โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักวิทยาศาสตร์เสนอแผนส่งยานดักรอรับดาวหางระหว่างดวงดาว 3I/ATLAS

SPACEMAN

อัพเดต 16 ก.พ. เวลา 20.05 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 00.30 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

การค้นพบ 3I/ATLAS ซึ่งเป็นวัตถุจากนอกระบบสุริยะลำดับที่ 3 ที่เดินทางเข้ามาเยือนถิ่นที่อยู่ของพวกเรา ได้จุดประกายให้เกิดข้อเสนอโครงการส่งยานอวกาศไปสำรวจอย่างใกล้ชิดมากมาย เนื่องจากข้อมูลที่ได้จากวัตถุเหล่านี้เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจระบบดาวฤกษ์ดวงอื่นได้โดยไม่ต้องเดินทางข้ามกาแล็กซี อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือเทคโนโลยีขับเคลื่อนในปัจจุบันยังมีความเร็วไม่มากพอที่จะไล่ตามวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเช่นนี้ได้ทัน ล่าสุดคณะนักวิจัยจากสถาบันเพื่อการศึกษาเทคโนโลยีระหว่างดาว (i4is) จึงได้นำเสนอแนวคิดการใช้เทคนิคทางกลศาสตร์วงโคจรที่ซับซ้อน เพื่อส่งยานออกไปดักรอและเข้าประชิดดาวหางดวงนี้ในอนาคต

อุปสรรคหลักของการส่งยานไปพบกับ 3I/ATLAS คือความเร็วของตัววัตถุที่สูงเกินกว่า 60 กิโลเมตรต่อวินาที และการที่เราตรวจพบมันล่าช้าเกินไป โดยขณะที่ตรวจพบนั้นดาวหางได้เคลื่อนที่ผ่านวงโคจรของดาวพฤหัสบดีเข้ามาแล้ว ซึ่งหมายความว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการปล่อยยานจากโลกโดยตรงได้ผ่านพ้นไปแล้ว แม้แต่โครงการยานสำรวจดาวหาง (Comet Interceptor) ขององค์การอวกาศยุโรปที่เตรียมพร้อมรออยู่ในอวกาศ ก็ยังประสบความยากลำบากหากต้องไล่ตามวัตถุที่มีวิถีโคจรและความเร็วในระดับนี้

เพื่อแก้ปัญหานี้ อดัม ฮิบบอร์ด วิศวกรวิจัยด้านอวกาศยาน และทีมงาน ได้เสนอแผนการใช้เทคนิค Solar Oberth Maneuver หรือการเร่งความเร็วโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ โดยแทนที่จะปล่อยยานเพื่อพุ่งตรงไปหาเป้าหมายทันที ทีมวิจัยเสนอให้รอจนถึงปี พ.ศ. 2578 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตำแหน่งของโลก ดาวพฤหัสบดี และดวงอาทิตย์ เรียงตัวกันอย่างเหมาะสมที่สุดที่จะช่วยส่งแรงเหวี่ยงให้กับยานอวกาศ

หลักการของแผนนี้คือการใช้ "ผลกระทบโอเบิร์ท" (Oberth Effect) โดยยานจะเดินทางมุ่งหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์เพื่อให้แรงโน้มถ่วงมหาศาลช่วยดึงดูดและเพิ่มความเร็วของยานจนถึงขีดสุดเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด (Perihelion) ในจังหวะนั้นเอง ยานจะจุดเครื่องยนต์ขับดันเพื่อสร้างแรงผลักเสริมเข้าไปอีก ทำให้ยานได้รับความเร็วมหาศาลเพียงพอที่จะดีดตัวเองออกจากระบบสุริยะด้วยความเร็วสูงจนสามารถไล่ตาม 3I/ATLAS ได้ทัน แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 50 ปีก็ตาม

การสำรวจดาวเคราะห์น้อยหรือดาวหางจากนอกระบบสุริยะถือเป็นโอกาสทองของวงการดาราศาสตร์ เพราะวัตถุเหล่านี้คือเศษซากที่หลงเหลือมาจากการก่อตัวของระบบดาวฤกษ์อื่น การได้สัมผัสหรือศึกษาองค์ประกอบของมันอย่างใกล้ชิดจะทำให้เราได้รับรู้ความลับของจักรวาลในส่วนที่เราอาจไม่สามารถส่งยานไปถึงได้ในชั่วชีวิตนี้ แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการศึกษาเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานลำแสง (Directed-Energy Propulsion) ที่อาจทำความเร็วได้มากกว่านี้ แต่เทคโนโลยีดังกล่าวยังอยู่ในระดับเริ่มต้นและอาจต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายทศวรรษ

ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today

  • A New Concept for Catching Up with 3I/ATLAS
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...