โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"เต้ มงคลกิตติ์" ท้าชก "7 กกต.-แสวง" แบบการกุศล หวังได้เงินจัดเลือกตั้งใหม่

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 05.28 น. • RS PCL
“เต้ มงคลกิตติ์” เตรียมยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ จากการเลือกตั้งที่ไม่เป็นความลับ ย้ำ!! ปัญหาบาร์โค้ดและต้นขั้วที่สืบกันได้ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ เพราะถือว่าเปิดเผยตัวผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้ว พร้อมตำหนินิด้าโพลที่ทำโพลเอาใจ ให้เกรด F ไล่ไปทำอาชีพอื่น ก่อนวิดพื้นโชว์ 40 ที ท้า กกต. และนายแสวง มาต่อยกันแบบการกุศล 8 รุม 1

วันที่ 16 ก.พ. 2569 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการพรรคทางเลือกใหม่ เดินทางมายังสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคารบี เพื่อแถลงข่าวเตรียมยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินถึงกรณีการติดบาร์โค้ดและ QR code ในบัตรเลือกตั้ง โดยก่อนการแถลงข่าว นายมงคลกิตติ์ได้กล่าวทักทายนายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เพิ่งแถลงข่าวเสร็จ พร้อมทั้งยังได้เชิญชวนวิดพื้นด้วยกัน

จากนั้นนายมงคลกิตติ์กล่าวว่า กรณีการติดบาร์โค้ดและ QR code ที่บัตรเลือกตั้ง ซึ่งสามารถสืบไปถึงต้นขั้วของบัตรได้และอาจจะสามารถระบุถึงกู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งในบัตรเลือกตั้งนั้น ๆ ได้ ประเด็นดังกล่าวถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่กำหนดให้การเลือกตั้งโดนตรงและต้องเป็นความลับ

โดยตนเห็นว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและ พ.ร.ป.ผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สามารถยื่นประเด็นที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้โดยพลัน วันนี้ตนจึงนำเอกสารและพยานหลักฐานเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งตนเชื่อว่าผู้ตรวจการแผ่นดินจะรีบพิจารณาอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยสังคมให้ความสนใจ

ส่วนปลายทางถ้าไปถึงศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตนก็หวังว่าศาลจะยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรมในการตัดสิน บ้านเมืองก็จะสงบสุข แต่ถ้าศาลตัดสินสวนกระแสประชาชน ก็มองว่าศาลอาจจะอยู่ไม่ได้

ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่ผ่านมานั้นมีปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะบัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต หรือบัตรเขียว เกินมาหรือมีมากกว่าบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือบัตรชมพู รวมทั้งการบันทึกคะแนนของ กปน. ทั้งบนกระดานและในรายงานสรุปผลไม่ตรงกัน อีกทั้งคะแนนที่ลงในรายงานสรุปผลก็ไม่ตรงกับคะแนนที่ลงในระบบออนไลน์ ตนจึงบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาไม่สมบูรณ์หลายอย่าง ยังไม่รวมถึงปัญหาบัตรเขย่งที่ผุดเกินขึ้นมา ประเด็นนี้ก็ไม่สามารถตอบคำถามได้ เพราะ กกต. มีมติไม่นับคะแนนใหม่ในหลายหน่วยเลือกตั้ง แม้ว่าเป็นสิทธิ์ขาดของ กกต. แต่กรณีต้นขั้วกับบัตรเลือกตั้งที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ออกมาเปิดเผยว่า แม้ต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งจะสามารถตรวจสอบกันได้ แต่ กกต. และ กปน. จะปิดเป็นความลับ ทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ ตนขอออกมาโต้แย้งว่าไม่เป็นความจริง เพราะลับคือ ต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าใครมาลงคะแนน เหมือนปี 2549 ที่หันคูหาออกมา แม้ไม่มีใครเห็น แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการเลือกตั้งที่เปิดเผยบางส่วน จึงทำให้ไม่เป็นความลับและเป็นการเลือกตั้งที่โมฆะ ซึ่งตนมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน เท่าที่ตนทราบ พบว่ามีหลายกรณีที่ทั้งต้นขั้วและบัตรเลือกตั้งเก็บในที่เดียวกัน ย่อมทำให้ตรวจสอบได้ว่าไม่เป็นความลับ

