โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คฤหาสน์ร้างหลอนตั้งธาตุกระดูกเป็นรั้ว

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 21 เม.ย. 2566 เวลา 21.14 น. • RS PCL
ทำเอาหลอน! เมื่อเห็นคลิปปรากฏภาพบ้านคฤหาสน์ ที่จ.นครพนม ถูกทิ้งร้าง พบเจดีย์เก็บอัฐิวางเรียงรายหน้าบ้าน ชาวเน็ตถกกันรัวๆ หลังเห็นคลิปชวนหลอน

โดยโกศใส่กระดูก ดังกล่าวถูกวางไว้บริเวณหน้าบ้านร้างหลังหนึ่ง ถนนหน้าหาดแห่ หมู่ 18 ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ล่าสุดกลายเป็นคลิปชวนหลอน ในโลกโซเชียล

ทีมข่าวลงพื้นที่บ้านหลังดังกล่าว มีเนื้อที่ประมาณ 3-4 ไร่ พบสภาพโดยรวมยังแข็งแรงดี โดยบริเวณหน้าบ้านจะมีโกศใส่กระดูกของผู้เสียชีวิตตั้งอยู่ ส่วนข้างบ้านมีศาลพระภูมิ และดอกไม้ที่ถูกนำมากราบไหว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีคนเข้ามาสักการะ และทำความสะอาดอยู่เป็นประจำ

สอบถามแม่ค้าที่ตั้งร้านอยู่เยื้องกับบ้าน เล่าว่า บ้านหลังนี้เคยเป็นของ ครูสุนทร หรือ ครูเซียง เป็นอดีตครูเกษียณที่อาศัยอยู่เพียงลำพังกับแมว ซึ่งตอนที่มีชีวิตอยู่ ครูสุนทร ได้นำอัฐิพ่อแม่มาเก็บไว้บนบ้านพัก กระทั่งท่านเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว พี่สาวที่เป็นญาติที่เหลืออยู่คนเดียวได้นำอัฐิของ ครูสุนทร และอัฐิของพ่อแม่ ใส่ในโกศวางเรียงกันหน้าบ้าน ตามความตั้งใจของผู้ตาย

แต่เนื่องจากลูก ๆ ของพี่สาวครูสุนทรทำงานกันหมดแล้ว ทำให้ไม่มีใครมาอยู่อาศัย หรือดูแลบ้านหลังนี้ ทำให้บ้านถูกปล่อยทิ้งร้าง โดยไม่มีเรื่องอาถรรพ์ หรือเรื่องผีสางเข้ามาเกี่ยวข้อง

ขณะที่ นายดิเรก ผู้ใหญ่บ้านบ้านน้ำก่ำใหม่พัฒนา ยืนยันอีกเสียงว่า บ้านหลังนี้ไม่มีเรื่องอาถรรพ์ หรือสิ่งลี้ลับใด ๆ แตกต่างจากบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้ ๆ กัน โดยบ้านหลังนั้นเจ้าของบ้านไปอยู่ต่างประเทศแล้วเสียชีวิต พอมีคนไปเช่าแล้วย้ายเข้าไปอยู่ กลับเจอเรื่องลี้ลับคนเดินไปมาในบ้าน จนกลายเป็นที่กล่าวขานของคนในพื้นที่อย่างมาก และไม่มีใครกล้าเดินเข้าใกล้ แต่บ้านหลังนั้นไม่ใช่บ้านของครูสุนทร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...