โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MK GROUP มั่นใจศักยภาพ “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” ดันโตต่อ ย้ำ “ตัวจริงเรื่องแฮมเบิร์ก” เปิดสาขา 3 คอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน”

BTimes

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 18.18 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 12.15 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

MK GROUP เชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดอาหารญี่ปุ่นแบบ Specialty ในประเทศไทย เดินหน้าปั้น ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME) แบรนด์ที่เป็นออริจินอลแฮมเบิร์กสไตล์ญี่ปุ่น ขยายสาขาต่อเนื่อง แม้ว่าแฮมเบิร์กอาจไม่ใช่เมนูที่เข้ามาเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมอาหารญี่ปุ่นในไทยในทันที แต่กำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งบทใหม่” ที่สะท้อนความต้องการของผู้บริโภคในเชิงบวก และเปิดพื้นที่ให้ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบ Specialty สร้างความแตกต่างท่ามกลางตลาดที่แข่งขันรุนแรง พร้อมต่อยอดสู่การเติบโตในฐานะแบรนด์ระดับโกลบอล

คุณทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME) สะท้อนกลยุทธ์การขยายแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ซึ่งมองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารที่มีเอกลักษณ์ มีความ Authentic สูง และการนำเสนอที่โดดเด่น โดยถือเป็นแบรนด์แรกที่เข้ามาจุดกระแสความสนใจต่อแฮมเบิร์กสไตล์ Specialty จนทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มเปิดรับและให้ความนิยมมากขึ้น ถึงแม้ว่าตลาดร้านอาหารญี่ปุ่นจะมีการแข่งขันที่สูงในทุกเซ็กเมนต์ แต่แบรนด์ยังสามารถสร้างการจดจำและเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพและความพิถีพิถันอย่างแท้จริง จนสามารถต่อยอดการเติบโตในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยคาดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแบรนด์สำคัญที่ช่วยเสริมแกร่งให้พอร์ตธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเครือ และเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายสาขาไปยังทำเลศักยภาพอย่างต่อเนื่อง”

คุณธีร์ ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขณะเดียวกัน การขยายสาขาของ ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ (HIKINIKU TO COME) จะมุ่งเน้นการคัดเลือกทำเลศักยภาพ โดยปักหมุดศูนย์การค้าในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นแหล่งรวมกำลังซื้อหลักและมีทราฟฟิกสูงตลอดวัน ช่วยเสริมการมองเห็นแบรนด์ (Brand Visibility) เข้าถึงกลุ่มพนักงานออฟฟิศ นักธุรกิจ ชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนการสร้างยอดขายที่สม่ำเสมอ และการปูฐานลูกค้าประจำในระยะยาว”

โดยล่าสุดแบรนด์เปิดสาขา 3 ที่ “สยามพารากอน” แล้ว ภายใต้คอนเซปต์ “ร้านลับที่สุดในสยามพารากอน” ถ่ายทอดประสบการณ์การรับประทานอาหารญี่ปุ่นที่แตกต่างจากสาขาอื่น ผ่านการออกแบบโทนสีเข้ม เน้นความเป็นส่วนตัวและความพิถีพิถัน เสมือนได้ค้นพบร้านลับที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางศูนย์การค้าซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญ โดยสะท้อนกลิ่นอายญี่ปุ่นตั้งแต่ทางเข้าที่ตกแต่งด้วยโคมไฟนำเข้าจากญี่ปุ่น วาดลวดลายที่ออกแบบจากเมนูแฮมเบิร์ก ไปจนถึงพื้นที่ภายในที่มีเตาย่างแฮมเบิร์กเอกลักษณ์อยู่กลางร้าน รายล้อมด้วยที่นั่งเคาน์เตอร์โทนสีไม้อ่อน ให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดทุกขั้นตอนการปรุง

ทางด้านคอนเซปต์ “บดใหม่ ย่างใหม่ หุงใหม่ ทุกคำ!” โดยปรุงแฮมเบิร์กสดใหม่ทีละชิ้น ที่ต้องย่างบนเตาถ่านไม้เท่านั้น เน้นความสุกแบบพอดี แล้วเสิร์ฟตามลำดับ ภายใน 1 วินาที เพื่อให้ผู้รับประทานได้สัมผัสความอร่อย ฉ่ำ หอม และรสชาติของเนื้อที่ดีที่สุด พร้อมทั้งเสริมประสบการณ์ด้วยซอสหลากหลายที่ช่วยเพิ่ม flavor และมิติการรับประทานในแต่ละคำ ขณะที่ข้าวถูกหุงใหม่เป็นรอบ ๆ ตลอดทั้งวัน

พร้อมเปิดตัวซอสสูตรพิเศษ “ซัลซ่าสไตล์เม็กซิกัน” เฉพาะสาขานี้เท่านั้น ซึ่งเป็นการผสานวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นและเม็กซิกันอย่างลงตัว รสชาติเผ็ดเปรี้ยวกำลังดี ผสานความกลมกล่อมแบบอูมามิสไตล์ญี่ปุ่น ช่วยชูวัตถุดิบหลักโดยไม่กลบเอกลักษณ์ของแฮมเบิร์ก

ปัจจุบัน “ฮิคินิคุ โตะ โคเมะ” มีทั้งหมด 19 สาขา ทั้งสาขาในประเทศญี่ปุ่น 4 สาขา (คิจิโจจิ, ชิบูย่า, เกียวโต, ฟุกุโอกะ), 15 สาขาในประเทศโซนเอเชีย คือ ไต้หวัน เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ดูไบ รวมถึงอีก 3 สาขาในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของเครือ MK GROUP คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล พาร์ค (สีลม) และล่าสุดคือ “สยามพารากอน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...