แพทย์ชี้ วิว-กุลวุฒิ ไม่มีซิกซ์แพคไม่ใช่ไม่ฟิต แต่ไขมันเกินก็ไม่ควรมองข้าม
แพทย์ชี้ วิว-กุลวุฒิ ไม่มีซิกซ์แพคไม่ใช่ไม่ฟิต แต่ไขมันเกินก็ไม่ควรมองข้าม
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพของ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักกีฬาแบดมินตันระดับโลกของไทย และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับรูปร่าง โดยเฉพาะการที่ไม่มีกล้ามหน้าท้องแบบซิกซ์แพค จนนำไปสู่การตั้งคำถามถึงความฟิตและสมรรถนะของร่างกาย ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องอธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการการกีฬาอย่างถูกต้องและรอบด้าน
นพ. ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมโภชนาการเพื่อกีฬาและสุขภาพ ให้ความเห็นว่า การใช้ซิกซ์แพคเป็นตัวชี้วัดความฟิตของนักกีฬาเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากซิกซ์แพคสะท้อนเพียงระดับไขมันใต้ผิวหนังที่ต่ำ ไม่ได้บ่งบอกถึงความแข็งแรง ความทนทาน หรือสมรรถนะในการแข่งขันจริง
แบดมินตันเป็นกีฬาที่ไม่ได้มีการควบคุมน้ำหนัก (non–weight-class sport) การแข่งขันจึงไม่ได้ตัดสินจากรูปร่างหรือน้ำหนักตัวโดยตรง แต่พึ่งพาสมรรถนะหลายด้านร่วมกัน ทั้งความเร็ว ความคล่องตัว ความทนทาน การเคลื่อนไหวซ้ำๆ ต่อเนื่อง และอัตราส่วนแรงต่อน้ำหนักตัว (power-to-weight ratio) ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กับองค์ประกอบของร่างกาย
ในเชิงสรีรวิทยา นักกีฬาสามารถมีความฟิตของระบบกล้ามเนื้อและระบบหัวใจและหลอดเลือดในระดับสูงได้จากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง แม้รูปร่างภายนอกจะไม่ได้ลีนหรือเห็นกล้ามหน้าท้องชัดเจน อย่างไรก็ตาม ความฟิตของร่างกายกับการสะสมไขมันเป็นคนละกระบวนการกัน การสะสมไขมันขึ้นกับความสมดุลของพลังงาน (energy balance) กล่าวคือ หากพลังงานที่ได้รับจากอาหารมากกว่าพลังงานที่ใช้ไป ร่างกายย่อมมีการสะสมไขมันได้ แม้จะฝึกซ้อมหนักหรือมีสมรรถนะทางกายดีเพียงใดก็ตาม
ในสื่อโซเชียลมีเดียอาจมีความพยายามอธิบายว่า การซ้อมหนักหรือความเครียดจากการแข่งขันสามารถกระตุ้นกลไกของฮอร์โมนบางชนิด เช่น คอร์ติซอล จนทำให้ร่างกาย “สั่งให้เก็บไขมัน” โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง และอาจไม่มีผลต่อสมรรถนะของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ในเชิงวิทยาศาสตร์การกีฬา ปัจจุบันหลักฐานทางวิชาการส่วนใหญ่ชี้ว่า การสะสมไขมันยังคงขึ้นกับความไม่สมดุลของพลังงาน (energy surplus) เป็นหลัก แม้ความเครียดเรื้อรังหรือการฝึกหนักเกินไป (overtraining) อาจมีผลทางอ้อมผ่านการเพิ่มความอยากอาหาร การบริโภคพลังงานเกิน หรือการเปลี่ยนแปลงการเผาผลาญ แต่ไม่ใช่กลไกโดยตรงที่ทำให้เก็บไขมันโดยไม่เกี่ยวข้องกับปริมาณพลังงานที่บริโภค และมักส่งผลกระทบต่อสมรรถนะในทางลบหากเกิดต่อเนื่อง
