ชาวโคราชผวา หวั่นเครนร่วงซ้ำรอยสีคิ้ว แหงนมองแล้วไม่สบายใจ
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กรณีชิ้นส่วนเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ–นครราชสีมา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว หล่นจากความสูงกว่า 9 เมตร ทับขบวนรถไฟดีเซลรางด่วนพิเศษขบวนที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย สูญหาย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 73 ราย สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่และยังคงฝังใจประชาชนในพื้นที่
ล่าสุด บรรยากาศในเขตก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด–นครราชสีมา ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งดำเนินการโดยกิจการร่วมค้า เอสพีทีเค มูลค่าโครงการกว่า 7,750 ล้านบาท เต็มไปด้วยความหวาดผวา หลังผู้รับจ้างนำเครื่องจักรหนักและเครนขนาดใหญ่เข้าดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับสูงราว 9 เมตร พาดผ่านแหล่งชุมชนเมืองและเส้นทางสัญจรหลัก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงและผู้ที่ต้องใช้เส้นทางลอดใต้โครงสร้าง ต่างวิตกกังวลว่าอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยโศกนาฏกรรมที่อำเภอสีคิ้ว รวมถึงเหตุเครนถล่มในพื้นที่พระราม 2 ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้
นางคำอั้ว อายุ 64 ปี แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวริมทางรถไฟ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงกังวลว่า รู้สึกกลัวอย่างมาก เนื่องจากเครนขนาดใหญ่ตั้งอยู่เหนือศีรษะ ประกอบกับข่าวอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ไม่มั่นใจในความแข็งแรงของโครงสร้าง ลูกค้าที่มานั่งรับประทานอาหารต่างพากันถามด้วยความหวาดกลัว หากเกิดเหตุขึ้นจริงคงหนีไม่ทัน
ด้าน นางดวงหทัย อายุ 47 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในพื้นที่ กล่าวว่า รู้สึกหวาดระแวงตั้งแต่เริ่มติดตั้งเครนเมื่อหลายเดือนก่อน และยิ่งรู้สึกหดหู่หลังเกิดเหตุที่สีคิ้ว ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมามักเงยหน้ามองเครนด้วยความไม่สบายใจ บางรายสอบถามด้วยความกลัว ตนเองก็ยอมรับว่ากลัว เพราะเครนตั้งอยู่เหนือศีรษะ ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อใด ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับจ้าง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเครนและโครงสร้างก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติควรหยุดงานและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียซ้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งชุมชนเมือง มีประชาชนสัญจรตลอดทั้งวัน หากเกิดเหตุขึ้นอีกอาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่.