“UGDIVP” & “UGDIVP-USD”… ลงทุนกับ “หุ้นปันผลทั่วโลก” ผ่าน 2 สกุลเงิน “UUSTECH-USD”… เฟ้น “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงิน “USD” !!!
Sponsored by บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย)
รู้หรือไม่? ภาพรวมการลงทุนใน “ปีม้าไฟ-2026” ยังคงเต็มไปด้วยความ “ท้าทาย” และ “ความผันผวน” แต่ยังคงมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่เป็น “บวก”
แต่ควรสร้าง “สมดุล” ให้พอร์ตการลงทุนมากขึ้น ทั้งโอกาสของ “การเติบโต” ควบคู่กับการ “กระจายความเสี่ยง” ไปยังสกุลเงินอื่นหรือสินทรัพย์อื่น เช่น ดอลลาร์สหรัฐ (USD), หุ้นปันผล และหุ้นคุณค่า (Value) เป็นต้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทาง “UOB Private Bank” แนะนำในช่วงครึ่งแรกของปีนี้
ทั้งนี้ “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ยังคงมีการเติบโตของกำไรที่ดี และมีการเปลี่ยนตัวเล่นออกจากหุ้นขนาดใหญ่ที่มีราคาแพงไปสู่หุ้นเทคโนโลยีอื่นๆ มากขึ้นช่วยลดความตึงตัวของราคาหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐในภาพรวมลง และหากราคาย่อลงมาก็เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนได้เช่นกัน
ส่วน “หุ้นปันผลทั่วโลก” จะช่วยสร้างโอกาสรับผลตอบแทนได้ในทุกภาวะตลาดช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญ ในช่วงที่ “ค่าเงินบาทแข็งค่า” ก็เป็นจังหวะที่ดีที่จะกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ “สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ” (USD) ด้วยเช่นกัน
เพื่อให้นักลงทุนไทยได้มีโอกาสวางกลยุทธ์ได้สอดคล้องกับมุมมองการลงทุนที่เปลี่ยนไปนี้ ทาง “บลจ.ยูโอบี” ได้เตรียมนำเสนอ 3 กองทุนใหม่เพื่อไม่ให้พลาดทุกโอกาสลงทุน ได้แก่ “UGDIVP: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ดิวิเดนด์ พลัส ฟันด์” และ “UGDIVP-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี โกลบอล ดิวิเดนด์ พลัส ฟันด์” ที่เน้นลงทุน “หุ้นปันผลทั่วโลก”
พร้อมกับ “UUSTECH-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี ยูเอส เทคโนโลยี อิควิตี้ ฟันด์” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ด้วยสไตล์ที่แตกต่างแบบ “All Cap Strategy”
โดยจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ทั้ง 3 กองทุนพร้อมกัน ระหว่างวันที่ 12 – 20 ก.พ. 2026 นี้
“UGDIVP” & “UGDIVP-USD” ลงทุนกับ “หุ้นปันผลทั่วโลก” ผ่าน 2 สกุลเงิน “THB-USD”…สร้างโอกาสรับผลตอบแทนในทุก “ภาวะตลาด”
“หุ้นปันผล” ทั่วโลกเป็นกลยุทธ์เชิงรับที่สามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนได้ในทุกภาวะตลาด จากสถิติสะท้อนว่า “หุ้นปันผลทั่วโลก” มีความผันผวนต่ำกว่า “หุ้นโลก” โดย 3Yมีความผันผวน 12.57% ต่อปี (หุ้นโลก 14.76% ต่อปี), 5Y ผันผวน 13.11% ต่อปี (หุ้นโลก 15.37% ต่อปี) และ 10 ปี ผันผวน 12.95% ต่อปี (หุ้นโลก 14.91% ต่อปี) (ที่มา: UOBAM, Fidelity International as of 30 Jun 2025)
“ในขณะที่ช่วงวิกฤติ ‘หุ้นปันผล’ก็มี Drawdown ที่ต่ำกว่า ‘หุ้นทั่วไป’ อ้างอิงข้อมูลในอดีตของขนาดการติดลบของหุ้น ‘S&P500 Dividend’ ที่ต่ำกว่า ‘S&P500’ โดยเฉพาะในวิกฤติ Tech Bubble ปี 2002 หรือวิกฤต COVID19 ก็ตาม ซึ่งช่วยปกป้องความเสี่ยงในขาลงให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างดี (ที่มา: UOBAM, Fidelity International as of 30 Jun 2025)”
“UGDIVP: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล ดิวิเดนด์ พลัส ฟันด์” ความเสี่ยงระดับ 6 - เสี่ยงสูง จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี โดยกองทุนจะเข้าไปลงทุนผ่านกองทุนหลัก ‘Fidelity Funds - Global Dividend Plus Fund Y-ACC-USD” ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นปันผลทั่วโลก” สไตล์ Global Dividend Focus Portfolio ที่โฟกัสหุ้นกลุ่ม Defensive Value ที่มีการเติบโตของเงินปันผลในบริษัทที่มีคุณภาพดี (Quality) ซึ่งกองทุนหลักบริหารจัดการโดย FIL Investment Management (Luxembourg) S.A ที่มีความเชี่ยวชาญการลงทุนมานานกว่า 50ปี ถนัดในการคัดเลือกหุ้นปันผลเพื่อลงทุน
