โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (166)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 02.32 น.

บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

33 ปี ชีวิตสีกากี

พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (166)

ถูกจับตา ‘เด็กนาย’-มี ‘ฝีมือ’ ไหม

หลังจากสำนวนการสอบสวนทยอยมากองบนโต๊ะทำงานของผม ผมต้องใช้เวลาอ่านสำนวนการสอบสวนตั้งแต่เช้า ผ่านไปจนดึกดื่น บางครั้งถึงเที่ยงคืนหรือล่วงเลยเวลาไปจนเกือบตี 1 จนเป็นปกติ เพราะผมต้องตรวจว่าเหตุใดจึงมีปัญหาล่าช้า และอ่านอย่างละเอียด อ่านจบก็สั่งการไปแต่ละคดี

บางคนก็หมักหมมสะสมสำนวนการสอบสวนอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมทำให้เสร็จเสียที คดีที่ไม่รู้ตัวผู้กระทำผิดหลายคดี มีแค่กระดาษ 4-5 แผ่น

พนักงานสอบสวนที่มีคดีคั่งค้างอยู่ในมือมากๆ แทนที่จะขยัน เอาเวลาว่างเร่งทำสำนวนให้เสร็จ กลับทำตัวชิลๆ ไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่สนสี่สนแปด ยังมาพูดกับผมเสียอีกว่า “พี่ผมไปเที่ยวทะเลมา เหมือนไปสวรรค์เลย”

ผมคิดในใจว่า “มึงทำไมไปสวรรค์บ่อยจังวะ แล้วทิ้งนรกไว้ให้คนอื่น”

ผมไม่เคยคิดที่จะทำโทษพนักงานสอบสวน ซึ่งผมสามารถทำได้ด้วยการเสนอตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยเพื่อลงโทษฐานเกียจคร้าน ผมเคยถูกตั้งกรรมการสอบสวนมาก่อนจึงเข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างไร ทั้งท้อแท้ ทั้งหมดกำลังใจ ผมจึงเลี่ยงไปใช้วิธีการอื่น ใช้การพูดคุยหรือสั่งการไว้ในบันทึกการตรวจสำนวนเพียงเท่านั้น

แต่ในที่สุดก็ขว้างงูไม่พ้นคอ ภายหลังตัวผมเองก็กลับถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร่วมกับพนักงานสอบสวนอีกหลายครั้ง เพราะเหตุสำนวนล่าช้านี่แหละ

เข้าทำนอง “เอ็นดูเขาเอ็นเราก็ขาด”

ผมมีความตั้งใจทำงานมาก เหมือนกับทุกแห่งที่ผ่านมา ไม่ต้องการให้ พล.ต.ท.วรรณรัตน์ คชรักษ์ ผบช.ภ.8 ที่คัดเลือกและชวนผมให้มาทำหน้าที่ ที่ภาค 8 ต้องผิดหวัง

ทั้งที่ในความเป็นจริง ผมก็ไม่ได้เป็นศิษย์ก้นกุฏิมาก่อน การทุ่มเทอย่างตรากตรำหามรุ่งหามค่ำ เพราะไม่ต้องการให้โรงพักมีสำนวนการสอบสวนล่าช้า ไม่ให้ใครดองสำนวนเอาไว้ ซึ่งมีแต่จะทำให้เสียหาย ทำให้คนกระทำผิดยังไม่ได้รับการลงโทษเสียที คดีที่ประชาชนเฝ้ารอก็ไม่มีความคืบหน้า กระทบเป็นลูกโซ่ จนทำให้การควบคุมอาชญากรรมล้มเหลว ไม่มีใครมีความสุข รวมทั้งตัวพนักงานสอบสวนเอง

ดังนั้น ผมจึงยอมอุทิศเวลาให้กับงานอย่างเต็มที่ จนต้องเลิกวิ่งออกกำลังกายที่เคยปฏิบัติเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้ออกไปวิ่งนานนับปีและไม่ได้ไปไหนเลย หมกมุ่นอยู่กับงาน แทบจะไม่รู้ว่า ภูเก็ตมีแหล่งท่องเที่ยวที่ไหนบ้าง

จนลืมไปเลยว่า ภูเก็ตมีชายหาดสวยงาม มีน้ำทะเลสีครามสดใส มีป่าตองยามค่ำคืนเป็นแหล่งบันเทิงที่คึกคักสุดเหวี่ยงและคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวฝรั่งผมสีทอง

