โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เตหะรานพร้อมทำ “สงครามระยะยาว” สหรัฐถล่มเรืออิหร่านฆ่า 87 ศพ-สว.หนุนทรัมป์

Khaosod

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 02.49 น.

เตหะรานพร้อมทำ - วันที่ 5 มี.ค. รอยเตอร์ บีบีซี เอพี และสำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางหลังการปะทะระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังขยายวงกว้าง

ก่อให้เกิดวิกฤตจากการหยุดชะงักของการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านปิดกั้นเข้าสู่วันที่ 6 ขัดขวางการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง

ยอดผู้เสียชีวิตในอิหร่านเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,045 ราย กว่า 5,400 รายได้รับบาดเจ็บ รายงานจากฝ่ายอิสราเอลและสหรัฐระบุว่าผู้เสียชีวิตในอิสราเอลอยู่ที่ 12 ราย 1,274 รายบาดเจ็บ ส่วนทหารอเมริกันที่เสียชีวิตเพิ่มเป็น 6 ราย และ 18 รายบาดเจ็บ

เตหะรานพร้อมทำ - ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Vantor นี้แสดงให้เห็นภาพเรือที่พลิคว่ำ ณ ฐานทัพเรือโคนารักในอิหร่าน เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569

เตหะรานพร้อมทำ - This satellite image provided by Vantor shows a view of capsized ship at Konarak Naval base in Iran on Wednesday, March 4, 2026. (Satellite image ©2026 Vantor via AP)

*นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวยืนยันว่าเรือดำน้ำของสหรัฐยิงตอร์ปิโดโจมตีเรือรบอิหร่านในมหาสมุทรอินเดีย “การจมเรือข้าศึกด้วยตอร์ปิโดครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง” นายเฮกเซธกล่าว*

แม้จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2488 ที่เรือดำน้ำของสหรัฐจมเรือฝ่ายศัตรูด้วยวิธีการดังกล่าว แต่สหราชอาณาจักรและปากีสถานต่างก็เคยใช้ตอร์ปิโดจมเรือมาแล้ว

ขณะที่ทางการศรีลังกาเปิดเผยว่ากองทัพเรือศรีลังกาตอบสนองต่อสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรืออิหร่านที่ชื่อไอริส เดนา เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 4 มี.ค.ตามเวลาท้องถิ่น หลังจมห่างจากชายฝั่งทางใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร

เตหะรานพร้อมทำ - นักบวชนำกลุ่มอาสาสมัครสวดมนต์ข้างสถานีตำรวจที่ถูกโจมตีระหว่างปฏิบัติการร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2026

เตหะรานพร้อมทำ - A cleric leads a group of volunteers in prayer next to a police facility struck during the U.S.–Israeli military campaign in Tehran, Iran, Wednesday, March 4, 2026. (AP Photo/Vahid Salemi)

โฆษกกองทัพเรือศรีลังการะบุเชื่อว่าเรือไอริส เดนา มีลูกเรือประมาณ 180 คน เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 87 ราย และช่วยเหลือไว้ได้ 32 ราย แม้ก่อนหน้านี้กองทัพเรือศรีลังกา ปฏิเสธรายงานว่าเรือไอริส เดนา ถูกโจมตี

เนื่องจากในช่วงเริ่มปฏิบัติการกู้ภัยเจ้าหน้าที่ไม่เห็นเรือไอริส เดนา หรือเรือลำอื่นๆ ในบริเวณนั้น มีเพียงคราบน้ำมันและแพชูชีพลอยอยู่บนผิว พร้อมเสริมว่าถึงจุดเกิดเหตุจะอยู่นอกน่านน้ำศรีลังกา แต่ถือเป็นเขตค้นหาและกู้ภัยศรีลังกาจึงมีหน้าที่ต้องตอบสนองตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

ด้านสำนักข่าวทัสนิมรายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านว่าอิหร่านไม่ได้ส่งข้อความใดๆ ไปยังสหรัฐ ตอบโต้สำนักข่าวแอคซิออสจากสหรัฐ

โดยย้ำว่า “ไม่มีข้อความใดถูกส่งจากอิหร่านไปยังสหรัฐอเมริกา และจะไม่มีการตอบกลับข้อความใดๆ ของสหรัฐอเมริกา กองทัพอิหร่านได้เตรียมพร้อมสำหรับสงครามระยะยาวแล้ว”

นายฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต รัฐนิวยอร์ก และสมาชิกพรรคเดโมแครตคนอื่นๆ จากซ้ายไปขวา ได้แก่ นายกิล ซิสเนรอส จากพรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนีย นายคริสซี ฮูลาฮาน จากพรรคเดโมแครต รัฐเพนซิลเวเนีย นายเท็ด ลิว จากพรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนีย และนายพีท อากีลาร์ จากพรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนีย เรียกร้องให้รัฐสภาอนุมัติการทำสงครามกับอิหร่าน ในระหว่างการแถลงข่าวที่อาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2026

House Minority Leader Hakeem Jeffries, D-N.Y., and other Democrats, from left, Rep. Gil Cisneros, D-Calif., Rep. Chrissy Houlahan, D-Pa., Rep. Ted Lieu, D-Calif., and Rep. Pete Aguilar, D-Calif., demand congressional approval for embarking on a war with Iran, during a news conference at the Capitol in Washington, Wednesday, March 4, 2026. (AP Photo/J. Scott Applewhite)