“ทำให้ลดความเสี่ยงของการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่เป็น Value Trapที่อาจจะจ่ายปันผลสูงแต่ราคากลับปรับตัวลดลง นั่นทำให้กองทุนหลักสามารถสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอในระยะยาว เป็น Better Performance Path ในมุมของนักลงทุนจะได้รับประสบการณ์ที่ดี ในระหว่างที่ลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปเงินปันผลซึ่งเป้าหมายของกองทุนหลักเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6% ต่อปี (ที่มา: UOBAM, Fidelity International as of 31 Dec 2025) ทำให้ในยามที่ตลาดแย่ก็ยังมีเงินปันผล ราคาไม่ลงแรงจนทำให้นักลงทุนต้องขายทิ้งไปแต่ประการใด หรือในยามที่ตลาดดีก็ยังมีโอกาสเติบโตจาก Capital Gain แม้จะไม่มากเท่าการปรับขึ้นของตลาดก็ตาม ที่สำคัญเงินปันผลที่ได้รับยังมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวล้อไปกับเงินเฟ้ออีกด้วย ดังนั้นถ้าเงินเฟ้อสูงจึงไม่ต้องกังวลว่าผลตอบแทนจะสู้เงินเฟ้อไม่ได้ เพราะเมื่อรวมเงินปันผลกับ Capital Gain ก็จะทำให้ผลตอบแทนโดยรวมมีโอกาสชนะเงินเฟ้อได้นั่นเอง”
“กองทุนหลัก” สร้าง Income จาก 2 ส่วน ทั้ง “หุ้นปันผล” และ “ใช้ Option”…พร้อมโอกาสทำกำไรจาก “Capital Gain” ควบคู่กันไป
“จุดเด่น” ของกองทุนหลัก ทำให้ “ปันผล” ต้องมีคำว่า “Plus” ด้วยการคัด “หุ้นปันผล” ซึ่งมีเป้าหมายเงินปันผลเฉลี่ย 3-4% เพิ่มเติมด้วยการใช้ “Option Income” ด้วยการ Covered Call ในหุ้นรายตัวเพื่อโอกาสเพิ่มผลตอบแทนอีก 2-3% ทำให้เป้าหมายผลตอบแทนของเงินปันผลรวมของกองทุนหลักเฉลี่ยอยู่ที่ 5-6%
และนั่นทำให้ Universe ของ “หุ้นปันผล” ที่ลงทุนกว้างขึ้นด้วย โดยหุ้นปันผลขั้นต่ำ 2% ทำให้ Universe ของหุ้นที่กองทุนหลักเลือกลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 1,243 ตัว แต่ถ้าโฟกัสที่เงินปันผลขั้นต่ำที่ 4% จะเหลือเพียง 558 ตัว เท่านั้น
“ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างนี้ ทำให้ ‘หุ้นปันผล’ ในพอร์ตของกองทุนหลัก มี ROE ที่สูงเฉลี่ย 17.4% (BM 15.5%), มีความผันผวนต่ำ 12.7% (BM 15.1%) และมีราคาหุ้นในพอร์ตไม่แพง มี Est. P/E 14.6 เท่า (BM 19.3 เท่า) (ที่มา: UOBAM, Fidelity International as of 30 Nov 2025)ที่สำคัญหากดูสัดส่วนการลงทุนอาจพบว่ามีการลงทุนในยุโรปกว่า 50% แต่ถ้าเจาะลึกไปในที่มาของรายได้จะพบว่ามีการกระจายตัวที่ดีในยุโรป, เอเชีย และสหรัฐ ประมาณ 1 ใน 3 เท่าๆ กัน”
สำหรับกองทุน “UGDIVP” จะลงทุนในสกุลเงิน “บาท” (THB)
นอกจากนี้ยังมี “UGDIVP-USD” จะลงทุนในสกุลเงิน “ดอลลาร์สหรัฐ” (USD) พร้อมรับผลตอบแทนเป็นสกุลเงิน USD ให้เลือกลงทุนกระจายความเสี่ยงจากสกุลเงินบาทจบครบในกองทุนเดียวอีกด้วย
“UUSTECH-USD” เฟ้น “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” เพิ่มโอกาสผลตอบแทนในสกุลเงิน “USD”…ด้วยสไตล์ที่แตกต่างแบบ “All Cap Strategy”
“หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ยังคงมีการเติบโตของกำไรที่ดี เพียงแต่ “หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่” อาจจะมีราคาแพงไปบ้าง ดังนั้นการกระจายลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยี” ไปยังหุ้นขนาดกลาง-เล็ก เพิ่มเติมก็เป็นกลยุทธ์ที่ดีและตอบโจทย์ รอให้ “หุ้นใหญ่” ย่อลงถึงระดับที่น่าสนใจก็ยังลงทุนได้เช่นกัน ช่วยเปิดโอกาสในการลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ที่ยังเป็นหุ้นในการสร้างโอกาสการเติบโตที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง
