โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่ง 31.15-31.75 บาท จับตา! ข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 09.07 น. • The Bangkok Insight

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา คาดค่าเงินบาทสัปดาห์นี้แกว่ง 31.15-31.75 บาท จับตา! ข้อมูลจ้างงานสหรัฐ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.15-31.75 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 31.45 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายผันผวนในกรอบ 30.86-31.47 บาท/ดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปีครั้งใหม่ก่อนจะพลิกกลับมาอ่อนค่า เงินดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ โดยค่าเงินยูโรพุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 ปีขณะที่แรงขายดอลลาร์เร่งตัวหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการอ่อนค่าของดอลลาร์ ตอกย้ำมุมมองของตลาดว่ารัฐบาลทรัมป์ต้องการให้ค่าเงินอ่อนลงเพื่อสนับสนุนภาคการผลิตด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านส่งออก

ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้

ส่วนค่าเงินเยนยังคงได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)สาขานิวยอร์กได้ทำการตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยน (Rate Check) ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจเข้าแทรกแซงค่าเงินร่วมกับญี่ปุ่น

อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ลดช่วงลบท้ายสัปดาห์ขณะที่เฟดคงดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ตามคาด และผู้นำสหรัฐเลือก Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทย 236 ล้านบาท และ 34,471 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลภาคบริการและตลาดแรงงานเดือนมกราคมของสหรัฐฯเพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินต่อไป โดยในการประชุมรอบล่าสุดเฟดได้ปรับเปลี่ยนถ้อยคำที่ใช้บรรยายภาวะตลาดแรงงานว่าอัตราการว่างงานมีสัญญาณทรงตัว เทียบกับการประชุมครั้งก่อนหน้านี้ที่เฟดระบุว่าอัตราการว่างงานขยับสูงขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จะคงดอกเบี้ยไว้ตามเดิม ส่วนการเหวี่ยงตัวของราคาโลหะมีค่าอาจยังคงส่งผลต่อค่าเงินบาทในระยะนี้

ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้

ในส่วนของภาพรวมตลาดภายในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4/68 ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้าโดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ในและต่างประเทศ ขณะที่ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่ ผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท สภาพคล่องของธุรกิจที่ยังตึงตัว ความสามารถในการปรับตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรม และการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมและทั้งปี 2568 ไทยเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 3.1 พันล้านดอลลาร์ และ 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามลำดับ

อนึ่ง ธปท.ให้ความเห็นว่าการที่สหรัฐเพิ่มไทยเข้าไปในรายชื่อประเทศที่ถูกจับตามองนั้นไม่ได้จำกัดความสามารถของธปท.ในการลดความผันผวนของค่าเงินบาท

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...