โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เสี่ยป๋อง-บอยท่าพระจันทร์ ติดโผผู้ถือหุ้นใหญ่ MGC

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 เม.ย. 2566 เวลา 13.20 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2566 เวลา 04.12 น.

เสี่ยป๋อง-บอยท่าพระจันทร์ ติดโผผู้ถือหุ้นใหญ่ MGC อันดับ 8-9 ส่วนภรรยาของเสี่ยป๋องผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 7

วันที่ 26 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ทางบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) MGC-ASIA ได้นำหุ้น MGC เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) เป็นวันแรก โดยราคาเปิดอยู่ที่ 8.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท เหนือจอง 6.29% จากราคาไอพีโอ 7.95 บาท

เบื้องต้น “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ได้ตรวจสอบอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 รายแรก พบว่ามีเซียนหุ้นชื่อดังติดโผอยู่ด้วยกัน 2 ราย คือ 1.นายวัชระ แก้วสว่าง (เสี่ยป๋อง) โดยถือครองหุ้นอยู่จำนวน 12.05 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.08% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 8

2.นายอรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย (บอย ท่าพระจันทร์) ถือครองหุ้นอยู่จำนวน 12.02 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.07% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 9

นอกจากนี้พบว่า นางโสภิศ แก้วสว่าง ภรรยาของเสี่ยป๋อง ยังถือครองหุ้นอยู่จำนวน 12.49 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.12% เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 7 อีกด้วย

ทั้งนี้ สำหรับผู้ถือหุ้นอันดับ 1-6 คือ 1.บริษัท ธรรม โฮลดิ้งส์ จำกัด จำนวน 571.20 ล้านหุ้น สัดส่วน 51% 2.MGC Investment Holdings Limited จำนวน 112 ล้านหุ้น สัดส่วน 10% 3.นางรัตนา ธรรมชวนวิริยะ จำนวน 45.25 ล้านหุ้น สัดส่วน 4.04%

4.ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ จำนวน 37.18 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.32% 5.นางสาวเจิดนภางค์ ธรรมชวนวิริยะ จำนวน 37.18 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.32% 6.นางสาวศุกลกานต์ ธรรมชวนวิริยะ จำนวน 12.49 ล้านหุ้น สัดส่วน 3.32%

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นิยามหุ้น MGC ว่า “หุ้น MGC จะเป็นหุ้นที่ค่อนข้าง unique เพราะเป็นส่วนผสมของแบรนด์พันธมิตรระดับโลก ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และธุรกิจของเรายังสะท้อนถึง Lifestyle Mobility ซึ่งมีฐานลูกค้าที่มีเอกลักษณ์และมีสถานะ Independent ค่อนข้างสูง”

3 เหตุผลนำ MGC เข้าตลาดหุ้น

“ดร.สัณหวุฒิ” เล่าย้อนว่า เดิมมิลเลนเนียม กรุ๊ปฯ ไม่ใช่บริษัทแรกที่คิดจะนำเข้าตลาดหุ้น โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เคยมีแผนจะนำบริษัท มาสเตอร์ คาร์ เร้นเทิล (MCR) ที่เป็นบริการเช่ารถยนต์และคนขับ เข้าตลาดหุ้นก่อน เนื่องจากรถเช่าองค์กร (Fleet) ขยายตัวมาก ทำให้ส่วนทุนจำเป็นจะต้องขยายตามไปด้วย ไม่อย่างนั้นหนี้สินต่อทุน (D/E) จะสูง แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนแผน เพราะสามารถหาเงินทุนได้ กระทั่งปัจจุบันตัดสินใจนำ MGC เข้าตลาดหุ้น ด้วย 3 เหตุผลหลัก

คือ 1.บริษัทได้ร่วมทุนกับ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) ทำธุรกิจการเงินผ่านบริษัท อัลฟ่า เอกซ์ จำกัด (Alpha X) ให้บริการทางการเงินครบวงจร ครอบคลุมสินเชื่อเช่าซื้อ ลีสซิ่ง และสินเชื่อรีไฟแนนซ์ สำหรับยานยนต์และมารีนในระดับลักเซอรี่ ซึ่งธุรกิจพวกนี้จำเป็นต้องใช้เงินทุนในการขยายกิจการค่อนข้างสูง

2.ต้องการขยายธุรกิจให้บริการหลังการขายและให้บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อิสระ โดยมีแผนขยายเอาต์เลต MMS Bosch Car Service เพิ่มค่อนข้างมาก และ 3.ต้องการเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางด้านยอดขาย

“เราเชื่อว่าหลังเข้าตลาดหุ้นแล้วจะทำให้เราเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่นได้มากขึ้น จากเดิมที่ควักเงินส่วนตัวลงทุนเองและกู้ยืมเงินจากแบงก์ ซึ่งจะทำให้เราโตแบบก้าวกระโดด เพราะสามารถขยายธุรกิจได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่เรากำลังสร้างเนื้อสร้างตัว กำลังลุยขยายกิจการ”

โดยจุดแข็งของ MGC คือ การมีธุรกิจที่ครบวงจรในอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายใต้อีโคซิสเต็ม Lifestyle Mobility ทั้งทางบก (รถยนต์, บิ๊กไบก์) ทางน้ำ (เรือยอชต์, เรือแม่น้ำ) ทางอากาศ (ให้เช่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว VistaJet, ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารสายการบินชั้นนำ)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...