โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TOA ลุยหนักวัสดุก่อสร้าง วางเกมเพิ่มประสิทธิภาพ

ทันหุ้น

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 19.30 น.

#TOA #ทันหุ้น – TOA ประเมินไตรมาส 1/2569 ต้นทุนยังไม่ได้รับผลลบจากน้ำมันแพง ชี้ยังมีสต๊อก 20 วัน ตั้งเกมรัดกุมเพิ่มประสิทธิภาพผลิต คุมรายจ่าย และเพิ่มฐานรายได้สินค้าที่ไม่ใช่สี เผยงบลงทุนปีนี้ 750 ล้านบาท เน้นขยายโรงงานยิปซัมและโรงงานเคมีภัณฑ์ ทั้งปี 2569 วางเป้ารายได้ขยายตัว 5% ต่างประเทศยังสดใส

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เปิดเผยว่า ภาพรวมในปี 2569 ของบริษัทถือว่ามีความพร้อมด้านการเงินและกำลังการผลิตที่จะขยายตัวไปสู่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างครบวงจรมากขึ้น พร้อมกับการยกระดับประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี Automation และมุ่งสู่เป้าหมายการเติบโตยั่งยืน สานต่อความสำเร็จผลประกอบการปีที่ผ่านมาซึ่งมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ภายใต้อัตรากำไรขั้นต้นได้ถึง 40.4% ในไตรมาส 4/2568 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่แตะระดับนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

@รับมือน้ำมันแพง

อย่างไรก็ตามในปีนี้ที่สถานการณ์ปัจจัยแวดล้อมมีความผันผวนรุนแรง โดยเฉพาะราคาพลังงานน้ำมันและวัตถุดิบปิโตรเคมี โดยผลิตภัณฑ์ของ TOA เป็นผลพลอยได้(By-Product) จากปิโตรเคมี ดังนั้นความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันจึงมีผลกระทบความสามารถทำกำไร ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน เนื่องจากซัพพลายเออร์ต้นน้ำบางรายมีการหยุดหน่วยการผลิต ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งมอบวัตถุดิบในอนาคต

และจากความคืบหน้าสถานการณ์ราคาน้ำมันขณะนี้ เบื้องต้นคาดว่าอาจส่งผลต่อต้นทุนตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เป็นต้นไป ส่วนในตอนนี้ยังไม่เกิดผลกระทบเชิงลบขึ้น ปัจจุบันบริษัทรักษาระดับสต็อกวัตถุดิบไว้ที่ประมาณ 20 วัน พร้อมกับดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลงทุนในระบบ Automation เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและควบคุมต้นทุนในระยะยาว มีการติดตั้งSolar Rooftop ลดต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้า รวมถึงมีนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายพยุงอัตรากำไรในภาวะที่ต้นทุนอื่นผันผวน ขณะที่ในอีกแง่หนึ่งการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมีส่วนเชิงบวกช่วยในเรื่องของต้นทุนในบางส่วนด้วย

นอกเหนือจากการดูแลต้นทุน บริษัทยังเพิ่้มศักยภาพสร้างกำไรด้วยการเพิ่มฐานรายได้ผ่าน กลยุทธ์ More Than Paint ขยายโอกาสทำตลาดสินค้ากลุ่มใหม่ เช่น ยิปซัม, กระเบื้อง, ปูนกาว และเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง รวมถึงร่วมมือกับแบรนด์ JOMOO การเปิดตัวShowroom สุขภัณฑ์อัจฉริยะตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพและสังคมผู้สูงอายุ

@ย้ำแผนลงทุน

งบลงทุนปี 2569 บริษัทตั้งงบประมาณการลงทุนไว้ที่ 750 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่ใช้ไป 658 ล้านบาท จำแนกจัดสรรงบลงทุนหลักกว่า 30% สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ เช่น การขยายโรงงานยิปซั่มและโรงงานเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง รองลงมาสำหรับระบบ Automation ปรับปรุงเครื่องจักรในโรงงานสำโรงและบางนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และงบอีกส่วนเพื่อความปลอดภัยและความยั่งยืน รวมถึงการติดตั้ง Solar Rooftop ดูแลสิ่งแวดล้อม

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมปีนี้ขยายตัว 5% เทียบจากปีก่อนไปอยู่ที่มากกว่า 22,800 ล้านบาท แม้ว่าที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งกลุ่มบ้านจัดสรรและอาคารสูงมีการชะลอตัวลงส่งผลให้ยอดขายในประเทศไทยลดลงเล็กน้อย ทว่าแนวโน้มยอดขายต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศCLMV กำลังที่ดีขึ้นหลังจากมีการปรับทีมบริหารและมีการวางแผนสินค้าที่มีประสิทธิภาพดี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...