โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก 'นกหว้า' พญาระกาแห่งป่าใต้

Environman

เผยแพร่ 10 ก.พ. 2566 เวลา 01.00 น.

รู้จัก “นกหว้า” พญาระกาแห่งป่าใต้ หลังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เก็บภาพจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าในพื้นที่

นกหว้า (Great Argus) อยู่ในวงศ์ Phasianidae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Argusianus argus

ลักษณะ : เป็นนกขนาดใหญ่ ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 76 - 200 เซนติเมตร ไม่มีเดือย จัดอยู่ในสัตว์ปีกจำพวกไก่ฟ้าของไทย ตัวผู้มีความสวยงามมากกว่าตัวเมีย ตัวสีน้ำตาลปนเทา ขนปีกยาว มีจุดกลมคล้ายลูกตาบนปีกเป็นระยะตามความยาวของขนปีก กลางหัวมีขนเป็นหงอน หรือสันเล็ก ๆ หน้าและคอสีฟ้า ปากเหลือง แข้งและตีนสีแดง ตัวผู้มีขนหางคู่กลางยาวเลยเส้นอื่นออกไปมาก ส่วนตัวเมียจะไม่มี เป็นนกประจำถิ่นซึ่งค่อนข้างหายาก ได้รับสมญานามว่า เจ้าไก่ป่าแห่งเมืองใต้

ถิ่นอาศัย : พบในสุมาตรา บอร์เนียว เทือกเขาตะนาวศรีประเทศไทยพบทางภาคใต้ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปตลอดแหลมมลายู ในป่าทึบ ป่าดงดิบชื้น ในระดับเชิงเขา จนกระทั่งความสูง 900 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในพื้นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สามารถพบได้ทุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาบรรทัด อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง และอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี โดยเฉพาะในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง ถือว่าเป็นนกที่พบกระจายทั่วพื้นที่ และมีจำนวนมาก

อาหาร : อาหาร ได้แก่ เมล็ดพืช ผลไม้ที่หล่นตามพื้นดิน แมลง ตัวหนอน ไส้เดือน ปลวก สัตว์เล็ก ๆ ตามพื้น

พฤติกรรม : ชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบและป่าลึก ในระดับเชิงเขาจนกระทั่งถึงระดับความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นนกขี้อาย ไม่ชอบให้ใครพบเห็น ออกหากินตอนกลางวัน ตัวผู้และตัวเมียมีเสียงร้องแตกต่างกัน จะได้ยินเสียงร้องทั้งกลางวันและกลางคืน มีเสียงร้องดังมาก มักได้ยินเสียงร้องมากกว่าเห็นตัว เสียงที่ร้องดัง “ว้าว ว้าว” บางครั้งร้องได้ถึง 30 ครั้ง ได้ยินไปทั่วป่า

ปกติชอบอยู่โดดเดี่ยว นอกจากในฤดูผสมพันธุ์ ตัวผู้มีอุปนิสัยป้องกันอาณาเขตโดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า ลานนกหว้า ซึ่งเป็นพื้นที่เกือบจะเป็นวงกลม รัศมี 6-8 เมตร โดยนกหว้าจะทำความสะอาด ด้วยการเก็บหรือจิกเศษใบไม้ออกจากบริเวณนี้ตลอดเวลา ด้วยอุปนิสัยดังกล่าวจึงถูกพรานพื้นเมืองล่าได้ง่าย ตัวเมียจะอยู่โดดเดี่ยวไม่มีลานดังกล่าวเหมือนกับตัวผู้ แต่จะไปที่ลานเพื่อผสมพันธุ์ ซึ่งตัวผู้จะเกี้ยวพาราสีด้วยการแพนปีก คล้ายนกยูงแพนหาง ผสมพันธุ์ตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงฤดูฝนซึ่งมีฝนตกหนัก

สถานภาพปัจจุบัน : นกหว้า จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทนกในลำดับที่ 762 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2562 The IUCN Red List of Threatened Species จัดให้อยู่ในกลุ่ม Vulnerable (VU) : มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์

ภาพถ่าย : กล้องดักถ่ายภาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง

บทความ : นายเกียรติภูมิ เพชรภู่ นักวิชาการป่าไม้ กลุ่มงานวิชาการ

ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สงขลา

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0LeNosLLJfPzYXDqzUPfyFowDfRsSeBeyu4vTb5RtXwbyjoi9co5cKWfbkaFxdEFil&id=100064855293851&mibextid=qC1gEa

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02XepQGuccUfY2WEJtEKLhJYtCHGjVKKapsWF48X5R4gnVgKiu9zTaJeLcnP42nC6zl&id=100064623852032&mibextid=qC1gEa

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...