โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“รมว.พลังงาน” สั่งการเร่งหาแหล่งน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG อย่างต่อเนื่อง ป้องกันขาดแคลน แม้มีสำรองแล้ว 60 วัน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“รมว.พลังงาน” สั่งการเร่งหาแหล่งน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG อย่างต่อเนื่อง ป้องกันขาดแคลน แม้มีสำรองแล้ว 60 วัน

วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากเปิดและจัดประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แม้ช่องแคบฮอร์มุชจะยังไม่ถูกปิด 100% แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75 - 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 7% หากจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ สามารถใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชย ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท

ส่วนแผนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากความกังวลถึงความปลอดภัยของเรือที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุช ได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้ ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้น สปป.ลาว โดยจะยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3) และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะดำเนินการตรวจสอบและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น
ส่วนก๊าซหุงต้มหรือ LPG ขณะนี้ ยังไม่ได้รับผลกระทบ ในส่วนของเดือนเมษายนจะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส มาเลเซีย

ด้าน LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุชนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่ก็ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่นเช่น อเมริกา รวมทั้งการพิจารณาเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ ทั้งนี้ การจัดหา Spot LNG อาจจะมีราคาสูงกว่าที่ทาง กกพ. กำหนด และอาจจะกระทบต่อราคา Pool Gas กระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้กระทบต่อปริมาณสำรองและราคา

ส่วนด้านไฟฟ้า คาดว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak จะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ และจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนเมษายน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ เช่น เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน รวมทั้งจะไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าในช่วงเวลานี้ และในด้านการบริหารจัดการการใช้พลังงานเพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิง กระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรมปรับแผนในการผลิตสินค้าให้เหมาะสมและลดการใช้พลังงานให้ได้มากที่สุด

“กระทรวงพลังงาน ขอยืนยันว่า จะดำเนินทุกมาตรการ ทั้งการจัดหาปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม LNG ไฟฟ้า เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศในช่วงที่ยังคงเกิดความไม่สงบในตะวันออกกลาง ส่วนด้านราคาน้ำมันก็จะใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าช่วยเหลือเพื่อผลกระทบกับประชาชน กระทรวงพลังงานจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งขอให้หน่วยงานภาครัฐ ในการลดการใช้พลังงาน และขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดการนำเข้าพลังงานให้ได้มากที่สุด” นายอรรถพล กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...