โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

รักเด็กจริงๆ! เชลซีเบอร์หนึ่งพรีเมียร์ลีกด้านปั้นนักเตะเยาวชน

SIAMSPORT

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ลา มาเซีย” คืออะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า ที่ปลุกปั้นนักเตะเยาวชนขึ้นมาประดับในวงการลูกหนังโลก แต่สำหรับในอังกฤษ ต้องยกให้ เชลซี คือสโมสรที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้านการบ่มเพาะและพัฒนานักเตะดาวรุ่งอย่างเป็นทางการ

ทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" สร้างชื่อเสียงจากอะคาเดมี่ที่อัดแน่นไปด้วยนักเตะดาวรุ่งมากมายจริงๆ แม้ว่าความสำเร็จในการก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่จะมีความแตกต่างกันไปก็ตาม

จากการจัดอันดับ "สโมสรพัฒนานักเตะเยาวชน" (Training Clubs) ของ สถาบันวิเคราะห์สถิติ ซีไออีเอส ระบุว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกินจริง โดยงานวิจัยดังกล่าวให้นิยามคำว่า "สโมสรพัฒนานักเตะเยาวชน" คือสโมสรที่นักเตะใช้เวลาอยู่กับทีมอย่างน้อย 3 ฤดูกาล ในช่วงอายุระหว่าง 15 ถึง 21 ปี

ปัจจุบันมีนักเตะ 25 ราย ที่ผ่านการฝึกปรือฝีเท้าจากเชลซี โดยพวกเขามีโอกาสได้ค้าแข้งอยู่ใน 5 ลีกชั้นนำของยุโรป ผู้เล่นเหล่านั้นได้ลงสนามในเกมลีกภายในประเทศรวมกันถึง 17,723 นาที ในฤดูกาล 2025/26

ที่สำคัญจากจำนวน 25 ราย มีผู้เล่น 4 ราย ที่ได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของ "สิงห์บลูส์" ในฤดูกาลนี้ ได้แก่ รีซ เจมส์, เทรโวห์ ชาโลบาห์, จอช อาเชียมปง และ ไทริค จอร์จ

เรื่องที่น่าทึ่งก็คือ นักเตะทั้ง 4 รายอยู่กับสโมสรตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี (ยู-8) นอกจากนี้ ลีวาย โควิลล์ ก็จะถูกนับรวมในลิสต์นี้ด้วย ทำให้ยอดรวมเป็น 26 คน แต่เจ้าตัวยังไม่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีก (เอซีแอล)

อย่างที่บอกเอาไว้ในช่วงต้นว่า บาร์เซโลน่า ครองอันดับหนึ่งในการปั้นนักเตะดาวรุ่ง โดยมีผู้เล่นถึง 40 รายที่เติบโตมาจากระบบศูนย์ฝึกเยาวชนใน ลา มาเซีย และตอนนี้มีถึง 10 คนที่อยู่ในทีมชุดใหญ่

ส่วนคู่ปรับอย่าง เรอัล มาดริด (35 คน) และแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (31 คน) ตามมาเป็นอันดับสองและสาม โดยทั้งสองยักษ์ใหญ่ต่างใช้งานแข้งลูกหม้อ 6 ราย ในฤดูกาลนี้

ด้าน แรนส์ (29 คน) และ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (27 คน) ต่างก็มีจำนวนเด็กปั้นมากกว่า เชลซี เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องย้อนแย้งก็คือนักเตะทั้ง 27 ราย ของ อาแจ็กซ์ ยังไม่มีใครได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้เลย

สำหรับหนึ่งในดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ อย่าง ยอร์เรล ฮาโต้ ปัจจุบันย้ายมาค้าแข้งกับ เชลซี เช่นเดียวกับ 2 นักเตะที่เติบโตมาจาก ลา มาเซีย อย่าง มาร์ค กิว และ มาร์ค กูกูเรย่า

ด้าน เรอัล โซเซียดาด รั้งอันดับ 7 ขณะที่อันดับที่เหลือในท็อป 10 เป็นของบรรดายักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และอาร์เซน่อล โดยทั้งสามสโมสรจากอังกฤษต่างมีนักเตะจากอะคาเดมี่ของตัวเอง 22 ราย ที่กำลังลงเล่นอยู่ในลีกสูงของยุโรป

แมนฯ ซิตี้ มีนักเตะจากอะคาเดมี่อยู่ในทีมชุดใหญ่ 6 ราย นำโดย ฟิล โฟเด้น และ นิโค โอไรลีย์ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีอยู่ 5 ราย อาทิ ค็อบบี้ เมนู ส่วน อาร์เซน่อล มีแข้งลูกหม้อ 4 คน ซึ่งนำทัพโดย บูกาโย่ ซาก้า เป็นต้น

ขณะที่ โคล พาลเมอร์ เป็นผลผลิตจากศูนย์ฝึกของ "เรือใบสีฟ้า" ก่อนจะย้ายมาค้าแข้งกับ เชลซี

ที่น่าสนใจคือ สโมสรจากอังกฤษอย่าง ลิเวอร์พูล รั้งอันดับต่ำถึงอันดับ 48 ร่วม โดยมีเด็กปั้นเพียง 10 คน น้อยกว่า อาแอส เจเนอเรชั่น ฟุต สโมสรจากเซเนกัลที่มีอดีตเด็กปั้นถึง 11 ราย โดยในจำนวนนั้นรวมถึงแข้งพรีเมียร์ลีกอย่าง ป๊าป มาตาร์ ซาร์, อิสไมล่า ซาร์ และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งปัจจุบันย้ายไปเล่นกับ อัล นาสเซอร์ เป็นต้น

โอลิมปิก ลียง, ตูลูส และ เลอ อาฟร์ รวมถึง แอธเลติก บิลเบา, บาเลนเซีย, บียาร์เรอัล และ เอสปันญ่อล สร้างเด็กปั้นขึ้นมาประดับวงการโดยอยู่ติดอันดับระหว่างที่ 11 ถึง 17

ส่วน ยูเวนตุส มีนักเตะที่ผ่านการฝึกฝนจากสโมสรซึ่งลงเล่นอยู่ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปถึง 17 คน มากกว่า อินเตอร์ มิลาน, บาเยิร์น มิวนิค, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ เบนฟิกา อยู่ 1 คน

ด้าน ริเวอร์ เพลท คือสโมสรนอกยุโรปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยมีนักเตะที่ปลุกปั้นจากอะคาเดมี่ของสโมสรถึง 12 คน ซึ่งรวมเวลาลงสนามมากกว่า 10,000 นาที ในพรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, ลีก เอิง, กัลโช่ เซเรีย อา และบุนเดสลีกา

สำหรับ เรอัล โซเซียดาด (15 คน) และ แอธเลติก บิลเบา (12 คน) คือสองสโมสรที่มีจำนวนนักเตะที่ผ่านการฝึกฝนจากสโมสรและยังค้าแข้งอยู่กับทีมมากที่สุด โดยทั้งสองทีมจากแคว้นบาสก์ต่างมีนโยบายที่เข้มงวดในการคัดเลือกนักเตะท้องถิ่นเป็นหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...