โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัดไทยและนานาชาติที่พุทธคยา เจอสมาคมโรงแรมรัฐพิหารฟ้องศาลสูงปัตตนะว่าสร้างที่พักแย่งลูกค้า

The Better

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
โดย…สมาน สุดโต 

ตามข้อมูลว่ามีวัดไทย 16 แห่ง และนานาชาติ รวมแล้ว 29 แห่งถูกฟ้องร้อง แบบเดียวกัน นายอำเภอ Gaya จึงตั้งคณะทำงาน 4 คนตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนคนไทยไปบูชาสังเวชนียสถานที่คยาและที่อื่นๆในอินดีย ปีละประมาณ 80,000 คน ส่วนมากเดินทางเป็นคณะ หรือกรุ๊ปทัวร์ และแต่ละกรุ๊ปใช้เวลาในอินเดียประมาณ 7-10 วัน ทำให้รัฐบาลอินเดียมีรายได้จากชาวพุทธปีละหลายร้อยล้านบาท

ส่วนการที่วัดบางแห่งจัดที่พักไว้ต้อนรับผู้มาทำบุญเพียงเพื่ออำนวยความสะดวกให้ชาวพุทธด้วยกัน แต่ละวัดไม่คิดราคาห้องพัก ถ้าผู้ศรัทธาจะช่วยค่าน้ำค่าไฟฟ้า ก็มอบให้แบบdonation บรรดาผู้เข้าพักจึงจัดผ้าป่าได้เงินเท่าไรก็ทำบุญกับวัด ปฏิบัติเสมอกันทุกวัด

ยิ่งกว่านั้น วัดไทยมิได้ให้ชาวพุทธด้วยกันเท่านั้น แต่จัดสร้างคลีนิค หรือโรงพยบาลเพื่อรักษาคนไข้คนท้องถิ่นฟรี

ทุกเช้าจึงเห็นคนไข้ มารอคิวเพื่อพบหมอและรับยาไปรักษาโรคตามอาการ

ขอเล่าถึงศูนนย์ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ภูริปาโร ถนนแยกสุชาดา คยากำลังสร้างโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ใกล้ส่งมอบงานแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดาย เจ้าหน้าที่
รัฐสั่งระงับก่อสร้างไว้ก่อน

มิเช่นนั้นก็สามารถช่วยเหลือผู้เดินทางและชาวอินเดียท้องถิ่นที่เจ็บป่วยได้เป็นอย่างดี

แหล่งข่าวว่าจุดเริ่มต้นปัญหามาจาก สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมในพุทธคยา (Bodhgaya Hotel Association) ที่ยื่นฟ้องต่อศาลสูงเมืองปัตนะ โดยระบุว่าวัดพุทธต่างชาติหลายแห่งดำเนินกิจกรรมเชิงพาณิชย์โดย "เลี่ยงกฎหมาย" เช่น:

• การเปิดห้องพัก: ให้บริการนักท่องเที่ยว/ผู้แสวงบุญในลักษณะเดียวกับโรงแรม

• การขายสินค้า: มีการวางจำหน่ายของที่ระลึก อุปกรณ์พิธีกรรม และของใช้ส่วนตัว

• ความไม่โปร่งใส: ไม่มีการรายงาน "Form C" (รายงานคนต่างด้าวเข้าพัก) ต่อตำรวจ และหลีกเลี่ยงกฎหมายภาษี รวมถึงระเบียบการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

"ในขณะที่โรงแรมท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด แต่วัดบางแห่งกลับดำเนินธุรกิจในคราบของสถานที่ทางศาสนา" นี่คือเสียงสะท้อนที่นำไปสู่การตรวจสอบครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นาย Shashank Shubhankar นายอำเภอกยา ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 4 ท่าน (คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกฎหมายและผังเมือง) โดยมีภารกิจดังนี้:

1. ตรวจสอบเชิงลึก 30 วัน: ต้องรายงานผลภายในวันที่ 7 มีนาคม 2569

2. ขอบเขตการตรวจ: ครอบคลุมจำนวนห้องพัก, การเสียภาษี, การขออนุญาตก่อสร้างอาคาร และการตรวจสอบวีซ่าของชาวต่างชาติในวัด

3. สั่งระงับการก่อสร้าง: ในระหว่างรอผลตรวจสอบ วัดพุทธต่างชาติทุกแห่งถูกสั่ง "ระงับ" การก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารใหม่ทั้งหมดทันที

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา ได้ส่งสัญญาณเตือนถึงวัดไทยและพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ว่า ศรัทธาไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้

โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

• ปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นเคร่งครัด: โดยเฉพาะเรื่องการเข้าเมือง (Immigration) และการไม่พำนักเกินกำหนด (Overstay)

• เลี่ยงกิจกรรมสุ่มเสี่ยงเชิงพาณิชย์: เช่น การติดป้ายราคาสินค้าในวัด หรือการเปิดห้องพักแข่งกับธุรกิจโรงแรมท้องถิ่น

• ความโปร่งใสเรื่องการก่อสร้าง: ทุกการต่อเติมต้องมีใบอนุญาตที่ถูกต้องจากเทศบาล เพื่อป้องกันข้อหาบุกรุกที่ดินสาธารณะ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือน ว่า การเผยแผ่ศาสนาในต่างแดน มีความละเอียดอ่อนต่อบริบททางกฎหมายและเศรษฐกิจของท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...