ตรวจสุขภาพหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล หลังประกันเปลี่ยนเป็น Co-payment
บล.กสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ในวันที่ประกันสุขภาพ เปลี่ยนเป็น Co-payment (โคเพย์เมนต์) หรือ "การร่วมจ่าย" คงมุมมอง“เป็นกลาง”ต่อกลุ่มโรงพยาบาล
ทั้งนี้บล.กสิกรไทยได้จัดการประชุม KS Expert Series หัวข้อ “Copay as the New Normal” โดยมีจรุง เชื้อจินดา รองผู้อำนวยการสมาคมประกันชีวิตไทย (TLAA) เป็นวิทยากร ให้กับลูกค้านักลงทุนสถาบันในประเทศกว่า 40 ราย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
แพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายยังคงมีอยู่ แต่มีข้อจำกัดมากขึ้น มีความเป็นไปได้ว่าบริษัทประกันอื่น ๆ จะทยอยทำตามผู้เล่นรายใหญ่ ด้วยการยุติการขายแพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายในรูปแบบเดิม และหันไปนำเสนอรูปแบบการร่วมจ่ายแทน เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนแรก หรือการร่วมจ่าย ขณะที่แพ็กเกจแบบเหมาจ่ายที่จะยังอยู่ จะเป็นแพคเกจที่จะมีเบี้ยประกันและความคุ้มครองสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ผลกระทบจากแพ็กเกจร่วมจ่ายในปี 2568 ยังไม่ชัดเจน บริษัทประกันยังไม่ได้ประเมินผลกระทบอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะครบปีแรกในวันที่ 20 มี.ค. 2569 จากการหารือเบื้องต้น สัดส่วนผู้ประกันที่จะเข้าสู่ระบบร่วมจ่ายในปี 2569 น่าจะไม่มีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราสินไหมทดแทนติดลบเพิ่มขึ้นจากจำนวนผู้ป่วยและการเคลมที่เพิ่มขึ้น อิงจาก TLAA, WTW (Willis Towers Watson) รายงานอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ในปี 2568 ที่ 10.8% ต่ำกว่าประมาณการเดิมที่ 14.8% นอกจากนี้ แม้ว่ามูลค่าเบี้ยประกันยังคงเติบโต แต่จำนวนผู้เอาประกันทรงตัวหรือลดลง
อัตราสินไหมทดแทนที่ติดลบเพิ่มขึ้นเร่งให้มีการเปลี่ยนจากแบบเหมาจ่ายไปสู่การร่วมจ่าย การเคลื่อนไหวของบริษัทประกันรายใหญ่สะท้อนว่าแพ็กเกจประกันแบบร่วมจ่ายที่เริ่มนำมาใช้ในปี 2568 ซึ่งตั้งใจลดการเคลมที่ไม่จำเป็น อาจยังไม่เพียงพอที่จะลดการติดลบของอัตราสินไหมทดแทน ส่งผลให้แพ็กเกจประกันแบบเหมาจ่ายมีแนวโน้มถูกยกเลิก และจะมีการนำแพ็กเกจแบบร่วมจ่าย รวมถึงโรงพยาบาลที่อยู่ในลิสต์ของบริษัทประกันมาใช้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความยั่งยืนของธุรกิจประกัน เพิ่มการเข้าถึงประกันสุขภาพ และการใช้บริการทางการแพทย์อย่างเหมาะสม บริษัทประกันที่ยังคงเสนอแพ็กเกจแบบเหมาจ่ายอาจเผชิญความเสี่ยงและต้นทุนการตั้งสำรองที่สูงขึ้นจากอัตราสินไหมทดแทนที่ติดลบเพิ่มขึ้น
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) กำลังทบทวนระบบประกันสุขภาพ ในต่างประเทศ รัฐบาลสิงคโปร์และอินโดนีเซียได้ออกกฎหมายบังคับบริษัทประกันให้ใช้ระบบร่วมจ่ายหรือค่าใช้จ่ายส่วนแรก ขณะที่ประเทศไทยเหมือนมาเลเซียที่ไม่มีการบังคับผ่านการออกกฎหมาย ปัจจุบัน คปภ. ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารูปแบบประกันสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย โดยจ้าง TDRI เป็นผู้ดำเนินการศึกษา
มุมมองบล.กสิกรไทยที่มีต่อหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล
ธุรกิจประกันสุขภาพกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบร่วมจ่ายเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในระยะยาวของบริษัทประกัน ซึ่งกำลังเพิ่มความสำคัญต่อโรงพยาบาล โดยสัดส่วนรายได้จากประกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แม้รูปแบบการร่วมจ่ายอาจลดการเคลมการเจ็บป่วยของโรคง่าย แต่การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคยากเข้ามาชดเชย หนุนอุปสงค์ของ โรงพยาบาล
ทั้งนี้ รายได้จากประกันรวม (BDMS, BH, PR9, BCH) เติบโต 6% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 เทียบกับ 10% ในปี 2567 และมองว่าโรงพยาบาลเครือข่ายขนาดใหญ่มีความได้เปรียบในการปรับตัวมากกว่าโรงพยาบาลขนาดเล็ก
คงมุมมอง“เป็นกลาง”ต่อกลุ่มโรงพยาบาล โดยมี PR9 เป็นหุ้นเด่น Upside risk ได้แก่ การฟื้นตัวของคูเวต กัมพูชา และจีน รวมถึงการบริหารเงินทุน ขณะที่ความเสี่ยงมาจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ หุ้นเด่น PR9 “ซื้อ” Target Price 22.70 บาท