เปิดตัวเลขแรงงานไทยในตะวันออกกลาง กลับประเทศแล้ว 215 คน
ศบก. เผยตัวเลขช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลางกลับประเทศแล้ว 215 คน ส่วน 61 คนในอิหร่านใกล้ถึงชายแดนตุรกีแล้ว
ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. แถลงสถานการณ์ประจำวันเสาร์ที่ 7 มี.ค.2569 โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ และนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม เป็นผู้รายงานสถานการณ์
นายปาณิดล ระบุถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่า ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ที่ยังต้องติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดได้แก่ อิรัก ซึ่งมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และ เลบานอน ที่ยังคงถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้มีการอพยพของพลเรือนเนื่องจากกลายเป็นวิกฤตการณ์ทางด้านมนุษยธรรม และมีการโจมตีไปยังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ เช่น ฐานทัพและที่พักของคนอเมริกัน อย่างไรก็ดี ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้
ขณะที่สถานการณ์การปิด-เปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ แต่ในส่วนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เริ่มกลับมาเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัดเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง ขณะที่คนไทยในชั้นนี้ยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต กระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบ
ส่วนความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน กลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม ได้เดินทางออกมาแล้วเมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ รวม 62 คน คาดว่าจะถึงตุรกีในวันนี้ และจะมีอีกกลุ่มเดินทางในวันที่ 10 มีนาคม โดยในฝั่งตุรกี คณะจากกรมการกงสุลนำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึง เมืองวาน (Van) แล้ววานนี้ เพื่อร่วมกับทีมของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ปฏิบัติภารกิจรับคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน โดยทั้งหมดได้เดินทางไปยัง ด่านชายแดนคาปิคอย ฝั่งตุรกี เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในการอำนวยความสะดวก
สำหรับการนำคนไทยออกจากอิหร่าน ฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพจะเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ล่าสุดทางกระทรวงฯ ได้รับรายงานจากอุปทูต ณ กรุงเตหะราน ว่าขบวนอพยพใกล้ถึงจุดหมายบริเวณชายแดนอิหร่าน-ตุรกีแล้ว ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจ ณ ที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม เป็นต้นไป
นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังต้องปฏิบัติภารกิจบริเวณชายแดนอีกด้านเพื่อรอรับคนไทยที่อพยพจากอิรักจำนวน 10 คน ซึ่งจะเดินทางข้ามด่านที่ เมืองมาร์ดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป
ขณะที่ซาอุดิอาระเบียยังสามารถบินกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตในเมืองใกล้เคียง ทั้งในกรุงมานามา (บาห์เรน) กรุงโดฮา (กาตาร์) และคูเวต ที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ เพื่อช่วยเหลือคนไทยเดินทางข้ามแดนและกลับประเทศไทยทางอากาศ พร้อมย้ำว่าขณะนี้มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 215 คน
ด้านนายจิรโรจน์ ระบุถึงผลกระทบด้านการขนส่ง ว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กระทรวงตั้งศูนย์วอร์รูม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ เปิดให้หน่วยงานในสังกัดทำหน้าที่กำกับดูแล ทั้งทางน้ำ ทางบก และทางรางได้ติดตาม กำกับใน 3 มิติ คือมิติของการรักษาคุณภาพของการให้บริการ มิติราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และมิติของความพร้อมในการให้บริการเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งจะต้องรายงานมายังศูนย์ติดตามสถานการณ์ประจำทุกวัน
โดยมีข้อสั่งการ ส่วนทางอากาศกำชับให้หน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสารซึ่งได้แก่บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัดมหาชน และกรมท่าอากาศยาน และหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศ หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยดำเนินการตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด และให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นจะต้องจอดอากาศยานครั้งในประเทศไทยกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้
ขณะที่ทางน้ำให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการเดินเรือภายในประเทศให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กำหนดอย่างเคร่งครัดส่วนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดร่วม ติดตามกำกับค่าระหว่างตลอดเวลาเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือในกรณีที่ข้าระวังสูงจนมีผลกระทบต่อผู้บริโภค
ด้านการเดินทางทางบกได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางรถโดยสารสาธารณะและรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภทคิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัดโดยให้ราคาค่าโดยสารสอดคล้องกับราคาน้ำมันดีเซล ที่รัฐบาลได้มีมาตรการควบคุมอยู่ และในขณะเดียวกันก็ให้ประเมินอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะได้เป็นข้อมูลในการจัดทำ มาตรการร่วมกับกระทรวงพลังงานในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับการให้บริการ
ด้านการขนส่งทางรางได้มอบหมายให้กรมขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉพาะต้นทุนของรถจักรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพื่อที่จะบริหารความเสี่ยงเป็นการล่วงหน้า
ขณะที่สถานการณ์ด้านการบินในปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบต่อผู้โดยสารที่เดินทางโดยเครื่องบิน ตัวเลขตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 7 มีนาคม มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิก และล่าช้าจำนวนทั้งสิ้น 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจำนวน 78,564 คน ซึ่งได้มีการกำกับให้สายการบินให้การช่วยเหลือผู้โดยสารตามหลักปฏิบัติอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันยังให้บริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัดมหาชน และ กรมท่าอากาศยานดำเนินการอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้กับเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกและประสานสายการบิน รวมถึงจัดเตรียมที่พักคอยและติดตามสถานการณ์สายการบินแบบ Real Time
ด้านการขนส่งสินค้าทางน้ำจะมีผลกระทบ กับการขนส่งสินค้าในเส้นทาง ที่จะขนส่งไปยังทวีปยุโรป ที่จะต้องมีการเปลี่ยนเส้นทางจากเดิมผ่านเส้นทางตะวันออกกลาง อ้อมแหลมกู๊ดโฮป ทวีปแอฟริกา ใช้ระยะเวลาเพิ่มมากขึ้น 15 วันจากปกติซึ่งมีผลต่อค่า ระหว่างขนส่งสินค้าและค่าเวียนตู้คอนเทนเนอร์ และความแออัดของท่าเรือต่างๆ จึงได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลแบบรายวันเพื่อเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด
หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือต้องการมีข้อร้องเรียนในการให้บริการ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนคมนาคม 1356 หรือได้รับผลกระทบจากราคาค่าโดยสารหรือการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ตรีนุช'ยันพร้อมนำแรงงานไทยกลับจากตอ.กลาง เตรียมหางานรองรับ
- กรมจัดหางาน งัด 4 มาตรการ ดูแลแรงงานไทยในตะวันออกกลาง
- เช็กยอด! แรงงานกาฬสินธุ์ ในตะวันออกกลาง ผู้ว่าฯเผย ยังปลอดภัยดี
ติดตามเราได้ที่