AAVจีนแห่จองตั๋วแน่น เปิดบินต่างประเทศเพิ่ม
#AAV #ทันหุ้น – AAVลั่นจีนต้องการบินเที่ยวไทยล้น เล็งเปิดเส้นทางบินตรงสู่ต่างประเทศเพิ่ม พร้อมจัดหาเครื่องบินรองรับความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ด้านนักวิเคราะห์ฟันธงปีนี้อุตสาหกรรมการบินเติบโตแกร่ง ครึ่งแรกของปีราคาตั๋วสูงช่วงปี 2562 แล้วราว 5-10% หนุนผลงานปีนี้พลิกกำไร แนะซื้อทั้ง AAV และ BA
ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยว่า ความต้องการเดินทางเส้นทางจีน – ไทยยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินยังทยอยฟื้นตัว หนุนให้ราคาตั๋วโดยสารทรงตัวสูงได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น AAV จึงทยอยเปิดเส้นทางบินตรงจากจังหวัดท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสู่ประเทศจีนต่อเนื่องตลอดไตรมาส 2/2566 นี้
อาทิ เส้นทางบิน เชียงใหม่-ฉางชา, เชียงใหม่-เซินเจิ้น, หางโจว, ปักกิ่ง (ต้าชิ่ง-PKX) รวมทั้งเพิ่มความถี่เที่ยวบินเส้นทางที่มีอยู่เดิมจำนวน 8 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) สู่กวางโจว, คุนหมิง, ฉงชิ่ง, เซินเจิ้น, ฉางชา, อู่ฮั่น, หางโจว และหนานจิง สอดรับกับแผนในการกลับมามีเที่ยวบินเข้าออกสู่จีนรวม 100-110 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในปีนี้
“บริษัทติดตามสถานการณ์โดยภาพรวมทั้งผู้ประกอบการ และความต้องการเดินทางในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดรับ และได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้การจะนำเครื่องบินเข้ามาเสริมในแต่ละเส้นทางต้องผ่านการตรวจสอบตามมาตราฐานของทั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าจะเสริมเครื่องบินเข้าประจำการได้ตามแผนที่วางไว้”
*เปิดเส้นทางต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ AAV ยังคงกลยุทธ์ในการสร้างเสถียรภาพธุรกิจ โดยไม่พึ่งพาตลาดหนึ่งตลาดใด ด้วยการการเปิดให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศที่มีศักยภาพเพิ่มเติม เช่น ตลาดอินเดีย อาเซียน และเส้นทางใหม่ ดอนเมือง - จาการ์ตา (อินโดนีเซีย), ดอนเมือง - มะนิลา (ฟิลิปปินส์) และดอนเมือง - โคลัมโบ (ศรีลังกา) โดยคาดว่าจะสามารถนำเครื่องมาให้บริการครบทั้ง 53 ลำภายในไตรมาส 4/2566 นี้ หรืออาจพิจารณาเพิ่มฝูงบินได้อีก เพื่อคว้าโอกาสทันทีที่ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวยังคงเติบโตต่อเนื่อง
ทั้งนี้ในปี 2566 AAV ตั้งเป้ามีอัตราการใช้เครื่องบิน (Aircraft Utilization) เฉลี่ยที่ 12.5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่อปริมาณด้านการผลิตของผู้โดยสารไม่รวมค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Cost Per Available Seat Kilometres Excludes Fuel : CASK ex-Fuel) เริ่มกลับสู่ระดับใกล้เคียงกับปี 2562 ที่ประมาณ 1.03 บาทต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร และตั้งเป้าขนส่งผู้โดยสารรวมราว 20 ล้านคน
*ธุรกิจการบินฟื้นแกร่ง
นายธีระพล อุดมเวศย์ ผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟ เอส เอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวถึง ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินไทย ช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ว่า มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างโดดเด่น เบื้องต้นคาดการณ์ราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ยช่วงครึ่งแรกของปี 2566 เร่งตัวสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ราว 5-10% รวมถึง Load Factorยังสามารถทรงตัวสูงได้อย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้คาดการณ์สถานการณ์ช่วงครึ่งหลังของปี 2566 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนจากปัจจัยหนุนเฉพาะตัวของทั้ง AAV และ BAที่มีจุดบินศักยภาพที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ต่อเนื่องทุกไตรมาส อีกทั้งความต้องการเดินทางท่องเที่ยวที่ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ช่วยลดความร้อนแรงของการแข่งขันด้านราคาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์ต้นทุนราคาน้ำมันอากาศยานที่เริ่มทรงตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินสามารถบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงคาดว่าทั้ง AAV และ BAจะสามารถพลิกทำกำไรได้ภายในปี 2566 นี้
*ชี้เป้า AAV-BA เด่น
ทั้งนี้คาดว่าการกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศจีนจะช่วยหนุนการดำเนินงานของ AAV ให้พลิกมาเป็นกำไร หนุนจากราคาตั๋วโดยสารที่ทรงตัวสูงได้ต่อเนื่อง ทั้งนี้จากกาประชุมร่วมกับบริษัท ผู้บริหารให้ข้อมูลว่า ณ ไตรมาส 1/2566 ราคาตั๋วโดยสารสาหรับเส้นทางจีนเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000-5,000 บาทต่อที่นั่งเทียบกับช่วงก่อนสถานการณ์โควิด-19 ที่ราคาเฉลี่ยระหว่าง 2,500-3,000 บาทต่อที่นั่ง เบื้องต้นคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2566 ของ AAV ที่ 1,284 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนราว 8 พันล้านบาท เมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 3.70 บาท
สำหรับ BA คาดว่าจะสามารถพลิกทำกำไรได้ตั้งแต่งวดไตรมาส 1/2566 หนุนจากช่วงไฮซีซันการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ประกอบกับ BA ปรับกลยุทธ์การใช้ฝูงบินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งเพิ่มศักยภาพการทำกำไร เบื้องต้นคาดการณ์ค่าตั๋วโดยสารเฉลี่ยทั้งปี 2566 ที่ประมาณ 3,400 บาท ขึ้น 7% เมื่อเทียบกับราคาตั๋วโดยสารเฉลี่ยปี 2562 ที่ 3,200 บาท จึงคาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2566 ที่ 918 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิราว 2 พันล้านบาทเมื่อปี 2566 จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18 บาท
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1