โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“อสังหาฯ จีน” ทรุดหนัก ธนาคารชนบทขายทรัพย์ยึดไม่ออก เสี่ยงลามภาคการเงิน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ม.ค. เวลา 14.48 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. เวลา 07.48 น.

"อสังหาฯ จีน" ทรุดหนัก ธนาคารชนบทขายทรัพย์ยึดไม่ออก แม้จะนำออกประมูลด้วยส่วนลดสูงถึง 20-30% จากราคาตลาด ขณะที่ทรัพย์ยึดจากหนี้เสียสะสมกว่า 1 ล้านรายการ เสี่ยงลามภาคการเงิน

วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 12.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าธนาคารชนบทของจีนจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาไม่สามารถขายทรัพย์สินที่ยึดมาจากการผิดนัดชำระหนี้ได้ แม้จะนำออกประมูลด้วยส่วนลดสูงถึง 20-30% จากราคาตลาด สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความรุนแรงของวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินและเศรษฐกิจจีนโดยรวม

การทบทวนข้อมูลประกาศขายทรัพย์สินจากธนาคารบนแพลตฟอร์ม JD.com Asset Trading Platform ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ประมูลออนไลน์รายใหญ่ของจีน พบว่าในหลายภูมิภาคที่พัฒนาน้อยและเผชิญการปรับลดลงอย่างรุนแรงของราคาบ้าน มีจำนวนทรัพย์สินที่ธนาคารนำออกขายเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นของธนาคารชนบทท้องถิ่น

นักวิเคราะห์ นายธนาคาร และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกตั้งราคาต่ำกว่าตลาดถึง 20-30% สะท้อนการลดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเดิมเคยเป็นหลักประกันคุณภาพสูงสำหรับสินเชื่อในเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก แต่กลับถูกปรับมูลค่าลงอย่างหนักจากภาวะราคาบ้านที่ร่วงลงทั่วประเทศ

การเร่งขายทรัพย์สินยึดในราคาต่ำ สะท้อนแรงกดดันที่ธนาคารชนบทขนาดเล็กกำลังเผชิญ ทั้งจากหนี้เสียที่พุ่งขึ้นและเงินกองทุนที่จำกัด ทำให้ต้องรีบตัดขาดทุน

“ราคาต่ำจนน่าตกใจ” หลี่ โหย่วไฉ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง กล่าว พร้อมระบุว่า ปัจจุบันธนาคารมีทรัพย์สินยึดจำนวนมากล้นตลาด

ตัวอย่างเช่น อพาร์ตเมนต์ขนาด 160 ตารางเมตร ซึ่งสาขาต้าเหลียนของธนาคาร Bank of Jilin นำออกประมูลในราคา 1.35 ล้านหยวน หรือราว 1.9 แสนดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่สามารถขายได้แม้จะเปิดประมูลเป็นรอบที่สอง ทั้งที่ราคาตลาดในขณะนั้นอยู่ที่ราว 2 ล้านหยวน

วิกฤตอสังหาฯ ที่ยืดเยื้อและรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

ภาวะถดถอยของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2564 ถือเป็นวิกฤตที่ยาวนานและรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นแรงฉุดสำคัญต่อเศรษฐกิจมูลค่า 19 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยยังแทบไม่มีสัญญาณฟื้นตัวในระยะใกล้ ข้อมูลทางการระบุว่าราคาบ้านเฉลี่ยในปี 2568 ปรับลดลงสู่ระดับเดียวกับปี 2561 ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ตามพื้นที่ใช้สอยลดลงราว 50% จากจุดสูงสุด กลับไปอยู่ในระดับปี 2552 บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายแห่ง เช่น Evergrande ล้มละลาย และอีกหลายสิบแห่งผิดนัดชำระหนี้

ผลกระทบดังกล่าวทำให้จำนวนทรัพย์สินที่ธนาคารชนบทยึดและนำออกประมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น

  • มณฑลกานซู่ ธนาคารนำทรัพย์สินออกขาย 4,292 รายการในปีที่ผ่านมา เพิ่มจาก 2,398 รายการในปี 2567 และเพียง 478 รายการในปี 2566
  • มณฑลเสฉวน มีทรัพย์สินถูกนำออกขาย 1,909 รายการในปี 2568 เทียบกับ 370 และ 248 รายการในสองปีก่อนหน้า
  • มณฑลจี๋หลิน เพิ่มเป็น 1,696 รายการ จาก 371 รายการในปีก่อน
  • มณฑลซานซี เพิ่มเป็น 519 รายการ จาก 457 รายการในปี 2567

ทั่วประเทศ ธนาคารจีนได้สะสมทรัพย์สินจากการผิดนัดชำระหนี้แล้วราว 1.35 ล้านรายการนับตั้งแต่กลางปี 2567 ตามรายงานของ UBS และคาดว่าจำนวนดังกล่าวอาจเพิ่มเป็น 2.43 ล้านรายการภายในปี 2570 จากเพียง 640,000 รายการในปี 2568

คลื่นใหม่ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

นอกจากภาคอสังหาริมทรัพย์แล้ว ธนาคารจีนยังเผชิญแรงกดดันจากสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กที่ออกในช่วงโควิด-19 ซึ่งกำลังทยอยครบกำหนด โดยลูกหนี้จำนวนมากประสบปัญหารีไฟแนนซ์ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง ทำให้ธนาคารต้องยึดหลักประกันเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์ ระบุว่า นโยบายภาครัฐที่เน้นพยุงแต่ไม่กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ราคาทรัพย์สินยึดมีแนวโน้มไม่ฟื้น ธนาคารจึงเลือกขายเร็วเพื่อลดความเสียหาย ขณะที่ นักวิเคราะห์ของ S&P Global Ratings เตือนว่า หากการขายทรัพย์สินในราคาต่ำกว่าตลาดกลายเป็นวงกว้าง อาจกระทบเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์และบีบให้รัฐบาลต้องแทรกแซง

นักวิเคราะห์ของ UBS คาดว่าราคาบ้านในจีนจะยังปรับลดลงต่อ โดยอาจลดลงราว 10% ในปี 2569 และอีก 5% ในปี 2570 จากภาวะอุปทานส่วนเกินที่ยังคงอยู่ในระบบ พร้อมเตือนว่า จีนอาจกำลังเข้าสู่วงจรการจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ระบบธนาคาร

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...