขณะนั้นมันเหมือนกับถูกมีดเสียบหลอดลมจริงไหม แล้วเราสามารถตายจากความรู้สึกเสียใจได้หรือไม่

Broken Heart Syndrome หรือ ‘ภาวะหัวใจสลาย’ เกิดจากการบีบตัวของหัวใจลดลงอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากความเครียดเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ฮอร์โมนแคทีโคลามีน (Catecholamine) หลั่งออกมาในปริมาณมาก ส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ฮอร์โมนแคทีโคลามีน (Catecholamine) เป็นกลุ่มฮอร์โมนที่ประกอบไปด้วยโดพามีน (Dopamine) อะดรีนาลีน (Adrenaline) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) โดยปกติแล้วฮอร์โมนกลุ่มนี้จะปล่อยเข้ากระแสเลือดเมื่อร่างกายหรือจิตใจตกอยู่ในภาวะเครียด

เมื่อประสบเหตุการณ์เลวร้าย ตึงเครียด หรือเสียใจอย่างกะทันหัน เช่น อกหัก ผิดหวังอย่างรุนแรง คนในครอบครัวเสียชีวิต แม้กระทั่งถูกเซอร์ไพรส์ ฮอร์โมนแคทีโคลามีนจะหลั่งออกมาในปริมาณมาก ทำให้ฮอร์โมนส่วนเกินตกค้างในหลอดเลือดแดง ส่งผลให้เลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจลดลงชั่วคราว

ผู้ที่ตกอยู่ในภาวะหัวใจสลาย จะมีอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง หายใจถี่ หอบเหนื่อย เหงื่อออก และวิงเวียนศีรษะ ซึ่งอาการเหล่านี้อาจกินระยะเวลานานหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง

จากการศึกษาพบว่าผู้ที่เสี่ยงเกิดภาวะหัวใจสลาย มีแนวโน้มเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉลี่ยอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยภาวะหัวใจสลายไม่จำเป็นต้องมีประวัติเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจหรือหลอดเลือดอุดตันมาก่อน

ปัจจุบันแนวทางการรักษาหากพบว่าอาการไม่รุนแรง แพทย์จะจ่ายยาควบคุมการเต้นและการบีบตัวของหัวใจ ในกรณีที่อาการรุนแรงหรือมีภาวะหัวใจล้มเหลว อาจต้องใส่ท่อและเครื่องช่วยหายใจ และต้องรักษาภาวะเครียดซึ่งเป็นสาเหตุในการกระตุ้นร่วมด้วย

ถึงแม้ภาวะหัวใจสลายมีโอกาสเสียชีวิตเพียง 1% และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 2-5% แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลในการเพิกเฉยต่ออาการดังกล่าว เพราะภาวะหัวใจสลายอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตราย อาทิ ความดันเลือดต่ำ ปอดบวมน้ำ อาการช็อก หรือหัวใจวายเนื่องจากหัวใจเต้นผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้

ความทุกข์ทางใจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางกาย การดูแลสุขภาพจิตใจให้แข็งแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญ รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หาเวลาให้กับตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญจดจำไว้ว่าเลือดทุกหยดที่สูบฉีด เซลล์ทุกเซลล์ที่ทำงาน หัวใจที่ไม่เคยขี้เกียจจะหยุดเต้น พยายามทำให้คุณมีชีวิตอยู่ ดังนั้นจงรักตัวเองให้มาก เพราะหัวใจที่รักได้ ใช่ว่าแตกสลายไม่เป็น

ที่มา

https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/broken-heart-syndrome

https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/broken-heart-syndrome/symptoms-causes/syc-20354617

https://wattanapat.co.th/broken-heart-syndrome

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...