"กัมพูชา" ลั่น ล้างบางสแกมเมอร์ก่อนปีใหม่เขมร สั่งปราบอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งประเทศ ขีดเส้นตาย เม.ย.นี้
"กัมพูชา" ลั่น ล้างบางสแกมเมอร์ก่อนปีใหม่เขมร สั่งปราบอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งประเทศ ขีดเส้นตาย เม.ย.นี้
วันที่ 5 ก.พ. 2569 ชู บุน เอ็ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา และรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ (NCCT) เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อ Khmer Times ว่า รัฐบาลกัมพูชาตั้งเป้ากวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมดในประเทศให้แล้วเสร็จก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่เขมร หรือ “โจลชนัมทเมย” ระหว่างวันที่ 14–16 เมษายน 2569
บุน เอ็ง ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายครั้งใหญ่ทั่วประเทศ และจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดกลโกงออนไลน์ทุกรูปแบบก่อนถึงวันหยุดสำคัญดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่า ทุกหน่วยงานและองค์กร รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด จะต้องทำงานอย่างหนักยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เหลือกลุ่มอาชญากรรมใดหลงเหลืออยู่ในกัมพูชา
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหน่วยงานบริหารส่วนภูมิภาคทั่วประเทศมีหน้าที่ต้องรายงานอาชญากรรมสมัยใหม่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของราชอาณาจักรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กัมพูชายังได้นำบทเรียนจากประสบการณ์ก่อนหน้า มาพัฒนาทักษะด้านการติดตามและสืบสวน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น
“ในอดีต เรามักสืบสวนเป็นรายคดี ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้ แต่ขณะนี้ เรากำลังมุ่งจัดการกับเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยมีทั้งประสบการณ์ กำลังคน และทรัพยากรที่พร้อมสำหรับการปราบปรามทั่วประเทศ” บุน เอ็ง กล่าว
รัฐบาลกัมพูชายังเร่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์กรพันธมิตรในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและรายงานความเคลื่อนไหวของขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งช่วยให้หลายประเทศเพิ่มความพยายามในการเนรเทศผู้ต้องหาและช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นพลเมืองของตน
บุน เอ็ง ระบุว่า แม้จะยังมีผู้ต้องสงสัยบางส่วนหลบหนีอยู่ แต่ด้วยการรายงานข่าวและการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวจะไม่สามารถหลบซ่อนได้นาน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนชาวกัมพูชาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยแจ้งเบาะแสหรือกิจกรรมที่น่าสงสัยในชุมชนของตน
เธอย้ำว่า ทุกข้อมูลที่ได้รับแจ้งจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียด และหากพบความเชื่อมโยงกับการฉ้อโกง จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยชี้ว่าความสำเร็จของการปราบปรามจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ ปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมตั้งแต่การหลอกลวงด้านการลงทุน โรแมนซ์สแกม การเสนองานปลอม การฟิชชิง ไปจนถึงแผนการที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล โดยใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันส่งข้อความ และตลาดออนไลน์เป็นเครื่องมือหลักในการหลอกลวงทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติ
แม้รัฐบาลกัมพูชาจะปฏิเสธรายงานบางส่วนที่มองว่าปัญหาถูกกล่าวเกินจริง แต่ก็ยอมรับถึงความรุนแรงของสถานการณ์ และได้เพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 มีการบุกตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย 118 แห่งทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาได้ 4,983 คน จาก 23 สัญชาติ
ขณะที่ในปี 2026 ทางการกัมพูชายังได้จับกุมและเนรเทศ เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยระดับแกนนำของเครือข่ายสแกมเมอร์ นอกจากนี้ ปฏิบัติการล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม ในเมืองบาเวต จังหวัดสวายเรียง ยังส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติได้มากถึง 2,044 คน