โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชาวโคราชผวา หวั่นเครนร่วงซ้ำรอยสีคิ้ว แหงนมองแล้วไม่สบายใจ

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กรณีชิ้นส่วนเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ–นครราชสีมา สัญญา 3-4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว หล่นจากความสูงกว่า 9 เมตร ทับขบวนรถไฟดีเซลรางด่วนพิเศษขบวนที่ 21 กรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 32 ราย สูญหาย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 73 ราย สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่และยังคงฝังใจประชาชนในพื้นที่

ล่าสุด บรรยากาศในเขตก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย สัญญา 3-5 ช่วงโคกกรวด–นครราชสีมา ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งดำเนินการโดยกิจการร่วมค้า เอสพีทีเค มูลค่าโครงการกว่า 7,750 ล้านบาท เต็มไปด้วยความหวาดผวา หลังผู้รับจ้างนำเครื่องจักรหนักและเครนขนาดใหญ่เข้าดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับสูงราว 9 เมตร พาดผ่านแหล่งชุมชนเมืองและเส้นทางสัญจรหลัก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงและผู้ที่ต้องใช้เส้นทางลอดใต้โครงสร้าง ต่างวิตกกังวลว่าอาจเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยโศกนาฏกรรมที่อำเภอสีคิ้ว รวมถึงเหตุเครนถล่มในพื้นที่พระราม 2 ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้

นางคำอั้ว อายุ 64 ปี แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวริมทางรถไฟ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงกังวลว่า รู้สึกกลัวอย่างมาก เนื่องจากเครนขนาดใหญ่ตั้งอยู่เหนือศีรษะ ประกอบกับข่าวอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ไม่มั่นใจในความแข็งแรงของโครงสร้าง ลูกค้าที่มานั่งรับประทานอาหารต่างพากันถามด้วยความหวาดกลัว หากเกิดเหตุขึ้นจริงคงหนีไม่ทัน

ด้าน นางดวงหทัย อายุ 47 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในพื้นที่ กล่าวว่า รู้สึกหวาดระแวงตั้งแต่เริ่มติดตั้งเครนเมื่อหลายเดือนก่อน และยิ่งรู้สึกหดหู่หลังเกิดเหตุที่สีคิ้ว ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมามักเงยหน้ามองเครนด้วยความไม่สบายใจ บางรายสอบถามด้วยความกลัว ตนเองก็ยอมรับว่ากลัว เพราะเครนตั้งอยู่เหนือศีรษะ ไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันเมื่อใด ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้รับจ้าง เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของเครนและโครงสร้างก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติควรหยุดงานและแก้ไขทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียซ้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งชุมชนเมือง มีประชาชนสัญจรตลอดทั้งวัน หากเกิดเหตุขึ้นอีกอาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...