ธุรกิจต้องลอง ‘e-Accountant Plus’ ตัวช่วยคัดเลือกผู้ทำบัญชีคุณภาพ
หนึ่งโจทย์สำคัญของการทำธุรกิจ คือ การเติบโตอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ได้รับความเชื่อถือ และไม่เป็นเครื่องมือของธุรกิจสีเทาหรือทุนผิดกฎหมาย ดังนั้น การจัดทำบัญชีและงบการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายจึงสำคัญมาก เพราะจะช่วยคัดกรองความเสี่ยง เสริมสร้างความเชื่อมั่น และมีส่วนร่วมสร้างระบบเศรษฐกิจสีขาวในภาพใหญ่ด้วย
แม้จะเข้าใจและตระหนักว่าการจัดทำบัญชีและงบการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นสำคัญ แต่ความท้าทายอย่างหนึ่งสำหรับภาคธุรกิจ คือ การจัดหาผู้ทำบัญชีดี ๆ ที่จะไม่ทำให้บริษัทต้องเผชิญความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความน่าเชื่อถือ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
ในหลาย ๆ กรณี แม้ว่าผู้ประกอบการไม่ได้มีเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย แต่กลับได้รับผลกระทบจากการเลือกใช้ผู้ทำบัญชีที่ขาดคุณภาพ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างเคร่งครัด อย่างเช่น การจัดทำบัญชีไม่ถูกต้อง การใช้ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน หรือการดำเนินการที่เข้าข่ายหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยที่ผู้ประกอบการไม่รู้เท่าทัน
การเปิดตัวระบบงานผู้ทำบัญชี ‘e-Accountant Plus’ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา น่าจะมีส่วนช่วยลดความท้าทายตรงนี้ลงได้ เพราะ ‘e-Accountant Plus’ เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ช่วยบริหารจัดการ ค้นหา และตรวจสอบข้อมูลผู้ทำบัญชีแบบเรียลไทม์ ให้ภาคธุรกิจสามารถตรวจสอบและจัดหาผู้ทำบัญชีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนมิจฉาชีพที่แฝงตัวเป็นนักบัญชีหลอกลวง รวมถึงช่วยลดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลด้วย
e-Accountant Plus ช่วยธุรกิจหายห่วงเรื่องทำบัญชี
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมาว่า ระบบงานผู้ทำบัญชี หรือ e-Accountant Plus เป็นเวอร์ชันใหม่ที่ได้รับการออกแบบและพัฒนาบนเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีการเชื่อมโยงข้อมูลกับสภาวิชาชีพบัญชีแบบเรียลไทม์ รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลกับฐานข้อมูลของกรมการปกครอง และระบบภายในของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เช่น ระบบจดทะเบียนนิติบุคคล และระบบการนำส่งงบการเงิน ทำให้ข้อมูลมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ลดความซ้ำซ้อน และลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลของผู้ทำบัญชี
ระบบ e-Accountant Plus ได้เพิ่มฟังก์ชันสำคัญหลายอย่าง เช่น ระบบการทดสอบเพื่อยกระดับความรู้และสร้างการยอมรับในวิชาชีพ การบริหารจัดการข้อมูลแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกอย่างเป็นระบบ มีมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เข้มงวด ลดภาระของผู้ทำบัญชี รวมถึงมีบริการค้นหาและตรวจสอบข้อมูลผู้ทำบัญชีที่เป็นปัจจุบัน เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถตรวจสอบและจัดหาผู้ทำบัญชีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของงบการเงิน ช่วยให้การจัดทำบัญชีมีความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า การจัดทำบัญชีมีความถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ไม่เพียงช่วยสะท้อนฐานะทางการเงินที่แท้จริงของกิจการเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้ทิศทางการดำเนินธุรกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน และเสริมสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วย
ผู้ทำบัญชีเข้าระบบแล้ว 45,527 คน
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิดเผยข้อมูลว่า ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ต้องจัดทำบัญชีภายใต้ พ.ร.บ.การบัญชี พ.ศ. 2543 กว่า 967,000 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) ซึ่งทุกกิจการจำเป็นต้องจัดทำบัญชีโดยผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ขณะเดียวกันมีผู้ทำบัญชีคงอยู่ทั่วประเทศ 81,240 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 มกราคม 2569) และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของภาคธุรกิจ ดังนั้น ฐานข้อมูลจากระบบ e-Accountant Plus จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ทำบัญชีให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและตรงจุด
ทั้งนี้ ระบบ e-Accountant Plus เปิดใช้งานแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 พร้อมกับการที่ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ โดยข้อมูล ณ วันที่ 15 มกราคม 2569 มีผู้ทำบัญชีเข้าสู่ระบบแล้ว 45,527 คน และมีผู้เข้าเยี่ยมชมระบบรวม 169,181 ครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงการตอบรับและความสนใจจากทั้งนักบัญชีและภาคธุรกิจอย่างชัดเจน
เรียกร้องนักบัญชีร่วมสกัดทุนเทา-มิจฉาชีพ
นอกจากเปิดตัวระบบแล้ว กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากับหน่วยงานพันธมิตรด้านบัญชี 8 แห่ง ได้แก่ สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย สมาคมสำนักงานสอบบัญชีไทย สมาคมสำนักงานบัญชีตัวแทน (ประเทศไทย) และสมาคมนักบัญชีไทย ยังได้ประสานพลังร่วมประกาศเจตจำนงเพื่อสื่อสารกับสมาชิกนักบัญชีทั่วประเทศให้ช่วยกันสกัดกั้นทุนเทาและมิจฉาชีพโดย “ไม่รับจดทะเบียน ไม่รับทำบัญชี ไม่สนับสนุนทุนเทา” ตัดต้นตอวงจรธุรกิจสีเทา ‘นอมินีบัญชีม้า’ แต่เนิ่น ๆ
ทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกิจที่หลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนกฎหมายโดยใช้นอมินีบัญชีม้า และการใช้นิติบุคคลบังหน้ามีแนวโน้มขยายตัวมาก ซึ่งส่งผลกระทบด้านลบทั้งต่อประชาชน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ
อธิบดีพูนพงษ์ย้ำว่า นักบัญชีและสำนักงานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนนิติบุคคล ไปจนถึงการจัดทำบัญชีและให้คำปรึกษาทางธุรกิจ จึงถือเป็นแนวป้องกันด่านแรกของระบบเศรษฐกิจ หากผู้ทำบัญชีตกเป็นเครื่องมือหรือร่วมมือกับมิจฉาชีพ ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของวิชาชีพบัญชีโดยรวม และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด ดังนั้น นักบัญชีควรจะร่วมมือกันไม่สนับสนุนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับมิจฉาชีพในการกระทำผิด
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามั่นใจว่านักบัญชีและสำนักงานบัญชีไทยจะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยหยุดยั้งความฉ้อฉลของมิจฉาชีพในคราบนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติ และสัญญาว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าพร้อมส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกนักธุรกิจที่ประกอบกิจการด้วยความสุจริตอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน ก็พร้อมจับมือหน่วยงานพันธมิตรปราบปรามธุรกิจสีเทาให้สิ้นซากด้วยเช่นกัน” อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากล่าว