โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"สมชัย" ชี้ “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 2569” คือ รหัสมรณะ เสี่ยงสาวกลับรู้ตัวผู้ลงคะแนนได้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 00.53 น.

"สมชัย" ชี้ “บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง 2569” คือ รหัสมรณะ เสี่ยงสาวกลับรู้ตัวผู้ลงคะแนนได้ เตือนหากไม่ใช่ความประมาทของ กกต. อาจเข้าข่าย อั้งยี่–ซ่องโจร ต้องพิสูจน์กันในศาล

วันที่ 5 มี.ค. 2569 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "บาร์โค้ด คือ รหัสมรณะ
การตัดสินใจให้มีบาร์โค้ดในส่วนล่างของบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรกในการเลือกตั้ง ปี 2569 ที่พิสูจน์ให้เห็นด้วยการทดลองแล้วว่า สามารถเชื่อมโยงกลับไปสืบหาตัวผู้ลงคะแนนได้จริง
ขณะนี้ ข้อสรุปที่มองกลับไปยัง กกต. จึงเหลือเพียง 2 ทาง
1. จัดการเลือกตั้งแบบประมาทเลินล่ออย่างร้ายแรง โดยขาดการไตร่ตรอง ขาดการกลั่นกรองจากทั้งสำนักงานและตัวคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การมีบาร์โคดจะนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดีให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและคดีต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย
2. การมีบาร์โค้ดดังกล่าว อาจไม่ใช่การประมาทเลินเล่อ แต่ อาจกระทำโดยเจตนา ของบุคคล กลุ่มบุคคล ขบวนการ ที่ต้องการใช้บาร์โค้ด เป็นเครื่องมือในการควบคุมการลงคะแนนเสียงที่สามารถตรวจสอบได้ หรือเพื่อใช้วางแผนการเลือกตั้งในอนาคต หากเป็นบุคคลเดียวก็เป็นความผิดเฉพาะตัว หากเป็น 2-4 คน กม. อาญาเรียก อั้งยี่ แต่หาก 5 คนขึ้นไป เรียกซ่องโจร
3. การพิสูจน์ว่า การมีบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เป็นการประมาทเลินล่อ หรือ เป็นเจตนากระทำความผิด จะเป็นขบวนการอั้งยี่หรือซ่องโจรหรือไม่ ต้องพิสูจน์ในศาล โดยต้องมีผู้ฟ้อง กกต. ในคดีอาญา มาตรา 209 ซึ่งศาลจะสามารถเรียกเอกสาร เช่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รายงานการประชุมทุกระดับ รายงานการตรวจรับ บันทึกการให้ความเห็นของผู้เกี่ยวข้องทุกระดับมาประกอบคำวินิจฉัย
4. อั้งยี่มา ก็อั้งยี่กลับ ฟ้องประชาชนได้ ประชาชนก็ฟ้องกลับได้"

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...