“ทรัมป์” เผยดีลกรีนแลนด์กับนาโต เปิดทางสหรัฐ-ยุโรปเข้าถึงแร่หายาก
"ทรัมป์" เผยดีลกรีนแลนด์กับนาโต เปิดทางสหรัฐ-ยุโรปเข้าถึงแร่หายาก ควบคู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงภายใต้โครงการ Golden Dome
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 03.35 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เปิดเผยว่า กรอบข้อตกลงที่เขาบรรลุร่วมกับองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในประเด็นกรีนแลนด์ ครอบคลุมถึงการเข้าถึงสิทธิในทรัพยากรแร่ของสหรัฐและชาติพันธมิตรยุโรป รวมถึงความร่วมมือในโครงการ “โกลเดน โดม” (Golden Dome)
ทรัมป์กล่าวกับโจ เคอร์เนน ผู้ดำเนินรายการของ CNBC ระหว่างให้สัมภาษณ์นอกรอบการประชุม เวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า “พวกเขาจะมีส่วนร่วมในGolden Dome และจะมีส่วนร่วมในสิทธิด้านทรัพยากรแร่ เช่นเดียวกับเรา” พร้อมระบุว่า เมื่อถูกถามว่าข้อตกลงนี้จะมีอายุยาวนานเพียงใด เขาตอบว่า “ตลอดไป”
ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม WEF โดยยืนยันว่าจะไม่ใช้กำลังทางทหารเพื่อเข้าควบคุมกรีนแลนด์ และเรียกร้องให้มีการเจรจาอย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับสถานะของเกาะดังกล่าว ต่อมาไม่นาน เขาระบุว่าได้บรรลุกรอบข้อตกลงกับ มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโต และยืนยันว่าสหรัฐจะไม่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากเดนมาร์กและประเทศยุโรปอื่น ๆ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ตามที่เคยขู่ไว้ก่อนหน้านี้
ทรัมป์กล่าวกับ CNBC เพิ่มเติมว่าสิ่งที่ตกลงกันเป็นเพียงแนวคิดของข้อตกลง (concept of a deal) โดยปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมอธิบายว่าข้อตกลงดังกล่าวมีความซับซ้อนสูง
ทั้งนี้กรีนแลนด์ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 8 ของโลกในด้านปริมาณแร่หายาก (Rare Earths) ตามข้อมูลของ Center for Strategic and International Studies (CSIS) โดยทรัมป์ได้ยกระดับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานแร่หายากให้เป็นเป้าหมายหลักของนโยบายอุตสาหกรรม เพื่อหวังลดการพึ่งพาจีนของสหรัฐฯ แร่หายากถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแม่เหล็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในระบบอาวุธ ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมสำคัญอื่น ๆ
อย่างไรก็ตามความพยายามของทรัมป์ในการผลักดันให้สหรัฐเข้าครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก ได้ก่อให้เกิดความวิตกว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเอกภาพของพันธมิตรนาโตในระยะยาว
อ้างอิง : www.cnbc.com