โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หลายชาติเศรษฐีอาหรับ อาจถอนลงทุนในสหรัฐฯ สงครามนี้ส่อพลิกหรือไม่?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากประเทศในอ่าวอาหรับรายหนึ่งเปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลกับอิหร่านที่ยังคงทวีความรุนแรง ได้สร้างแรงกดดันต่อฐานะการคลังของประเทศอ่าวอาหรับ และอาจทำให้รัฐบาลในภูมิภาคต้องทบทวนการลงทุนในต่างประเทศในอนาคต หลายชาติในอ่าวอาหรับกำลังพิจารณาว่าสามารถใช้เงื่อนไขเหตุสุดวิสัยกับสัญญาทางการค้าและการลงทุนที่มีอยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่ พร้อมทั้งทบทวนพันธกรณีด้านการลงทุนทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงคราม

เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากประเทศในอ่าวอาหรับรายหนึ่งเปิดเผยผ่าน Financial Times ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรงอาจส่งผลต่อหลายด้าน ตั้งแต่คำมั่นด้านการลงทุนต่อประเทศหรือบริษัทต่างชาติ การสนับสนุนด้านกิจกรรมกีฬา สัญญาทางธุรกิจกับนักลงทุน ไปจนถึงการขายสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า 3 ใน 4 ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของอ่าวอาหรับ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ ได้หารือร่วมกันถึงแรงกดดันที่เกิดขึ้นต่อฐานะการคลังและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าประเทศใดเป็นผู้เข้าร่วมการหารือดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า หลายประเทศในอ่าวอาหรับเริ่มการทบทวนภายใน เพื่อพิจารณาว่าสามารถมใช้เงื่อนไขเหตุสุดวิสัยกับสัญญาทางการค้าที่มีอยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่ พร้อมทั้งทบทวนพันธกรณีด้านการลงทุนทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อบรรเทาแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากสงครามครั้งนี้

เขายังเสริมอีกว่า การพิจารณาดังกล่าวเป็นมาตรการเชิงป้องกันโดยมีสาเหตุจากแรงกดดันด้านงบประมาณที่ประเทศเหล่านี้กำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากพลังงานที่ลดลง เนื่องจากการชะลอตัวของการผลิตหรือปัญหาในด้านการขนส่งหรือโลจิสติกส์ รวมถึงผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและการบิน ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ที่ปรึกษาของรัฐบาลประเทศหนึ่งในอ่าวอาหรับเปิดเผยว่า แนวโน้มการทบทวนการลงทุนของรัฐอ่าวอาหรับที่มีฐานะมั่งคั่งได้ดึงดูดทำเนียบขาว เนื่องจากประเทศเหล่านี้บริหารกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่และมีบทบาทมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ขณะที่เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์ ได้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เยือนภูมิภาคนี้

นอกจากนี้ ประเทศอ่าวอาหรับยังเป็นผู้สนับสุนหลักของกิจกรรมด้านกีฬาในหลายประเทศทั่วโลก และกำลังทุ่มงบประมาณจำนวนมากเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศและกระจายโครงสร้างเศรษฐกิจให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

ทว่า นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากมีการทบทวนหรือปรับลดการลงทุนในสหรัฐฯ หรือประเทศตะวันตกอื่นๆ อาจเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลวอชิงตันให้แสวงหาทางออกทางการทูตเพื่อนำไปสู่การยุติสงคราม

สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านนั้นยังได้ดึงประเทศอ่าวอาหรับเข้าสู่ความขัดแย้งโดยตรง หลังจากรัฐบาลเตหะรานตอบโต้พันธมิตรของสหรัฐฯ โจมตีฐานทัพอย่างรุนแรงในหลายพื้นที่ของภูมิภาค

การสู้รบยังทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่มีทั้งน้ำมันและก๊าซราว 1 ใน 5 ของโลกผ่านเส้นทางนี้ในแต่ละวัน ต้องชะลอตัวลงอย่างมาก โดยมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 10 ลำถูกโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย

กาตาร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่เป็นอันดับสองของโลกต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัยในสัปดาห์นี้ หลังระงับการผลิตจากโรงงาน LNG หลักของประเทศ เนื่องจากโรงงานดังกล่าวถูกโดรนโจมตี ขณะเดียวกัน โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของซาอุดีอาระเบียก็ถูกโจมตีเช่นกัน

อิหร่านยังได้โจมตีญฐานทัพและสถานทูตของสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึงสนามบิน โรงแรม และอาคารที่พักอาศัย ส่งผลให้การจราจรทางอากาศและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ ประเทศอ่าวอาหรับได้พยายามกดดันให้ประธานาธิบดีทรัมป์ชะลอการโจมตีและหันไปใช้แนวทางการทูตกับอิหร่าน แต่ในท้ายที่สุดกลับต้องเป็นฝ่ายรับผลกระทบจากการตอบโต้ของอิหร่าน

คาลาฟ อัล-ฮับดูร์ นักธุรกิจชื่อดังของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สะท้อนความไม่พอใจของหลายประเทศในอ่าวอาหรับโดยโพสต์ข้อความผ่าน X ว่า “คุณได้คำนวณผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ ก่อนตัดสินใจหรือไม่?” เขายังชี้ว่า ประเทศอ่าวอาหรับถูกคาดหวังให้เป็นผู้สนับสนุนเงินทุนหลักสำหรับแผนฟื้นฟูกาซาของทรัมป์ และโครงการ “Board of Peace” ที่ทรัมป์เป็นคนผลักดัน

อัล-ฮับดูร์ กล่าวว่า ประเทศอาหรับในอ่าวได้สนับสนุนเงินหลายพันล้านดอลลาร์ภายใต้แนวคิดการส่งเสริมสถียรภาพและการพัฒนาพร้อมตั้งคำถามว่า “ประเทศเหล่านี้มีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า เงินเหล่านั้นอยู่ที่ไหนตอนนี้ เรากำลังสนับสนุนโครงการสันติภาพ หรือกำลังสนับสนุนสงครามที่ทำให้เราโดนเล่นงานเสียเอง?”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...