ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิ 'ก้องเกียรติ' ผู้สมัครส.ส. เขต 7 กล้าธรรม เหตุต้องคดีอาญาปี 42
ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัครส.ส. เขต 7 กล้าธรรม เหตุต้องคดีอาญาปี 42
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำวินิจฉัยคดีดำที่ ลต.สขข. 16/2569 แดงที่ ลต.สขข.20/2569 กรณีคณะกรรมการเลือกตั้งถอนชื่อ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม ออกจากการประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จากเหตุที่นายก้องเกียรติ เคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ คดีถึงที่สุด นายก้องเกียรติจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42 (12)
คำวินิจฉัยสรุปความได้ว่า ผู้ร้องคือ นายก้องเกียรติ ยื่นคำร้องอุทธรณ์ว่า คำวินิจฉัยของผู้ตัดค้าน คือ กกต.ไม่ถูกต้อง และอ้างว่าผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 64/2552 ของศาลนครศรีธรรมราช ในความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืนเพียงเท่านั้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 3673/2542 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี และขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของ กกต. และให้เพิ่มชื่อผู้ร้อง นายก้องเกียรติเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 7 จ.นครศรีธรรมราช
ผู้คัคค้าน หรือ กกต.ยื่นค้านว่า ผู้ร้องหรือนายก้องเกียรติไม่มีสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.โดยยืนยันตามคำพิพากษาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 3673/2542 ในความผิดฐานลักทรัพย์ และคดีถึงที่สุด คำวินิจฉัยของผู้คัดค้านชอบด้วยกฎหมายแล้วขอให้ศาลยกคำร้องของนายก้องเกียรติ
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า นายก้องเกียรติเป็นบุคคลมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารประกอบคำร้องและคำคัดค้าน และทางไต่สวนพยานผู้ร้องและผู้คัดค้าน ได้ความจากสถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี พบว่า มีการดำเนินคดีอาญาที่ 1462/2542 แก่นายก้องเกียรติ ผู้ต้องหาความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน นายก้องเกียรติเป็นผู้กระทำความผิดเพียงคนเดียว มีความเห็นสั่งฟ้องส่งให้อัยการไปพิจารณา ต่อมานายก้องเกียรติต้องคำพิพากษาถึงที่สุด
“พยานหลักฐานของผู้ร้องหรือนายก้องเกียรติ ไม่สามารถบ่งชี้ได้ว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิดกับผู้ร้อง คงปรากฏแต่เพียงชื่อผู้ร้องเป็นจำเลยผู้เดียว ข้ออ้างขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำพิพากษาของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง พยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านหรือ กกต.อ้างส่งฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลสุราษฎร์ธานี”
ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า นายก้องเกียรตจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และ พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 42 (12) กกต.มีคำวินิจฉัยให้เพิกถอนชื่อนายก้องเกียรติออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเขต 7 จ.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม นั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลฎีกาฯ มีคำวินิจฉัย ทำให้นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ไม่มีคุณสมบัติทันที ดังนั้นการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หากผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเลือกนายก้องเกียรติ บัตรลงคะแนนดังกล่าวจะกลายเป็นบัตรเสีย รวมทั้งวันเลือกตั้ง วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ หากมีผู้ลงคะแนนให้นายก้องเกียรติ จะกลายเป็นบัตรเสียเช่นเดียวกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลฎีกา สั่งเพิกถอนสิทธิ ‘ก้องเกียรติ’ ผู้สมัครส.ส. เขต 7 กล้าธรรม เหตุต้องคดีอาญาปี 42
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th