ความเครียดและภาระการฝึกที่สูงอาจมีผลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการกิน เช่น การเพิ่มความอยากอาหาร หรือการบริโภคพลังงานเกินความจำเป็น หากเกิดขึ้นต่อเนื่องก็สามารถนำไปสู่การสะสมไขมันได้ แต่กลไกดังกล่าวยังคงมีรากฐานจากความไม่สมดุลของพลังงานเป็นหลัก ไม่ใช่ผลโดยตรงจาก “ความฟิต” ของร่างกาย
ในเชิงสมรรถนะ ไขมันถือเป็นมวลที่ไม่ก่อให้เกิดแรง (non-functional mass) การเพิ่มขึ้นของไขมันทำให้อัตราส่วนแรงต่อน้ำหนักตัวลดลง ส่งผลต่อความเร็ว การเร่งออกตัว ความคล่องตัว และความทนทาน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งของกีฬาที่ต้องอาศัยการเคลื่อนไหวรวดเร็วและต่อเนื่อง เช่น แบดมินตัน
อย่างไรก็ตาม สมรรถนะของนักกีฬาไม่ได้ขึ้นกับองค์ประกอบทางกายเพียงอย่างเดียว แบดมินตันเป็นกีฬาที่ต้องอาศัย ทักษะเฉพาะทางจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ความแม่นยำในการตี ความสามารถในการอ่านเกม การวางแผน และการตัดสินใจภายใต้ความล้า ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนของสมรรถนะทางสมองและประสบการณ์การแข่งขัน นักกีฬาระดับโลกจำนวนมากสามารถรักษาผลการแข่งขันได้ดีจากความฉลาดในการเล่นเกม แม้สมรรถนะทางกายบางด้านจะไม่ได้อยู่ในสภาพสูงสุดตลอดเวลา
ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้พบเฉพาะในนักกีฬาแบดมินตันเท่านั้น แต่พบได้ในกีฬาที่ไม่ได้ควบคุมน้ำหนักหลายประเภท เช่น ฟุตบอลและบาสเกตบอล ซึ่งแม้ทักษะและการอ่านเกมจะช่วยชดเชยได้ในบางช่วง แต่ในระยะยาว การเพิ่มขึ้นของไขมันยังคงส่งผลต่อความเร็ว ความทนทาน และประสิทธิภาพโดยรวมในการแข่งขัน
ดังนั้น การไม่มีซิกแพ็กไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลในการตัดสินว่านักกีฬา “ไม่ฟิต” เพราะในกีฬาแบดมินตัน โดยเฉพาะชายเดี่ยวระดับโลก นักกีฬามักมีไขมันในร่างกายอยู่ในช่วงประมาณ 8-13% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมต่อสมรรถนะสูงสุด (power-to-weight ratio ดี ความคล่องตัวและความทนทานสูง) แต่รูปร่างภายนอกอาจไม่เห็นกล้ามหน้าท้องชัดเจนแบบซิกซ์แพค อย่างไรก็ตาม หากไขมันสะสมเกินช่วงนี้ไปมาก (เช่น เกิน 15% ขึ้นไป) ก็ไม่ใช่ประเด็นที่ควรถูกละเลย เนื่องจากย่อมส่งผลต่อสมรรถนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ลดความเร็ว การเร่ง ความคล่องตัว และความทนทาน แม้ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่ปรากฏชัดในระยะสั้น
หัวใจสำคัญของวิทยาศาสตร์การกีฬาสมัยใหม่จึงอยู่ที่การบริหารจัดการ การฝึกซ้อม โภชนาการ และการฟื้นตัว ให้สอดคล้องกัน เพื่อคงสมรรถนะของร่างกาย ทักษะ และความสามารถในการตัดสินใจไว้ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่การตัดสินนักกีฬาจากรูปร่างภายนอกเพียงอย่างเดียว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทย์ชี้ วิว-กุลวุฒิ ไม่มีซิกซ์แพคไม่ใช่ไม่ฟิต แต่ไขมันเกินก็ไม่ควรมองข้าม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th