วันเดียวกัน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐลงมติให้การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โดยสมาชิกวุฒิสภาลงคะแนนที่ 52 เสียงต่อ 47 เสียงจากทั้งหมด 100 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการคัดค้านมติร่วมของทั้งสองพรรคการเมืองที่พยายามหยุดยั้งสงครามทางอากาศและกำหนดให้การกระทำใดๆ ที่เป็นปรปักษ์ต่ออิหร่านต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา

การลงคะแนนเสียงเป็นไปตามคาดเพราะสมาชิกพรรครีพับลิกัน พรรครัฐบาล เกือบทั้งหมดลงคะแนนคัดค้านความพยายามจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีทรัมป์ และสมาชิกพรรคเดโมแครต พรรคฝ่ายค้าน เกือบทั้งหมดลงคะแนนสนับสนุนการยับยั้งสงคราม

รายงานระบุอีกว่านายทรัมป์กำลังหารือกับที่ปรึกษาเกี่ยวกับบทบาทที่สหรัฐอาจมีในอิหร่านหลังจากปฏิบัติการทางทหาร ส่วนหน่วยข่าวกรองของสหรัฐกำลังติดตามสถานการณ์ภายหลังนายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ถูกสังหาร ถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง

นางแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า “แน่นอนว่าเราได้เห็นรายงานเหล่านั้นแล้วและนี่เป็นสิ่งที่หน่วยข่าวกรองของเรากำลังตรวจสอบอยู่ ความจริงก็คือเราต้องรอและดูกันต่อไป”

ควันลอยขึ้นหลังจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในดะฮิเยห์ ชานเมืองทางใต้ของเบรุต ใกล้สนามบินนานาชาติราฟิก ฮาริรี ประเทศเลบานอน เมื่อวันพุธที่ 4 มีนาคม 2026

Smoke rises following an Israeli airstrike in Dahiyeh, Beirut's southern suburb, near Rafik Hariri International Airport, Lebanon, Wednesday, March 4, 2026. (AP Photo/Bilal Hussein)

*นายอิสราเอล แคตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล กล่าวว่า “ผู้นำคนใดก็ตามที่ได้รับการคัดเลือกจากระบอบการปกครองที่โหดร้ายของอิหร่านให้ดำเนินแผนการทำลายล้างอิสราเอล คุกคามสหรัฐ โลกเสรี ประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ตลอดจนกดขี่ประชาชนชาวอิหร่าน จะเป็นเป้าหมายการลอบสังหารอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะชื่ออะไรหรือซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ตาม”*

ขณะที่สำนักข่าวไอเอสเอ็นเออ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ทหารอิหร่านว่า อิหร่านจะโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ในเมืองดิโมนา ทางตอนใต้ของอิสราเอล หากอิสราเอลและสหรัฐพยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ในส่วนความร่วมมือจากชาติพันธมิตรของสหรัฐนั้น นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ พูดคุยกับ นายฮาคาน ฟิดาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของตุรกี และให้คำมั่นว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่หลังมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน

โดยทางการตุรกีแถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ทำลายขีปนาวุธของอิหร่านที่มุ่งหน้าเข้ามาในน่านฟ้าตุรกีนอกจากนี้นายรูบิโอยังพูดคุยกับเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย เพื่อหารือถึงภัยคุกคามจากอิหร่านต่อเสถียรภาพและสถานการณ์อื่นๆ ในภูมิภาค

ภาพถ่ายจากสำนักข่าวรอยเตอร์ เผยแพร่เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 แสดงให้เห็นพลเมืองชาวสเปนที่ติดอยู่ในตะวันออกกลางท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ขึ้นเครื่องบินส่งตัวกลับประเทศโดยกองทัพ ณ สถานที่ที่ไม่ทราบแน่ชัดในโอมาน

Spanish nationals, who are trapped in the Middle East amid the U.S. and Israeli conflict with Iran, board a military repatriation flight at an unknown location in Oman, in this handout photo released March 4, 2026. Spanish Defence Ministry/Handout via REUTERS

นายทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า “ท่านรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียสำหรับการตอบสนองของซาอุดีอาระเบียต่อการโจมตีสถานทูตสหรัฐในกรุงริยาด”

ด้านทำเนียบขาวกล่าวเพิ่มเติมว่ารัฐบาลสเปนตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐหลังประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้า

นางลีวิตต์กล่าวยืนยันว่าได้รับแจ้งว่าสเปนยอมอ่อนข้อแล้ว อย่างไรก็ตาม สเปนปฏิเสธว่าไม่ได้ทำข้อตกลงดังกล่าว นายทรัมป์ประกาศเมื่อวันอังคารที่ 3 มี.ค. ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปนเพราะสเปนมีท่าทีต่อต้านการโจมตีอิหร่านของสหรัฐ

ขณะที่คณะกรรมการอิสระของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในอิหร่าน ออกแถลงประณามอิสราเอลและสหรัฐต่อการโจมตีอิหร่านวมถึงการโจมตีตอบโต้ของอิหร่านในหลายประเทศทั่วภูมิภาค โดยระบุว่าเป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติซึ่งห้ามการใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกราชทางการเมืองของรัฐใดๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เตหะรานพร้อมทำ “สงครามระยะยาว” สหรัฐถล่มเรืออิหร่านฆ่า 87 ศพ-สว.หนุนทรัมป์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...