มาอยู่ใหม่ๆ ตำรวจภูเก็ตหลายคนมองผมว่า ย้ายมาอยู่ภูเก็ตได้เพราะผมเป็นเด็กเส้น เป็นเด็กนาย อยากจะรู้ว่าผมมีฝีมือแค่ไหน และคอยจับจ้องดูการทำงาน

จนมีการพูดปรามาส สบประมาทผม และมองว่ามาจากบ้านป่า เมืองที่ไม่ศิวิไลซ์

วันนั้นผมไปร่วม ถปภ.หรือถวายความปลอดภัย ที่โรงแรมภูเก็ตอาคาเดีย ต.กะรน อ.เมือง ซึ่งเป็นโรงแรมที่ใหญ่โต ติดชายหาดและมีชื่อเสียงของภูเก็ตในเวลานั้น

“เห้ยปวีณ ที่สิงหนครมีโรงแรมแบบนี้หรือเปล่าวะ” เป็นหนึ่งในผู้บังคับบัญชาที่มียศ “พันตำรวจเอก” และทำงานอยู่ที่ ภ.จว.ภูเก็ตพูดกับผมแบบนั้น

ชีวิตนายตำรวจหลายคนมีเส้นทางการรับราชการอยู่ที่ภูเก็ตแห่งเดียวเท่านั้น อยู่อย่างยาวนานติดต่อกันตั้งแต่จบการศึกษาและเริ่มรับราชการ ไม่เคยย้ายออกนอกเกาะภูเก็ตจนตำแหน่งสูงขึ้น

ส่วนผมเหมือนคนนอกที่ข้ามห้วยมา เป็นพวกคนแปลกหน้าแทรกเข้ามา

ในวาระนั้น นอกจากผมจะย้ายจาก อ.สิงหนคร จ.สงขลา แล้ว ยังมีพวกมาจากนอกเกาะอีก คือ พ.ต.อ.เดชา บุตรน้ำเพชร มารับตำแหน่งใหม่เป็น ผกก.สภ.ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต เป็น นรต.รุ่น 35 เหมือนผม และ พ.ต.ท.สมาน ชัยณรงค์ รอง ผกก.(อก.) สภ.อ.เมืองภูเก็ต ย้ายมาจาก จ.สมุทรสาคร

ระยะแรกๆ เมื่อมาอยู่ที่เกาะภูเก็ต พ.ต.อ.เดชา บุตรน้ำเพชร ก็ถูกนักการเมืองท้องถิ่นนำชาวบ้านมาล้อมโรงพักฉลอง และได้เรียกผม กับ พ.ต.ท.สมาน ซึ่งเป็น นรต.รุ่น 33 ขอให้ไปช่วย ผมกับ พ.ต.ท.สมานยังไม่ชำนาญทาง กว่าจะไปถึงโรงพักฉลอง คลำอยู่นาน เพราะขับรถหลงทางไปไกล ยังไม่รู้จักเส้นทาง เป็นคนใหม่ทั้งคู่

ผมยังแก้ปมปัญหางานสอบสวนต่อไป โดยทำหนังสือถึงนายตำรวจ ดังนี้

“วันที่ 28 เมษายน 2541

สวส.ฯ, รอง สวส.สภ.อ.เมืองภูเก็ต ทุกนาย

ให้ สวส.ฯ, รอง สวส.สภ.อ.เมืองภูเก็ต ทุกนาย นำสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนการสอบสวนที่พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ต สั่งสอบสวนเพิ่มเติมของ ร.ต.อ.ขจร ยิ่งดำนุ่น มอบให้ข้าฯ ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2541 เพื่อจะได้ดำเนินการต่อไป

ให้ถือปฏิบัติตามบันทึกสั่งนี้อย่างเคร่งครัด

พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์

รอง ผกก.(สส.) สภ.อ.เมืองภูเก็ต”

วันที่ 22 พฤษภาคม 2541 นายลิขิต รักนิ่ม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ถนนพังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต มา สภ.แจ้งว่า ได้รับมอบอำนาจจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยนายกฤป โรจนเสถียร ให้มาร้องทุกข์มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีอาญากับนายศรัฒวัชร์ ตั้งสถาพร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ซอย 59 (การเคหะ) แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันฉ้อโกง ปลอมและใช้เอกสารสิทธิปลอม

เมื่อระหว่างวันที่ 6 มกราคม 2541 ถึงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2541 นายศรัฒวัชร์ได้ฉ้อโกงธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต โดยนำเซลสลิปของธนาคาร ซึ่งผู้ถือบัตรเครดิตได้ใช้ซื้อสินค้าไปแก้ไขตัวเลขค่าสินค้าให้มากขึ้นกว่าราคาสินค้าจริงที่ลูกค้าได้ใช้บัตรซื้อสินค้า และเซลสลิปบางรายการ ผู้ถือบัตรก็ไม่ได้ใช้บัตรซื้อสินค้า ตามที่นายศรัฒวัชร์นำเซลสลิปดังกล่าวไปรับเงินกับทางธนาคาร เป็นเหตุให้ทางธนาคารได้รับความเสียหาย เป็นเงินทั้งสิ้น 1,025,511.30 บาท

