“ญี่ปุ่น” เตือน “สหรัฐ” ปมภาษีใหม่ต้องไม่กระทบดีล 550,000 ล้านดอลลาร์
"ญี่ปุ่น" เตือน "สหรัฐ" ก่อนมาตรการภาษีรอบใหม่มีผล ย้ำญี่ปุ่นต้องไม่เสียเงื่อนไขเหนือข้อตกลงลงทุน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ที่แลกกับการลดภาษีรถยนต์
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.09 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Ryosei Akazawa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าญี่ปุ่น เตือนว่า ญี่ปุ่นไม่ควรถูกปฏิบัติในเงื่อนไขที่แย่กว่าเดิมภายใต้มาตรการภาษีของสหรัฐ เมื่อเทียบกับข้อตกลงการค้าญี่ปุ่น-สหรัฐที่บรรลุร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว ระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับนาย Howard Lutnick รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ก่อนที่มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้
กระทรวงการค้าญี่ปุ่น ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินโครงการต่าง ๆ ภายใต้กลไกการลงทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นไปอย่างรวดเร็วและราบรื่น โดยการสนทนาใช้เวลาราว 40 นาทีในช่วงเย็นวันจันทร์
แถลงการณ์ระบุว่านายอาคาซาวะได้ย้ำจุดยืนว่า เมื่อรัฐบาลสหรัฐเดินหน้ามาตรการภาษีใหม่ ญี่ปุ่นควรได้รับการปฏิบัติไม่ด้อยไปกว่าภายใต้ข้อตกลงญี่ปุ่น-สหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ญี่ปุ่นตกลงจัดตั้งกองทุนการลงทุนมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่สหรัฐลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากญี่ปุ่นลงเหลือ 15% จากเดิม 27.5%
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า ความสับสนเกี่ยวกับนโยบายการค้าของสหรัฐยังคงดำรงอยู่ แม้จะผ่านมานานเกือบหนึ่งปี นับตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เริ่มส่งสัญญาณขู่ขึ้นภาษีหลากหลายระดับ หลังเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2568 โดยล่าสุด ภายหลังศาลฎีกาสหรัฐตัดสินว่าภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ของทรัมป์ขัดต่อกฎหมาย รัฐบาลสหรัฐประกาศจะเริ่มเก็บภาษีในอัตรา 10% ตั้งแต่เช้าวันอังคารนี้ และทรัมป์ยังขู่เพิ่มอัตราเป็น 15% ในลำดับถัดไป
อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์มองว่า ในทางปฏิบัติ สินค้าญี่ปุ่นส่วนใหญ่ถูกเก็บภาษีในอัตรา 15% อยู่แล้ว จึงไม่น่าทำให้ญี่ปุ่นเผชิญเงื่อนไขที่เลวร้ายลงจากเดิมมากนัก
โครงการลงทุนระยะแรกภายใต้กลไกดังกล่าว ซึ่งทรัมป์เพิ่งประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครอบคลุมโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล (data infrastructure), ท่าเรือน้ำลึกสำหรับขนส่งน้ำมัน และโรงงานผลิตเพชรสังเคราะห์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยทั้งหมดตั้งอยู่ในสหรัฐ
แถลงการณ์ย้ำว่าทั้งสองฝ่ายยืนยันจะเดินหน้าดำเนินข้อตกลงการค้าที่ตกลงกันไว้ด้วยความสุจริตใจและโดยเร็ว
ขณะเดียวกัน Itsunori Onodera อดีตรัฐมนตรีกลาโหม และประธานคณะวิจัยด้านภาษีของพรรครัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวผ่านรายการถ่ายทอดสดของ Fuji Television ว่า สถานการณ์ภาษีของสหรัฐในขณะนี้ถือเป็นความยุ่งเหยิงอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธแนวคิดที่ญี่ปุ่นจะขอเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ โดยชี้ว่า หัวใจของการเจรจาเมื่อปีที่แล้วคือการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของญี่ปุ่น และเป็นแหล่งสร้างการจ้างงานและการลงทุนจำนวนมาก พร้อมเตือนว่า หากการเจรจาใหม่กระทบประเด็นรถยนต์ จะยิ่งสร้างความเสี่ยงมากขึ้น และหากจำเป็นต้องเจรจาใหม่จริง ๆ ก็ต้องทำอย่างรอบคอบและละเอียดถี่ถ้วน
อ้างอิง : www.bloomberg.com