โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"กัมพูชา" ลั่น ล้างบางสแกมเมอร์ก่อนปีใหม่เขมร สั่งปราบอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งประเทศ ขีดเส้นตาย เม.ย.นี้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 07.22 น.

"กัมพูชา" ลั่น ล้างบางสแกมเมอร์ก่อนปีใหม่เขมร สั่งปราบอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งประเทศ ขีดเส้นตาย เม.ย.นี้

วันที่ 5 ก.พ. 2569 ชู บุน เอ็ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา และรองประธานคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ (NCCT) เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อ Khmer Times ว่า รัฐบาลกัมพูชาตั้งเป้ากวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมดในประเทศให้แล้วเสร็จก่อนช่วงเทศกาลปีใหม่เขมร หรือ “โจลชนัมทเมย” ระหว่างวันที่ 14–16 เมษายน 2569

บุน เอ็ง ระบุว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายครั้งใหญ่ทั่วประเทศ และจะยกระดับความเข้มข้นของมาตรการอย่างต่อเนื่อง เพื่อกำจัดกลโกงออนไลน์ทุกรูปแบบก่อนถึงวันหยุดสำคัญดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่า ทุกหน่วยงานและองค์กร รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด จะต้องทำงานอย่างหนักยิ่งขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เหลือกลุ่มอาชญากรรมใดหลงเหลืออยู่ในกัมพูชา

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหน่วยงานบริหารส่วนภูมิภาคทั่วประเทศมีหน้าที่ต้องรายงานอาชญากรรมสมัยใหม่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของราชอาณาจักรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กัมพูชายังได้นำบทเรียนจากประสบการณ์ก่อนหน้า มาพัฒนาทักษะด้านการติดตามและสืบสวน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น

“ในอดีต เรามักสืบสวนเป็นรายคดี ทำให้ผู้กระทำผิดสามารถหลบหนีจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้ แต่ขณะนี้ เรากำลังมุ่งจัดการกับเครือข่ายขนาดใหญ่ โดยมีทั้งประสบการณ์ กำลังคน และทรัพยากรที่พร้อมสำหรับการปราบปรามทั่วประเทศ” บุน เอ็ง กล่าว

รัฐบาลกัมพูชายังเร่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศและองค์กรพันธมิตรในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและรายงานความเคลื่อนไหวของขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งช่วยให้หลายประเทศเพิ่มความพยายามในการเนรเทศผู้ต้องหาและช่วยเหลือเหยื่อที่เป็นพลเมืองของตน

บุน เอ็ง ระบุว่า แม้จะยังมีผู้ต้องสงสัยบางส่วนหลบหนีอยู่ แต่ด้วยการรายงานข่าวและการทำงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวจะไม่สามารถหลบซ่อนได้นาน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนชาวกัมพูชาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ โดยแจ้งเบาะแสหรือกิจกรรมที่น่าสงสัยในชุมชนของตน

เธอย้ำว่า ทุกข้อมูลที่ได้รับแจ้งจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียด และหากพบความเชื่อมโยงกับการฉ้อโกง จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยชี้ว่าความสำเร็จของการปราบปรามจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ ปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมตั้งแต่การหลอกลวงด้านการลงทุน โรแมนซ์สแกม การเสนองานปลอม การฟิชชิง ไปจนถึงแผนการที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล โดยใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันส่งข้อความ และตลาดออนไลน์เป็นเครื่องมือหลักในการหลอกลวงทั้งชาวกัมพูชาและชาวต่างชาติ

แม้รัฐบาลกัมพูชาจะปฏิเสธรายงานบางส่วนที่มองว่าปัญหาถูกกล่าวเกินจริง แต่ก็ยอมรับถึงความรุนแรงของสถานการณ์ และได้เพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 มีการบุกตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัย 118 แห่งทั่วประเทศ จับกุมผู้ต้องหาได้ 4,983 คน จาก 23 สัญชาติ

ขณะที่ในปี 2026 ทางการกัมพูชายังได้จับกุมและเนรเทศ เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ป ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ต้องสงสัยระดับแกนนำของเครือข่ายสแกมเมอร์ นอกจากนี้ ปฏิบัติการล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม ในเมืองบาเวต จังหวัดสวายเรียง ยังส่งผลให้มีการจับกุมชาวต่างชาติได้มากถึง 2,044 คน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...