ผู้แจ้งได้มอบเอกสารให้พนักงานสอบสวนเป็นหลักฐานจำนวนมาก

พ.ต.ต.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตร สวส.ฯ พนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งไว้แล้วและรับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 989/2541

เป็นคดีที่มีเอกสารร้องเรียนจากต่างประเทศจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ใหญ่โตมากเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยต้องมาเจอกลโกงจากเจ้าของร้านจิวเวลรี่ ที่ป่าตอง ภูเก็ต มีทั้งการฉ้อโกงและปลอมเอกสาร ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับการท่องเที่ยวของไทย

ผมจึงต้องสนใจอ่านอย่างละเอียดและติดตามคดีนี้ขึ้นมาทันที

วันที่ 28 พฤษภาคม 2541 ผมได้รับบันทึกข้อความจาก สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ ด่วนที่สุด ที่ 0120(ส)/2571 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2541

เรื่อง ขอส่งประเด็นมาทำการสอบสวน มีข้อความดังนี้

เรียน ผกก.สภ.อ.เมืองภูเก็ต

ด้วยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 นางพรรณี มิตรสุวรรณ ได้มาร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับนายศรัฒวัชร์ ตั้งสถาพร ในข้อหา ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามคดีอาญาที่ 904/2541 ปจว.ข้อ 5(1) มี พ.ต.ต.ชัชพล องค์ศิริพร พงส.(สบ2) สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ เป็นพนักงานสอบสวน จากการสอบสวนมีความจำเป็นต้องทำการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาภูเก็ต เป็นพยานในคดี จึงขอส่งประเด็นมาเพื่อทำการสอบสวนดังนี้

1. เช็คของกลาง หมายเลข 1808213 เป็นของธนาคารหรือไม่ ออกให้กับผู้ใด ภูมิลำเนาของเจ้าของบัญชีอยู่ที่ใด เปิดบัญชีเมื่อใด และจำนวนเงินที่ขอเปิดบัญชีเท่าใด ประเภทใด

2. ใครมีอำนาจสั่งจ่ายเช็ค และลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายตรงกับลายมือชื่อตัวอย่างที่ให้ไว้กับทางธนาคารหรือไม่ ขอหลักฐานเกี่ยวกับการขอเปิดบัญชี รวมทั้งสเตตเมนต์เดือน มีนาคม – เมษายน 2541

3. ใบคืนเช็คเป็นของทางธนาคารหรือไม่ และปฏิเสธการจ่ายเงินเนื่องจากเหตุใด

4. บัญชีของผู้สั่งจ่ายปิดแล้ว1หรือไม่ เมื่อใด

5. ผู้สั่งจ่ายมีข้อสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีหรือไม่

6. วันที่ 27 มีนาคม 2541 เงินในบัญชีของผู้สั่งจ่ายมีเท่าใด

7. วันที่ 3 เมษายน 2541 ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น เงินในบัญชีมีเท่าใด

8. ธนาคารตั้งอยู่ที่ใด

จึงเรียนมาเพื่อขอโปรดได้จัดพนักงานสอบสวนในปกครองดำเนินการสอบสวนพยานตามประเด็นข้างต้น ผลเป็นประการใดขอโปรดส่งไปยัง สภ.อ.เมืองเชียงใหม่ ต่อไป พร้อมได้แนบเอกสารเช็คและใบคืนเช็ค (สำเนา) มาประกอบการสอบสวนด้วยแล้ว

อนึ่ง ผู้ต้องหาได้ถูกจับกุมตัวตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2541 แล้ว อยู่ระหว่างการผัดฟ้องต่อศาลแขวงเชียงใหม่

(ลงชื่อ) พ.ต.อ.บรรฑป สุคนธมาน

ผกก.สภ.อ.เมืองเชียงใหม่

ผมจึงได้สั่งการให้ร้อยเวรสอบสวนคดีอาญาที่เข้าเวรวันนี้ (28 พฤษภาคม 2541) เวลา 15.50 น. ดำเนินการ

และเริ่มรู้แล้วว่า ผู้ต้องหาคนนี้กระทำผิดหลายท้องที่และมีหลักฐานการดำเนินคดีเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (166)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...