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวอีกว่า มีประเด็นที่ตนเตรียมที่จะยื่นร้องเรียนคือเรื่องการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่พบปัญหาเรื่องการส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรลงประชามติไปที่บ้านผ่านไปรษณีย์ของประเทศนั้น เมื่อผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเสร็จแล้วก็จะต้องส่งบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติผ่านระบบไปรษณีย์กลับมาที่ กกต. รวมทั้งปัญหาของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกราชอาณาจักรหลายคนที่ไลฟ์การลงคะแนน ต้นกังวลว่าปัญหาเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับและขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เช่นเดียวกัน ซึ่งตนเตรียมที่จะยื่นร้องเรียนประเด็นดังกล่าวภายใน 2-3 วัน

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ทำภาคประชาชนและพรรคการเมือง เห็นตรงกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์ ไม่ยุติธรรม และไม่เป็นความลับ ตนยังตั้งข้อสงสัยไปยังนิด้าโพลว่า ไปทำแบบสำรวจที่บ้านใคร ทำไมผลโพลออกมาพบว่าประชาชนไว้วางใจ กกต. และมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นปัญหา จึงตั้งข้อสงสัยว่า ไปทำโพลที่บ้านนายแสวงหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนี้ นิด้าควรปิดสำนักโพลของตัวเองเสีย ไปทำอาชีพอื่นเสียดีกว่าหรือไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเลย เพราะถือว่าขาดความเป็นอิสระทางวิชาการไปแล้ว ควรจะต้องนำเสนอข้อเท็จจริงตามสภาพสังคมมากกว่า แต่ตนเข้าใจว่าเขาต้องสำรวจตามกลุ่มที่ต้องการว่าจ้างผลโพลมาชี้นำ พร้อมกับตำหนินิด้าโพลว่าทุเรศ บัดสีบัดเถลิง ถึงขั้นให้เกรด D ถึงขั้นติด F

ส่วนนายแสวงนั้น ตนเข้าใจที่ต้องออกมาบอกว่าทำถูกต้องแล้ว เพราะถ้าออกมาบอกว่า กกต. ทำไม่ถูกต้อง ตัวนายแสวงก็มีปัญหาเอง บอกว่านายแสวงคงไม่กลัวเรื่องการถูกติดคุก แต่กลัวอย่างอื่นมากกว่า นายมงคลกิตติ์ ยังได้กล่าวปิดท้ายว่า ขอท้าทายให้ กกต. ทั้ง 7 คน รวมทั้งนายแสวง มาต่อยกับตน แบบการกุศล แบบ 8 รุม 1 จะให้เข้ามารุมตนเลยก็ได้ ให้ประชาชนร่วมกันลงขันบริจาคเพื่อช่วยเหลือปัญหาภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ซึ่งตนเชื่อว่าจะสามารถระดมทุนได้เกินพันล้านแน่นอน

นอกจากนี้ ยังได้ท้าไปยังสมาชิกวุฒิสภาที่มีข่าวว่าเตรียมขึ้นภาษีประชาชนในอีก 3 ปี ว่าให้คัดเลือก สว. ที่เจ๋งที่สุดในบรรดา 200 คนมาต่อยกับตน ถ้าเอาตนล้มได้ ค่อยคืนภาษี เพราะตอนนี้ตนถือว่าเป็นร่างทรงของประชาชนแล้ว

จากนั้น นายมงคลกิตติ์ก็ได้วิดพื้นโชว์สื่อมวลชนเพื่อเป็นการวอร์ม จำนวน 40 ครั้ง พร้อมกันนี้ยังได้ไขว้ขาระหว่างวิดพื้นด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...