5 วิธีเปลี่ยน Mindset ‘ออมไม่ได้’ เป็น ‘ออมให้ได้’
ใช้แรงทำเงิน& ให้เงินทำงาน กดSubscribe รอเลย…
Youtube | Facebook | TikTok | Instagram | Line
จากคนที่คิดว่าออมไม่ได้…สู่คนที่เริ่มมีเงินเก็บ
ชวนมาดู 5 วิธีเปลี่ยน Mindset ให้ ‘ออมเงินได้’ แบบจริงๆ
เริ่มจากค่อยๆ ออม
หลายคนคิดว่าจะออมทั้งที ต้องออมให้เยอะถึงจะเห็นผล แต่ที่จริงแล้วการออมไม่ต้องเริ่มจากจำนวนมากมาย เพราะหัวใจของการออม คือ ความสม่ำเสมอมากกว่าจำนวนเงิน แม้จะเริ่มจากเดือนละ 100 หรือ 300 บาท ก็มีคุณค่าหากทำต่อเนื่อง เช่น ออมเดือนละ 500 บาทตลอดปี จะได้ถึง 6,000 บาท โดยไม่รู้ตัว และหากสามารถเพิ่มยอดเมื่อรายได้เพิ่มหรือรายจ่ายบางอย่างลดลง ก็จะยิ่งต่อยอดเงินก้อนได้ในอนาคต
สิ่งสำคัญ คือเริ่มให้ได้ก่อน ไม่ต้องรอให้พร้อม 100% แล้วค่อยเริ่ม เพราะความพร้อมนั้นอาจไม่เคยมาถึง ถ้ารอให้ทุกอย่างลงตัว
จ่ายให้ตัวเองก่อน
แนวคิด Pay Yourself First หรือจ่ายให้ตัวเองก่อน คือการกันเงินออมทันทีที่ได้รับรายได้ แทนที่จะรอจนเหลือค่อยเก็บ วิธีนี้ช่วยให้การออมเป็นนิสัย และลดความเสี่ยงที่จะใช้เงินหมดก่อน โดยเฉพาะในยุคที่ค่าครองชีพสูง การกันเงินไว้ก่อนจะทำให้ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น
ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้
การมีเป้าหมายที่เป็นไปได้และชัดเจน จะช่วยให้รู้สึกว่าการออมมีความหมาย ไม่ใช่แค่เก็บเงินไปวันๆ โดยอาจแบ่งเป้าหมายเป็น
- เป้าหมายระยะสั้น เช่น การเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เงินซื้อของขวัญให้ลูกหรือพ่อแม่
- เป้าหมายระยะกลาง เช่น เงินดาวน์บ้าน รถ
- เป้าหมายระยะยาว เช่น เงินเกษียณ
การมีเป้าหมายเหล่านี้ทำให้เรามองเห็นภาพอนาคตที่ชัดเจนขึ้น และมีแรงจูงใจในการออมมากขึ้น
แยกบัญชี
เพื่อให้มองเห็นภาพรวมทางการเงินได้ชัดเจน เช่น บัญชีรายจ่ายประจำ บัญชีออมฉุกเฉิน บัญชีเกษียณ และบัญชีเป้าหมายครอบครัว การแยกบัญชีจะช่วยให้เราไม่เผลอใช้เงินออมโดยไม่ได้ตั้งใจ และช่วยควบคุมพฤติกรรมใช้จ่ายได้ดีขึ้น
ปรับลดค่าใช้จ่าย
วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มต้นออมเงิน คือการจัดการค่าใช้จ่ายอย่างรู้ตัว โดยเฉพาะในหมวดที่สามารถควบคุมหรือลดได้โดยไม่กระทบคุณภาพชีวิต
หมวดค่าใช้จ่ายที่มักถูกมองข้าม เช่น ค่าอาหารนอกบ้าน กาแฟ ขนม เครื่องดื่ม ค่าเดินทางที่สามารถวางแผนให้ประหยัดขึ้นได้ รวมถึงค่าความบันเทิงและชอปปิงที่อาจลดความถี่ลงอย่างเหมาะสม ลองใช้วิธีจดบันทึกรายจ่าย เพื่อหาจุดรั่วไหลของเงิน แล้วตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายทีละเล็กทีละน้อย เช่น ลดกาแฟจากวันละ 2 แก้วเหลือวันละ 1 แก้ว เงินส่วนต่างที่ประหยัดได้สามารถโยกไปเป็นเงินออมทันที
อีกเทคนิคที่ช่วยให้การลดรายจ่ายเกิดผลจริงได้ คือการใช้แนวคิด‘งบจำกัดแต่ไม่จำกัดความสุข’ เช่น การจัดกิจกรรมที่ใช้เงินน้อยแต่มีคุณภาพ เช่น ทำอาหารทานเอง ดูหนังที่บ้าน หรือจัดวันพักผ่อนแบบประหยัด ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในหมวดบันเทิงโดยไม่รู้สึกว่าถูกจำกัด