โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตรวจสุขภาพหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล หลังประกันเปลี่ยนเป็น Co-payment

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 04.07 น.

บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ในวันที่ประกันสุขภาพ เปลี่ยนเป็น Co-payment (โคเพย์เมนต์) หรือ "การร่วมจ่าย" คงมุมมอง“เป็นกลาง”ต่อกลุ่มโรงพยาบาล

ทั้งนี้บล.กสิกรไทยได้จัดการประชุม KS Expert Series หัวข้อ “Copay as the New Normal” โดยมีจรุง เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เป็นวิทยากร ให้กับลูกค้านักลงทุนสถาบันในประเทศกว่า 40 ราย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

แพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายยังคงมีอยู่ แต่มีข้อจำกัดมากขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทประกันอื่น ๆ จะทยอยทำตามผู้เล่นรายใหญ่ ด้วยการยุติการขายแพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายในรูปแบบเดิม และหันไปนำเสนอรูปแบบการร่วมจ่ายแทน เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนแรก หรือการร่วมจ่าย ขณะที่แพ็กเกจแบบเหมาจ่ายที่จะยังอยู่ จะเป็นแพคเกจที่จะมีเบี้ยประกันและความคุ้มครองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบจากแพ็กเกจร่วมจ่ายในปี 2568 ยังไม่ชัดเจน บริษัทประกันยังไม่ได้ประเมินผลกระทบอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะครบปีแรกในวันที่ 20 มี.ค. 2569 จากการหารือเบื้องต้น สัดส่วนผู้ประกันที่จะเข้าสู่ระบบร่วมจ่ายในปี 2569 น่าจะไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราสินไหมทดแทนติดลบเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยและการเคลมที่เพิ่มขึ้น อิงจาก TLAA, WTW (Willis Towers Watson) รายงานอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในปี 2568 ที่ 10.8% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 14.8% นอกจากนี้ แม้ว่ามูลค่าเบี้ยประกันยังคงเติบโต แต่จำนวนผู้เอาประกันทรงตัวหรือลดลง

อัตราสินไหมทดแทนที่ติดลบเพิ่มขึ้นเร่งให้มีการเปลี่ยนจากแบบเหมาจ่ายไปสู่การร่วมจ่าย การเคลื่อนไหวของบริษัทประกันรายใหญ่สะท้อนว่าแพ็กเกจประกันแบบร่วมจ่ายที่เริ่มนำมาใช้ในปี 2568 ซึ่งตั้งใจลดการเคลมที่ไม่จำเป็น อาจยังไม่เพียงพอที่จะลดการติดลบของอัตราสินไหมทดแทน ส่งผลให้แพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายมีแนวโน้มถูกยกเลิก และจะมีการนำแพ็กเกจแบบร่วมจ่าย รวมถึงโรงพยาบาลที่อยู่ในลิสต์ของบริษัทประกันมาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความยั่งยืนของธุรกิจประกัน เพิ่มการเข้าถึงประกันสุขภาพ และการใช้บริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม บริษัทประกันที่ยังคงเสนอแพ็กเกจแบบเหมาจ่ายอาจเผชิญความเสี่ยงและต้นทุนการตั้งสำรองที่สูงขึ้นจากอัตราสินไหมทดแทนที่ติดลบเพิ่มขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กำลังทบทวนระบบประกันสุขภาพ ในต่างประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์และอินโดนีเซียได้ออกกฎหมายบังคับบริษัทประกันให้ใช้ระบบร่วมจ่ายหรือค่าใช้จ่ายส่วนแรก ขณะที่ประเทศไทยเหมือนมาเลเซียที่ไม่มีการบังคับผ่านการออกกฎหมาย ปัจจุบัน คปภ. ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารูปแบบประกันสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยจ้าง TDRI เป็นผู้ดำเนินการศึกษา

มุมมองบล.กสิกรไทยที่มีต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล

ธุรกิจประกันสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบร่วมจ่ายเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัทประกัน ซึ่งกำลังเพิ่มความสำคัญต่อโรงพยาบาล โดยสัดส่วนรายได้จากประกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้รูปแบบการร่วมจ่ายอาจลดการเคลมการเจ็บป่วยของโรคง่าย แต่การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคยากเข้ามาชดเชย หนุนอุปสงค์ของ โรงพยาบาล

ทั้งนี้ รายได้จากประกันรวม (BDMS, BH, PR9, BCH) เติบโต 6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เทียบกับ 10% ในปี 2567 และมองว่าโรงพยาบาลเครือข่ายขนาดใหญ่มีความได้เปรียบในการปรับตัวมากกว่าโรงพยาบาลขนาดเล็ก

คงมุมมอง“เป็นกลาง”ต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดยมี PR9 เป็นหุ้นเด่น Upside risk ได้แก่ การฟื้นตัวของคูเวต กัมพูชา และจีน รวมถึงการบริหารเงินทุน ขณะที่ความเสี่ยงมาจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ หุ้นเด่น PR9 “ซื้อ” Target Price 22.70 บาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...