“ทนายแก้ว”รับจูบสาว18ขอโทษคู่กรณีและครอบครัวน้อมรับเอาผิด
“ทนายแก้ว” ยอมรับ กอด จูบ เด็กสาว 18 ไม่ได้ทำอะไรเกินกว่านี้ ตั้งข้อสังเกต หากเด็กไม่ยอมคงไม่ขึ้นรถมาด้วย หลังเกิดเหตุยังไปกินข้าวกันปกติ ยอมรับเสียใจ ที่เผลอใจทำตัวรุ่มร่าม ขอโทษคู่กรณีและครอบครัวตัวเอง ยอมรับทุกผลที่จะตามมาหลังจากนี้
วันนี้ (23 ม.ค.69) ที่โรงแรมเมธาวลัย เรสซิเดนซ์ นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว แถลงชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำอนาจารเด็กสาววัย 19 ปี ในรถยนต์ โดย ทนายแก้ว เล่าย้อนถึงวันเกิดเหตุคือวันที่ 12 กันยายน 2568 ได้รับเด็กสาววัย 18 ปี มาจากห้างย่านสุขุมวิท และไปทานข้าวที่ร้านอาหารย่านเลียบด่วน และเมื่อถึงที่ร้านอาหาร ยังนั่งอยู่ในรถ ทนายแก้ว ยอมรับว่า ได้เผลอกอด จูบ หอมแก้มน้อง และเสียใจ ที่ทำตัวรุ่มร่าม คิดน้อย ผิดหวังกับตัวเอง ที่ได้ทำไปแบบนั้น พร้อมกันนั้น ทนายแก้ว ได้นำแชทหลักฐาน เอามาให้สื่อมวลชนดู เรื่องบทสนทนา ที่เริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. ทุกแชท เป็นการพูดคุยกัน มีมิตรภาพดีๆระหว่างกัน และยืนยันไม่ได้ลบแชท มีการพูดคุยปกติ
ส่วนเรื่องข้อความ ที่มีการขอโทษเด็กน้อย ทนายแก้ว ให้ข้อมูลว่า ในวันที่ 12 ก.ย. หลังจากที่กินข้าวและแยกกันแล้ว วันรุ่งขึ้น ก็ได้มีการแชทไปพูดคุยสอบถาม แต่เด็กกลับพิมพ์ข้อความ มาในลักษณะนั้น กล่าวหาว่าตนเองหลอกเด็ก ตนเองจึงพิมพ์ไปว่าขอโทษ ทนายแก้วยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในรถไม่ได้เกินเลยจากที่เล่า และไม่ตรงกับข้อมูลที่ถูกกล่าวหา แค่บอกให้เห็นว่าสิ่งที่ขอโทษ คือไปกอด ไปหอม ยอมรับว่าทำจริงๆ แต่ไม่ได้ทำเกินเลยไปกว่าที่ตนเองพูด และข้อความที่ทำให้ตนเองกลัวคือคำว่า รับคำขอโทษเป็นเงินสด มันเป็นคำที่น่ากลัวสำหรับตนเอง จากนั้น ก็ไม่ได้คุยกันอีก
จนกระทั่ง ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ก็กลับมาพูดคุยกันเรื่องการตัดคลิป โปรโมตร้าน พร้อมตั้งข้อสังเกต ตรงจุดนี้ว่า ถ้าผมทำไม่ดีขนาดนั้น เขาต้องบล็อกผมไปแล้ว ทำไมยังพูดคุยกับตนเอง จากนั้น วันที่ 26 ธ.ค.2568 พี่หนุ่ม กรรชัย ได้รับรู้เรื่องราวจากเบนซ์ อาปาเช่ และได้โทรไปคุยกับ พ่อของเด็ก ซึ่งในคลิป จำไม่ได้ว่าคุยอะไรและบอกว่าจะนัดให้คุยกันเพื่อขอโทษ
นอกจากนี้ พ่อของเด็ก ยังส่งเรื่องไปคุยกับ คุณแจง ภรรยา คุณแจ๊ส และ อาจารย์จตุรงค์ และเบนซ์ อาปาเช่ ทนายแก้ว ตั้งข้อสังเกตว่า คนเป็นพ่อถ้ามีเรื่องแบบนี้ เกิดขึ้นกับลูกสาวทำไมยังไม่ได้ไปแจ้งความ ทำไมต้องส่งเรื่องไป
คุยกับคนอื่น และมีการโพสต์ข้อความ ทำให้ตนเองตกใจ หลังจากที่พ่อเด็กโพสต์ ด้วยความกระวนกระวายใจ ตนเองโทรไปหาพ่อของน้อง ตอนนั้นไม่รู้จะทำอย่างไร จึงมีการอ้างชื่อ พี่หนุ่มกรรชัย ด้วยอยากให้สถานการณ์คลี่คลายลง ตรงนี้ต้องขอโทษที่หนุ่มกรรชัย ด้วย หลังจากนั้น พยายามติดต่อพ่อของน้อง ว่าอยากจะเจอ อยากจะขอโทษ มีการโทรไปเขาไม่รับ ส่งข้อความทางไลน์ไปเขาก็ไม่อ่านไลน์
ทนายแก้ว บอกอีกว่า จากนั้นจึงตัดสินใจ คือ คุยกับแจง เพราะเขาช่าร่วมตึกกับพ่อของที่สยามแสควร์ ว่า ขอให้ช่วย คุยให้ แจงบอกไม่อยากยุ่ง ตนก็ขอร้อง จนแจง เลยโทรไปหาพ่อของน้อง ที่อาจจะคุยด้วยอารมณ์ว่า ถ้าไม่มีสิบล้านไม่ต้องมาคุย แจงโทรกลับมาหาผมและบอกข้อความแบบนั้น ผมจึงเสนอไปว่า ขอให้แค่ 1 ล้าน เพื่อให้เรื่องมันจบและเงียบ เพราะตนเองอาย สังคมและครอบครัวหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผย
แต่ในช่วงระหว่างที่รอการเจรจาว่าตัวเลขจะจบที่เท่าไหร่ ตนเสียใจที่ทำร้ายครอบครัว ผมอยากให้เรื่องมันจบ อยากรักษาชื่อเสียง ยอมรับว่าเสนอไปจริงๆ ตนเอง แต่ช่วงนั้นแจงไปเที่ยวต่างประเทศ ตนเองก็กระวนกระวายใจ แต่ก็ต้องไปทำงานปกติ ไปอัดรายการโหนกระแส พอเขาเห็นผม ก็มาโพสต์ว่า ในทำนองว่า ทำตัวร่าเริง ผมเสียใจ เขาเอารูปในโหนกระแส มาโพสต์ในเฟซบุ๊กของเขา ตนเองกลัวกระวนกระวาย พยายามติดต่อผ่านคนกลาง ติดต่อผ่าน อาจารย์จตุรงค์ ช่วยเป็นคนกลางประสานงานขอเจอเพื่ออยากให้เรื่องมันจบ เพราะตอนนั้นพ่อของน้องพยายามโพสต์ให้ตนเองปั่นป่วน
หลังจากมีการประสานกับคนกลาง จนกระทั่งวันที่ 12 มกราคม 2569 ก็ได้เจอกันครบ ทั้งพ่อน้อง ทนายความ ของฝั่งนั้น อ.จตุรงค์ โดยทนายและ อ.จตุรงค์ พยายามให้พูดคุยด้วยบรรยากาศที่ละลายความรู้สึก ตนเองได้ขอโทษที่รุ่มร่าม คิดน้อย ขาดสติ และมีการเสนอไปว่าจะจ่ายที่ 2.5 ล้าน เพื่ออยากให้เรื่องจบเพราะผมอาย ผมรอ แต่การเจรจาก็ยังไม่ได้ข้อสรุป หลังจากนั้น เขาก็พยายามโพสต์รูปของตนเอง
และยังนำภาพของลูกสาวตนเองไปโพสต์แขวนในเฟซบุ๊กของเขาด้วย จนสุดท้าย พ่อของน้อง ส่งเรื่องราวไปให้เพจช่องหนึ่ง จนเป็นเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้หลังจากนั้น จึงถือโอกาส มาอธิบาย ให้สื่อฟัง
ทนายแก้ว ยังบอกอีกว่า ตนเองขอโทษครอบครัว เล่าเรื่องนี้ ให้ครอบครัวฟัง และยืนยันไม่ได้หลบหนี ไปไหน ยอมรับทำตัวไม่น่ารัก ที่แอบไปคุย แต่หลายๆอย่างๆ ไม่ได้เป็นแบบนั้น เวลาผ่านมาเจตนาฝั่งโน้นคืออะไร ไม่ทราบ แต่ม่ใช่เอารูปของลูกตนเองมาแขวนแบบนี้
ทนายแก้ว ตั้งข้อสังเกตว่า การพูดคุยกับน้อง คิดว่ามีมิตรภาพดีๆเกิดขึ้น และน้องยอมนั่งรถมาด้วย เมื่อมาถึงร้านหลังจากที่ตนเองหอมแก้มแล้ว ถ้าน้องไม่พอใจ ก็ตบ ข่วน หนีลงจากรถ แล้วไปแจ้งพนักงานหรือไปแจ้งตำรวจได้เลย แต่ทำไมยังนั่งรถไปกันต่อจนแยกกัน พร้อมย้ำว่า คนเป็นพ่อถ้ารู้ว่าเกิดเรื่องนี้กับลูกสาว ทำไมไม่แจ้งความตั้งแต่ตอนนั้น ทำไมปล่อยให้ช่วงเวลาผ่านมานานถึง 4 เดือน และโพสต์แขวะเรื่องการทำงาน ของตนเอง เล่นสงครามประสาท ตนเองเป็นคนจิตอ่อน ยอมรับว่ากลัวและตกใจเพราะไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้จริงๆ
ทนายแก้ว ย้ำว่า ที่เล่ามา ทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง ใครจะเอ๊ะ หรือจะยังไง แต่ไม่อยากให้ไปทำร้ายอีกฝั่ง ไม่อยากทำร้ายใคร อันที่จริงตนเองไม่พร้อมที่จะแถลงข่าว แต่เรื่องมันดังไปแล้ว ก็อยากจะพิสูจน์ ว่ามันไม่ได้เป็นไปตามนั้นจริงๆ
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงท่านอัยการ ทนายแก้วอธิบายว่า ได้ไปทำคดีและรู้จักกับน้องอัยการท่านหนึ่ง ตอนนั้นตนเองไม่มีทางออก จึงขอให้ท่านช่วยเป็นคนกลางโทรศัพท์ไปพูดคุยเพื่ออยากให้ดึงสติ อย่าเอาอารมณ์นำท่านอัยการก็โทรไป สุดท้ายเขาก็เย็นลงนิดนึง ก็เป็นสิทธิ์ ของตัวพ่อเขา ที่จะตัดสินใจอย่างไร่
ทนายแก้ว กล่าวย้ำในช่วงท้ายว่า ขอโทษน้องคู่กรณีกับทางครอบครัวของเขา ทุกอย่างผิดที่ตนเอง แอบเผลอใจ แอบทำตัวไม่น่านัก ตนเองพลาดไปแล้วจริงๆ เสียใจที่คิดน้อยไป พร้อมกับยกมือไหว้ก้มขอโทษ ก่อนจบการแถลงข่าว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews