โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯสหราชอาณาจักร เผยตอบรับให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันขีปนาวุธอิหร่าน

JS100

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
นายกฯสหราชอาณาจักร เผยตอบรับให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพโจมตีเชิงป้องกันขีปนาวุธอิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ได้ตอบรับคำขอจากสหรัฐฯ ในการใช้ฐานทัพ เพื่อปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันต่อขีปนาวุธของอิหร่าน ทั้งในส่วนของคลังจัดเก็บและฐานยิง

โดยสหรัฐฯ ขออนุญาตใช้ฐานทัพเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันที่เฉพาะเจาะจงและจำกัด จึงตัดสินใจตอบรับคำขอนี้เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านยิงขีปนาวุธข้ามภูมิภาค

นายกสตาร์เมอร์ระบุว่า สหราชอาณาจักรไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางอากาศร่วมกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา และจะไม่เข้าร่วมการโจมตีระลอกต่อ ๆ ไป

อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการเปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาค และขีปนาวุธบางลูกตกใส่สนามบินและโรงแรมที่มีพลเมืองของสหราชอาณาจักรเข้าพักอยู่ ส่วนสาเหตุที่ไม่เข้าร่วมโจมตีอิหร่าน เพราะเชื่อว่าทางออกที่ดีที่สุด คือ การเจรจาเพื่อหาข้อยุติ โดยอิหร่านจำเป็นต้องละทิ้งความทะเยอทะยานในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งอิหร่านทำให้ชาวสหราชอาณาจักรตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างมาก

สตาร์เมอร์ กล่าวเสริมว่า เครื่องบินขับไล่ได้เข้าร่วมปฏิบัติการป้องกันร่วมกัน และสามารถสกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านได้บางส่วน แต่วิธีเดียวที่จะหยุดยั้งภัยคุกคามนี้ได้ คือการทำลายขีปนาวุธตั้งแต่ต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นในคลังจัดเก็บหรือที่ฐานยิง ขณะที่การตอบรับคำขอของสหรัฐฯ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการป้องกันตนเองร่วมกันระหว่างพันธมิตร รวมถึงการคุ้มครองชีวิตของพลเมืองสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ

#ขอใช้ฐานทัพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...