“อสังหาฯ จีน” ทรุดหนัก ธนาคารชนบทขายทรัพย์ยึดไม่ออก เสี่ยงลามภาคการเงิน
"อสังหาฯ จีน" ทรุดหนัก ธนาคารชนบทขายทรัพย์ยึดไม่ออก แม้จะนำออกประมูลด้วยส่วนลดสูงถึง 20-30% จากราคาตลาด ขณะที่ทรัพย์ยึดจากหนี้เสียสะสมกว่า 1 ล้านรายการ เสี่ยงลามภาคการเงิน
วันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 12.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าธนาคารชนบทของจีนจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาไม่สามารถขายทรัพย์สินที่ยึดมาจากการผิดนัดชำระหนี้ได้ แม้จะนำออกประมูลด้วยส่วนลดสูงถึง 20-30% จากราคาตลาด สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความรุนแรงของวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของระบบการเงินและเศรษฐกิจจีนโดยรวม
การทบทวนข้อมูลประกาศขายทรัพย์สินจากธนาคารบนแพลตฟอร์ม JD.com Asset Trading Platform ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์ประมูลออนไลน์รายใหญ่ของจีน พบว่าในหลายภูมิภาคที่พัฒนาน้อยและเผชิญการปรับลดลงอย่างรุนแรงของราคาบ้าน มีจำนวนทรัพย์สินที่ธนาคารนำออกขายเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นของธนาคารชนบทท้องถิ่น
นักวิเคราะห์ นายธนาคาร และนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ทรัพย์สินเหล่านี้ถูกตั้งราคาต่ำกว่าตลาดถึง 20-30% สะท้อนการลดมูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเดิมเคยเป็นหลักประกันคุณภาพสูงสำหรับสินเชื่อในเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก แต่กลับถูกปรับมูลค่าลงอย่างหนักจากภาวะราคาบ้านที่ร่วงลงทั่วประเทศ
การเร่งขายทรัพย์สินยึดในราคาต่ำ สะท้อนแรงกดดันที่ธนาคารชนบทขนาดเล็กกำลังเผชิญ ทั้งจากหนี้เสียที่พุ่งขึ้นและเงินกองทุนที่จำกัด ทำให้ต้องรีบตัดขาดทุน
“ราคาต่ำจนน่าตกใจ” หลี่ โหย่วไฉ นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง กล่าว พร้อมระบุว่า ปัจจุบันธนาคารมีทรัพย์สินยึดจำนวนมากล้นตลาด
ตัวอย่างเช่น อพาร์ตเมนต์ขนาด 160 ตารางเมตร ซึ่งสาขาต้าเหลียนของธนาคาร Bank of Jilin นำออกประมูลในราคา 1.35 ล้านหยวน หรือราว 1.9 แสนดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่สามารถขายได้แม้จะเปิดประมูลเป็นรอบที่สอง ทั้งที่ราคาตลาดในขณะนั้นอยู่ที่ราว 2 ล้านหยวน
วิกฤตอสังหาฯ ที่ยืดเยื้อและรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์จีน
ภาวะถดถอยของตลาดอสังหาริมทรัพย์จีนที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2564 ถือเป็นวิกฤตที่ยาวนานและรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นแรงฉุดสำคัญต่อเศรษฐกิจมูลค่า 19 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยยังแทบไม่มีสัญญาณฟื้นตัวในระยะใกล้ ข้อมูลทางการระบุว่าราคาบ้านเฉลี่ยในปี 2568 ปรับลดลงสู่ระดับเดียวกับปี 2561 ขณะที่ยอดขายบ้านใหม่ตามพื้นที่ใช้สอยลดลงราว 50% จากจุดสูงสุด กลับไปอยู่ในระดับปี 2552 บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายแห่ง เช่น Evergrande ล้มละลาย และอีกหลายสิบแห่งผิดนัดชำระหนี้
ผลกระทบดังกล่าวทำให้จำนวนทรัพย์สินที่ธนาคารชนบทยึดและนำออกประมูลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น
- มณฑลกานซู่ ธนาคารนำทรัพย์สินออกขาย 4,292 รายการในปีที่ผ่านมา เพิ่มจาก 2,398 รายการในปี 2567 และเพียง 478 รายการในปี 2566
- มณฑลเสฉวน มีทรัพย์สินถูกนำออกขาย 1,909 รายการในปี 2568 เทียบกับ 370 และ 248 รายการในสองปีก่อนหน้า
- มณฑลจี๋หลิน เพิ่มเป็น 1,696 รายการ จาก 371 รายการในปีก่อน
- มณฑลซานซี เพิ่มเป็น 519 รายการ จาก 457 รายการในปี 2567
ทั่วประเทศ ธนาคารจีนได้สะสมทรัพย์สินจากการผิดนัดชำระหนี้แล้วราว 1.35 ล้านรายการนับตั้งแต่กลางปี 2567 ตามรายงานของ UBS และคาดว่าจำนวนดังกล่าวอาจเพิ่มเป็น 2.43 ล้านรายการภายในปี 2570 จากเพียง 640,000 รายการในปี 2568
คลื่นใหม่ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ
นอกจากภาคอสังหาริมทรัพย์แล้ว ธนาคารจีนยังเผชิญแรงกดดันจากสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กที่ออกในช่วงโควิด-19 ซึ่งกำลังทยอยครบกำหนด โดยลูกหนี้จำนวนมากประสบปัญหารีไฟแนนซ์ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง ทำให้ธนาคารต้องยึดหลักประกันเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์ ระบุว่า นโยบายภาครัฐที่เน้นพยุงแต่ไม่กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ราคาทรัพย์สินยึดมีแนวโน้มไม่ฟื้น ธนาคารจึงเลือกขายเร็วเพื่อลดความเสียหาย ขณะที่ นักวิเคราะห์ของ S&P Global Ratings เตือนว่า หากการขายทรัพย์สินในราคาต่ำกว่าตลาดกลายเป็นวงกว้าง อาจกระทบเสถียรภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์และบีบให้รัฐบาลต้องแทรกแซง
นักวิเคราะห์ของ UBS คาดว่าราคาบ้านในจีนจะยังปรับลดลงต่อ โดยอาจลดลงราว 10% ในปี 2569 และอีก 5% ในปี 2570 จากภาวะอุปทานส่วนเกินที่ยังคงอยู่ในระบบ พร้อมเตือนว่า จีนอาจกำลังเข้าสู่วงจรการจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ระบบธนาคาร
อ้างอิง : www.reuters.com