โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UOB เตือนไทยเสี่ยง โตช้า-เงินเฟ้อต่ำ แนะลงทุนกระจายพอร์ต เกาะกระแส AI

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 15.31 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 06.20 น.

UOB ชี้ เศรษฐกิจไทยโตช้า เงินเฟ้อต่ำ ติดวงจรไม่กล้าใช้จ่าย ภาคการคลังไทยตึงตัว หนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน 70% กดดันรัฐบาลใหม่เจอโจทย์หินกระตุ้นเศรษฐกิจ แนะกลยุทธ์ลงทุนปี 69 เน้นหุ้นคุณภาพ-กระจายพอร์ต-เกาะกระแส AI

10 ก.พ. 2569 นาย เอเบล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ยังคงเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ โดยคาดการณ์ว่าในปี 2569 นี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.8% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะติดลบที่ประมาณ -0.3% ซึ่งสถานการณ์โตช้าและเงินเฟ้อต่ำนี้กำลังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

จากภาวะที่เศรษฐกิจตกอยู่ในสภาพการเติบโตต่ำและเงินเฟ้อต่ำเป็นเวลานานจะส่งผลให้ผู้บริโภคขาดแรงจูงใจในการใช้จ่าย เมื่อผู้บริโภคเริ่มชะลอหรือควบคุมการบริโภค ผู้ผลิตก็จำเป็นต้องลดราคาสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งจะนำไปสู่การกดดันอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรของบริษัท

“ผลกระทบที่ตามมาคือบริษัทต่างๆ จะไม่กล้าลงทุนเพิ่มและไม่จ้างงานใหม่ ส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงไปอีก และวนกลับมาทำให้ผู้บริโภคไม่กล้าใช้จ่าย กลายเป็นวงจรที่ยากจะแก้ไข”

นาย ลิม กล่าวอีกว่า ในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาครัฐ โดยเฉพาะรัฐบาลใหม่กำลังเผชิญกับความท้าทายจากเพดานหนี้สาธารณะ โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 68% ซึ่งใกล้กับเพดานตามกฎหมายที่ 70% ข้อจำกัดนี้ทำให้รัฐบาลมีความยากลำบากในการดำเนินนโยบายการคลังหรือการลงทุนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากมีช่องว่างในการใช้เงินค่อนข้างจำกัด และหากหนี้ทะลุเพดานก็อาจส่งผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ของประเทศได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นในระยะต่อไป คือ ความชัดเจนและความต่อเนื่องของนโยบายภาครัฐ รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวและสนับสนุนอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งของไทย

“ในฝั่งนโยบายการเงิน มีการคาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ”

นายลิม กล่าวอีกว่า ความเชื่อมั่นนักลงทุนและการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะท้าทาย แต่ไทยยังคงมีความน่าสนใจในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พลังงานสะอาด และ Data Center ซึ่งในปีที่ผ่านมาสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้กว่า 1.09 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่ดึงดูดการลงทุนในด้าน Data Center และ AI ได้มากเช่นกัน

UOB ชี้ AI ขึ้นแท่นแรงขับเคลื่อนหลัก

นายลิม กล่าวอีกว่า กลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า ปีนี้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตา และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนนักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน มากกว่าการไล่ตามกระแสระยะสั้น

สำหรับ เศรษฐกิจสหรัฐ ยูโอบีมองว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และกลุ่มผู้บริโภครายได้สูงยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและกลุ่มรายได้ต่ำเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง สะท้อนภาพการฟื้นตัวแบบ “K-shaped” ที่ความแตกต่างเชิงโครงสร้างเด่นชัดขึ้น

ขณะเดียวกัน AI กำลังก้าวจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงที่สามารถสร้างรายได้ การลงทุนจึงเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง เช่นระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ และยานยนต์ยุคใหม่ โดยแม้สหรัฐจะยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม แต่การสนับสนุนเชิงนโยบายของจีนในอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังช่วยเร่งโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย

จีนยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การกระจายการลงทุนระดับโลก ด้วยบทบาทหลักในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การผลิตขั้นสูง และการสื่อสาร ขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ของจีน ในดัชนี CSI 300 มีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้นแตะระดับร้อยละ 11 ช่วยลดการพึ่งพาตลาดภายในประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว

สำหรับ ประเทศไทย เศรษฐกิจในปี 2569 ยังขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการผลิตเผชิญแรงกดดันให้เร่งปรับตัวสู่“อุตสาหกรรมใหม่” หรือ New S-Curve เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI

ด้านการส่งออกอาจชะลอลงหลังจากมีการเร่งส่งมอบล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงมาตรการทางการค้าขณะที่เศรษฐกิจยังคงอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนด้านการค้า ความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด ภัยธรรมชาติ และปัจจัยทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ดี การบริโภคภายในประเทศ การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยวยังเป็นแรงพยุงสำคัญ โดยมีโอกาสที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต้นปีจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัว

ภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน ยูโอบีแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบมากขึ้น ผ่านการกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคและหลายประเภทสินทรัพย์เลือกลงทุนในบริษัทที่นำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงและสร้างมูลค่าได้ชัดเจน พร้อมเสริมพอร์ตด้วยสินทรัพย์ที่ให้รายได้สม่ำเสมอ เช่น ตราสารหนี้คุณภาพและหุ้นปันผล เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...