โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

หนุ่มหัวร้อนใช้เหล็กแป๊บฟาดลุง 60 ปี เหตุเพราะขับรถช้าไม่ทันใจ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 06 มี.ค. 2566 เวลา 09.08 น.

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพเหตุการณ์พร้อมบรรยาย ขอความเป็นธรรมให้กับพ่อวัย 60 ปี ที่ถูกชายปริศนาทำร้ายร่างกายโดย อ้างสาเหตุว่าพ่อของตนขับขี่รถจักรยานยนต์ช้าขวางทางทำให้คู่กรณีไม่พอใจจึงมีการใช้แป๊บเหล็กทุบตีจนได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่บริเวณถนนประชาอุทิศระหว่างซอย 14 ถึงซอย 16 แขวงและเขตราษฎรบูรณะ กรุงเทพฯ

.

ด้าน ร.ต.วิเชียร รำพึงวรณ์ ข้าราชการทหารนอกราชการ อายุ 64 ปี ผู้เสียหาย ระบุว่า ในวันเกิดเหตุได้ออกจากบ้านพักในซอยประชาอุทิศ 14 เพื่อจะเดินทางไปบ้านลูกสาวเพื่อซื้ออาหารให้กับภรรยาที่ป่วยเป็นโรคไตและพักรักษาอยู่ที่บ้านดังกล่าว ที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ซอย แต่เมื่อออกจากซอยเพื่อจะเลี้ยวขวาก็มีรถคู่กรณีขับขี่มาที่เล่นขวาด้วยความเร็วก่อนที่จะชะลอ ตนจึงเลี้ยวข้ามและพยายามชิดซ้ายแต่ด้วยความกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุจึงขับขี่ช้า

.

ซึ่งคู่กรณีไม่พอใจและมีการเปิดกระจกด่าทอ ทั้งพยามขับไล่ตนจนมาถึงจุดเกิดเหตุ จึงชะลอรถ คู่กรณีก็มีการปาดและลงมาเริ่มด่าทออีกครั้ง ก่อนที่คู่กรณีจะหยิบอาวุธ เป็นแป๊บเหล็กออกมาจากท้ายรถ ซึ่งตนได้พยายามบอกกับทางคู่กรณีมาโดยตลอดว่าไม่อยากมีเรื่อง แต่คู่กรณีไม่รับฟัง และเริ่มมีการใช้แป๊บเหล็ก ตีที่บริเวณขาด้านซ้ายของตนก่อนหนึ่งครั้งและเริ่มตีตามร่างกายซึ่งตนได้พยามปัดป้อง

.

ก่อนที่จะเสียหลักก้มลงทำให้คู่กรณีใช้แป๊บเหล็กตีที่บริเวณกลางศีรษะทำให้เกิดบาดแผลแตก ยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตนกลัวเป็นอย่างมาก และไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่าเหตุใดคู่กรณีจึงก่อเหตุด้วยความรุนแรงแบบนี้ เพราะสาเหตุที่ตนขับช้าไม่ใช่ต้องการที่จะกลั่นแกล้งรถบนถนนแต่เป็นเพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุประกอบกับในพื้นที่มีการจราจรคับคั่งทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังจึงอาจทำให้ดูเหมือนขับช้า

.

ร.ต.วิเชียร เผยอีกว่า ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้เดินทางมาที่บ้านพักของลูกสาวและไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้มีการเย็บบาดแผลให้จำนวนห้าเข็ม และให้ติดตามอาการอีกครั้งตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ ไว้เป็นหลักฐานแต่ในขณะนี้ยังไม่ได้ รับการติดต่อจากทางเจ้าของคดีว่าคดีดำเนินการไปถึงขั้นตอนใด จึงอยากฝากไปถึงทางคู่กรณีว่าอยากให้ใจเย็นกว่านี้และไม่อยากให้ก่อเหตุแบบนี้กับคนอื่นอีก ขณะ ที่ในส่วนของตำรวจก็อยากให้ดำเนินการทางคดีกับทางผู้ก่อเหตุเพื่อให้ได้สำนึกผิดกับสิ่งที่ได้ทำไป

.

ร.ต.วิเชียร ยังระบุอีกว่า ขณะเกิดเหตุได้พยามบอกกับทางคู่กรณีไปแล้วว่า ไม่อยากมีเรื่อง หากจะต้องมีการชกต่อยก็ขอชกต่อยเพียงแค่บนเวทีเท่านั้น เพราะขณะที่เคยเป็น ข้าราชการทหารก็เคยเป็นนักมวยขึ้นเวที

.

ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ เผยว่า ตนผ่านทางมาเห็นว่ามีการทำร้ายร่างกายคนสูงอายุ จึงหยุดเพื่อจะเข้าไปห้ามปราม ก่อนที่จะเห็นว่าคู่กรณีอยู่ในอาการโมโหอย่างรุนแรง และมีท่าทีเกรี้ยวกราดพร้อมกับมีอาวุธอยู่ในมือ ซึ่งตนทำได้เพียงแค่ตะโกนห้ามบอกว่าลุงได้รับบาดเจ็บแล้วขอให้หยุดทำ ซึ่งในตอนแรกผู้ก่อเหตุไม่ยอมหยุด และยังคงอยู่ในอาการเกรี้ยวกราด ก่อนที่จะเริ่มมีรถจอดดูและมีคนมาดูเยอะขึ้นทำให้คู่กรณีเริ่มเย็นลงและกลับขึ้นรถออกไปจากจุดเกิดเหตุซึ่งก่อนกลับขึ้นรถคู่กรณีได้ไล่ลุงที่บาดเจ็บให้ไปให้พ้นอีกด้วย

.

ซึ่งตนทราบจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ รู้จักคนมากแต่ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงอยากขอฝากให้สื่อมวลชนช่วยเหลือลุงที่ได้รับบาดเจ็บให้ได้รับความเป็นธรรมด้วย ส่วนท่าทีของผู้ก่อเหตุยืนยันได้ว่าไม่ได้อยู่ในอาการมึนเมาเพราะตนมั่นใจว่าคู่กรณีมีสติเป็นอย่างดี แต่ มีอาการตาขวางเกรี้ยวกราดผิดปกติเกินกว่าเหตุ ซึ่ง เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าคล้ายลักษณะของผู้เสพยาเสพติดหรือไม่ พยานตอบเพียงว่าไม่สามารถยืนยันได้

.

ขณะที่ พ.ต.อ.วัชรพล สุวนันทวงศ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ ระบุถึงความคืบหน้าของคดีว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งรัดติดตามตัวผู้ก่อเหตุแล้วซึ่งสามารถทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร และคาดว่าจะสามารถนำตัวมาดำเนินคดี ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้ภายในวันนี้

.
ติดตามเพจข่าวเวิร์คพอยท์23 ที่ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...