โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

COTTO ประเดิมไตรมาสแรก 2566 ยอดขายโต กำไรเพิ่ม 23%

Wealthy Thai

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 01.50 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2566 เวลา 17.35 น.

COTTOแจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566โดยมีรายได้จากการขาย 3,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7 และกำไรเพิ่มขึ้นร้อยละ 23จากการที่บริษัทพยายามปรับราคาสินค้าขึ้นบางรายการ และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารร่วมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานโดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ คว้า “Thailand’s Most Admired Brand” ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 ล่าสุด วัสดุตกแต่งพื้นผิว Soft+Floor Collection LT by COTTOและ กระเบื้อง COTTO ECO Collection เตรียมรับรางวัลกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่สมาคมสถาปนิกสยามแนะนำ “ASA Platform Selected Materials 2023”จากงาน สถาปนิก’66 ตอกย้ำแนวทางสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้านวัตกรรมและสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มั่นใจ ประชุมวิสามัญฯ 23 พ.ค.นี้ ผู้ถือหุ้นอนุมัติสนับสนุนเพิกถอน COTTO ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมแลกหุ้นเพื่อต่อยอดขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรในอาเซียน ภายใต้ SCG Decorนายนำพล มลิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด หรือ SCG Decor เปิดเผยถึงงบการเงินรวมก่อนสอบทาน ของ COTTO ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 3,458ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการปรับราคาสินค้าขึ้นบางรายการ แม้ว่าปริมาณการขายภาพรวมจะลดลงร้อยละ 10 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากปริมาณการขายส่งออกที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จากการขายที่ดิน 25ล้านบาทอีกส่วนหนึ่งด้วย จึงทำให้มีกำไรสำหรับงวด 260ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ความต้องการใช้กระเบื้องเซรามิกในไตรมาสนี้ มีแนวโน้มทรงตัวจากปีที่ผ่านมา โดยกำลังซื้อชะลอตัวในตลาดชาวบ้านตามอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวมีกำลังซื้อฟื้นตัวอย่างชัดเจนโดยได้อานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักและการเปิดประเทศของจีน สำหรับราคาพลังงานยังคงเพิ่มขึ้นแต่เป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก
“อย่างไรก็ตามในไตรมาสที่ 2 คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดี จากการฟื้นตัวในภาคการท่องเที่ยวและความต่อเนื่องของงานโครงการภาคเอกชน ถึงแม้ว่ากำลังซื้อในตลาดชาวบ้านจะยังชะลอตัวก็ตาม นอกจากนี้ยังคงมีความเสี่ยงที่ยังต้องพิจารณา ได้แก่ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากวิกฤติเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงที่อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้า รวมถึงการผันผวนของราคาพลังงานที่จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต โดยบริษัทฯ จะยังคงเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านการบริหารร่วมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง” นายนำพล กล่าว
ในส่วนของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ การพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และการคงสถานะผู้นำตลาดเซรามิกในประเทศนั้น นายนำพล เปิดเผยว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด จึงเป็นที่น่าภูมิใจว่าในปีนี้ กระเบื้องปูพื้นและกรุผนัง COTTO ยังสามารถคว้ารางวัลแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคประจำปี 2566 หรือ “Thailands Most Admired Brand” ได้ติดต่อกันเป็นปีที่ 12 พร้อมกันนี้ จะเร่งต่อยอดพัฒนาสินค้านวัตกรรมและสินค้ามูลค่าเพิ่มที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคให้ความสำคัญกับปัจจัย “รักษ์โลก” เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำสถานะผู้นำเทรนด์นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยและมุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของแบรนด์ COTTO ด้วยการพัฒนาสินค้าตามแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดการใช้พลังงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยนวัตกรรมสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายสัดส่วนยอดขายสินค้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสิ่งแวดล้อมฉลาก SCG Green Choiceเป็นจำนวนร้อยละ 80ของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ภายในปี 2573
“เมื่อต้นปี 2565 COTTO ได้เปิดตัวกระเบื้องECOCollection ที่ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติลงร้อยละ 80 จากการนำของเหลือในกระบวนการการผลิตกลับมาใช้ใหม่ตามแนวทาง Zero Waste รวมถึงลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่งลงถึงร้อยละ 75 ปัจจุบันผ่านมาแล้ว 1 ปี ล่าสุด กระเบื้องECOCollection ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สมาคมสถาปนิกสยามแนะนำ โดยได้รับรางวัล “ASAPlatform Selected Materials 2023ประเภท Sustainable Materials ร่วมด้วย วัสดุตกแต่งพื้นผิว Soft+Floor Collection LT by COTTO ที่ได้รับรางวัลประเภท Healthcare and Hygiene Materials จากงานสถาปนิก’66 สะท้อนให้เห็นว่าเมื่อบริษัท ให้ความสำคัญและดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผู้บริโภคและลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก็พร้อมที่จะให้การตอบรับและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ ตลอดจนองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นกัน”นายนำพล กล่าว
นายนำพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านความคืบหน้าเรื่องการขออนุมัติผู้ถือหุ้นนั้น COTTOจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นขึ้นในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ โดยคณะกรรมการบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าจะได้รับการสนับสนุนและได้รับการอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้ถือหุ้น เนื่องจาก SCG Decor ได้ประกาศแผนที่จะเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ COTTOในราคา 2.40บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายปัจจุบัน และสูงกว่าราคา ณ วันที่ประกาศ ที่สำคัญ SCG Decorยังเป็นบริษัทแกนหลักของ SCG และเป็นผู้นำธุรกิจตกแต่งพื้นผิวและสุขภัณฑ์ครบวงจรในอาเซียนซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 6 เท่า จึงมีโอกาสที่จะเติบโตและสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้มากกว่า หลังจากที่ SCG Decor ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว
“ขณะนี้ COTTO และ SCG Decorได้ร่วมกันเผยแพร่ข้อมูลโดยละเอียดอย่างโปร่งใสผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งเว็บไซต์ของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อสร้างความเข้าใจและสร้างความกระจ่างถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของ SCG Decor ตลอดจนขั้นตอนการดำเนินการตามกรอบเวลาของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยกำลังเตรียมการอย่างเต็มที่เพื่อชี้แจงและตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกท่านโดยละเอียด นอกจากนี้ ในช่วงปลายเดือนเมษายน ต้นเดือนพฤษภาคม SCG Decor ยังเตรียมที่จะพบปะกับผู้ถือหุ้น COTTO ทั้งที่เป็นนักลงทุนสถาบันและรายย่อย เพื่ออธิบายถึงแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจให้มากขึ้นด้วย” ทั้งนี้ ก่อนที่จะนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ได้พิจารณาไตร่ตรองเรื่องการปรับโครงสร้างร่วมกับ SCG Decor โดยถี่ถ้วน และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับประโยชน์ของผู้ถือหุ้น เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทุกท่านสามารถให้ความไว้วางใจ และให้การสนับสนุนบริษัทฯ ได้อย่างมั่นใจ” นายนำพล กล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...