“UUSTECH-USD: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอสดี ยูเอส เทคโนโลยี อิควิตี้ ฟันด์” ความเสี่ยงระดับ 7 – เสี่ยงสูง จึงเป็นทางเลือกที่แตกต่างและตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยกองทุน “UUSTECH-USD” จะนำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนหลัก “JPMorgan Funds – US Technology Fund ชนิดหน่วยลงทุน JPM US Technology I (acc) – USD” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “ตราสารทุน/หุ้นเทคโนโลยี” ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เช่น AI, Cloud, Software และแพลตฟอร์มดิจิทัล (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะด้านเทคโนโลยี สื่อ และบริการด้านการสื่อสาร) ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีซึ่งจัดตั้งขึ้น/ และหรือดำเนินธุรกิจในสหรัฐ อย่างน้อย 67% ของ NAV โดยกองทุนหลักบริหารจัดการโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ลงทุนในตราสารทุน/หุ้นเทคโนโลยีมาอย่างยาวนานของ JPMorgan Asset Management (Europe) S.à r.l นั่นเอง
“ที่สำคัญกองทุนหลักยังเลือกใช้ดัชนี ‘Russell 1000 Equal Weight Technology Index’ เป็นดัชนีชี้วัด เพราะกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าดัชนีแบบถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาด เมื่อผสานกับกลยุทธ์การลงทุนสไตล์ ‘Active Management’ ที่ลงทุนในหุ้นหลายขนาด ‘All Cap Strategy’ (หุ้นขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก) ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงหุ้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากเกินไป โดยพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2025) ลงทุนในหุ้นที่มี Market cap มากกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 57.8% และหุ้นที่มี Market cap มากกว่า 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแต่น้อยกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 36.95%”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อฝ่าฟันตลาดผันผวนใน “ปีม้าไฟ-2026” และเพื่อ “สร้างสมดุล” ให้พอร์ตการลงทุนทั้งสร้างโอกาสเติบโตของเงินลงทุนและกระจายความเสี่ยงควบคู่กันไป เชื่อว่าทั้ง 3 กองทุนใหม่ของ “บลจ.ยูโอบี” (“UGDIVP, UGDIVP-USD, UUSTECH-USD) ที่ลงทุนใน “หุ้นปันผลทั่วโลก” และ “หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ” ซึ่งเปิดโอกาสลงทุนในสกุลเงิน “บาท” และสกุลเงิน“ดอลลาร์สหรัฐ” (USD) จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ของผู้ลงทุนได้เป็นอย่างดี
ศึกษาข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่
UGDIVP https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/01024/UGDIVP
UGDIVP-USD https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/01025/UGDIVP-USD
UUSTECH-USD https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/01026/UUSTECH-USD
ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0-2786-2222 www.uobam.co.th
คำเตือน:
ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และการลงทุนในกองทุนรวมมิใช่การฝากเงินและไม่สามารถรับรองผลตอบแทนได้
การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก และมีความเสี่ยงที่ทางการของต่างประเทศอาจออกมาตรการในภาวะที่เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่ปกติ ทำให้กองทุนไม่สามารถนำเงินกลับเข้ามาในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้รับเงินคืนตามระยะเวลาที่กำหนด
กองทุน UUSTECH-USD และ UGDIVP-USD มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กรณีกองทุนลงทุนในตราสารที่เป็นสกุลเงินอื่นนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวนหรือเกือบทั้งหมด (Fully Hedged)
กองทุน UGDIVPมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงของกองทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
กองทุนหลักอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน
กองทุน UUSTECH-USD ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณากระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย